
เรื่องหนักหนาสาหัส ของ ปัค กึน ฮเย
สถานการณ์วิกฤตทางการเมืองในเกาหลีวันนี้ คงไม่มีเรื่องใดจะหนักหนาไปกว่าเรื่องของ “ประธานาธิบดีหญิง ปัค กึน ฮเย”
โดย...ดร. เพียงออ เลาหะวิไลย [email protected]
สถานการณ์วิกฤตทางการเมืองในเกาหลีวันนี้ คงไม่มีเรื่องใดจะหนักหนาไปกว่าเรื่องของ “ประธานาธิบดีหญิง ปัค กึน ฮเย” กับ นาง “ชเว ซุน ชิล” เพื่อนสนิทหญิงทายาท “เจ้าลัทธิชีวิตนิรันดร์” ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็น “ประธานาธิบดีเงา” คอยชักใยอยู่เบื้องหลังการบริหารราชการและหาเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง...หลายชีวิตที่พัวพันกันอยู่ ดุจดังเวรกรรมชักนำให้มาพบกัน ศาสนาพุทธเราสอนว่าไม่มีเรื่องบังเอิญ ทุกอย่างเป็นไปตามเหตุปัจจัย ตามธรรมและกรรมที่กระทำล่วงไปแล้ว เหตุปัจจัยที่เกิดขึ้นมายาวนานเกือบ 40 ปี จึงได้ส่งผลมาถึงวันนี้...
จุดเริ่มต้น เกิดขึ้นหลังจากที่มารดาของประธานาธิบดีหญิง ปัค กึน ฮเย ถูกลอบสังหารในปี 2517 ขณะนั้น บิดาของท่านคือ นายพล ปัค จองฮี กำลังดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีอยู่...ว่ากันว่าฆาตกรมุ่งสังหารบิดาของท่าน แต่มารดาของท่านซึ่งเป็นสตรีหมายเลขหนึ่งมารับเคราะห์แทน...คงจะไม่มีลูกสาวคนไหนที่ไม่รู้สึกโศกเศร้าและโหยหามารดาผู้จากไปอย่างโหดร้ายและอย่างปัจจุบันทันด่วนโดยไม่ทันได้ดูใจกันเลย
ปัค กึน ฮเย ซึ่งเป็นบุตรสาวคนโตที่ใกล้ชิดมารดาที่สุด ในเวลานั้นเป็นเพียงหญิงสาวแรกรุ่นอายุ 22 ปี ได้พบกับ ชเว แท มิน เจ้าลัทธิชีวิตนิรันดร์ ซึ่งอ้างว่า สามารถติดต่อกับวิญญาณของมารดาท่านได้ และมีคำสั่งเสียมาฝาก ฯลฯ ... จึงทำให้ทั้งประธานาธิบดีและลูกสาว หลงเชื่อและศรัทธาจนกระทั่งปล่อยให้เจ้าลัทธิหมอผีร่างทรงคนนี้กับลูกสาว เข้ามาเป็นเงาตามตัวของทั้งคู่ได้ ...
เจ้าลัทธิคนนี้ก็มีพฤติกรรมที่เพี้ยนๆ คือ บวชเป็นพระสงฆ์ในศาสนาพุทธมหายานแล้วเปลี่ยนศาสนาเป็นคริสต์ แล้วก็เลิกนับถือศาสนาใดมาตั้งลัทธิเอง โดยผสม พุทธ คริสต์ รวมกับลัทธิ “มูดัง” คือ หมอผีคนทรง ตั้งตนเป็นผู้รู้ ทำให้ผู้หญิงหลงใหลได้ง่าย ถึงขนาดมีภรรยา 6 คน ชาวเกาหลีจึงเปรียบเขาเป็น “รัสปูตินเกาหลี” ที่ครอบงำความคิดของผู้นำประเทศตั้งแต่รุ่นพ่อถึงรุ่นลูก...
สรุปได้สั้นๆ ว่า มูลเหตุเกิดจากมิจฉาทิฏฐิ คือ การมีความเห็นผิดไปจากธรรมชาติของคนทั้ง 4 จึงก่อเป็นเวรกรรมชักนำให้ 4 ชีวิตเข้ามาสู่วงล้อแห่งกรรม...
ณ วันนี้ ความนิยมในตัวประธานาธิบดีหญิง ปัค กึน ฮเย ตกต่ำอย่างที่สุดนับจากมีประธานาธิบดีที่มาจากการเลือกตั้ง ประชาชนหลายหมื่นคนออกมาเดินขบวนประท้วงให้ลาออก เนื่องจากไม่สามารถไว้วางใจประธานาธิบดีอีกต่อไป...
อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีหญิง ปัค กึน ฮเย ก็ยังคงปักหลักสู้ โดยกล่าวว่า ถูกหักหลังจาก นาง “เชเว” ซึ่งเป็นเพื่อนเก่าแก่มาแต่เด็ก ท่านเคยให้เข้ามายุ่งเกี่ยวในทำเนียบเฉพาะช่วงต้นที่ดำรงตำแหน่งเท่านั้น เพราะท่านตัวคนเดียวไม่มีใคร หลังจากแต่งตั้งที่ปรึกษาแล้วก็ไม่ได้ให้มาทำอะไรอีก...
ดังนั้น ท่านยินยอมให้พิสูจน์ความจริงด้วยการเข้าสู่กระบวนการสอบสวนอย่างเป็นทางการจากสำนักงานอัยการสูงสุด ซึ่งเหตุการณ์นี้ทำให้เกิดเป็นมาตรฐานใหม่ คือ ที่ผ่านมา ไม่เคยมีประธานาธิบดีคนใดถูกสอบสวนในขณะที่ยังเป็นผู้นำทางการเมืองเลย ประธานาธิบดีทุกคนที่ตนเองหรือมาดามหลังบ้านกับลูกหลานมีประวัติเกี่ยวพันกับการคอร์รัปชั่น ล้วนถูกสอบสวนหลังลงจากตำแหน่งแล้วทั้งสิ้น... ...ก็หวังว่าความจริงจะปรากฏในเร็ววัน...







