posttoday
วิกฤตโยกย้าย ปัจจัยเสี่ยงรัฐบาล

วิกฤตโยกย้าย ปัจจัยเสี่ยงรัฐบาล

26 สิงหาคม 2553

ระบาดไปทั่วทุกหย่อมหญ้ากับ “วิกฤต” การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ซึ่งนับวันแผลใหม่ๆ จะค่อยๆ ผุดออกมาประจานรัฐบาล ที่มีข้อครหาเรื่องการซื้อขายตำแหน่งและเด็กเส้น เด็กฝาก มากที่สุดยุคหนึ่ง

ระบาดไปทั่วทุกหย่อมหญ้ากับ “วิกฤต” การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ซึ่งนับวันแผลใหม่ๆ จะค่อยๆ ผุดออกมาประจานรัฐบาล ที่มีข้อครหาเรื่องการซื้อขายตำแหน่งและเด็กเส้น เด็กฝาก มากที่สุดยุคหนึ่ง

โดย...ทีมข่าวการเมือง

 

วิกฤตโยกย้าย ปัจจัยเสี่ยงรัฐบาล

ล่าสุดคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) มีมติเอกฉันท์เมื่อวันที่ 11 ส.ค.ที่ผ่านมา ให้ยกเลิกคำสั่งแต่งตั้งนายอำเภอประเภทอำนวยการระดับสูง ประเภทวิชาการและระดับเชี่ยวชาญจำนวน 41 ราย ตามคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ลงวันที่ 15 ม.ค. 2533

ด้วยเหตุผลสำคัญคือ ไม่ยึดหลักเกณฑ์ที่ฝ่ายปกครองกำหนด โดยเฉพาะประเด็นเรื่อง “อาวุโส” ซึ่งจากข้อเท็จจริงพบว่าการคัดเลือกผู้ที่มาดำรงตำแหน่งว่าง 46 ตำแหน่ง มีผู้อาวุโสที่อยู่ในคิวจ่อเข้าสู่ตำแหน่ง 46 รายแรก ได้รับการแต่งตั้งเพียงแค่ 5 ราย

ขณะที่ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกให้มาดำรงตำแหน่งเป็นอันดับที่ 1 กลับมีลำดับอาวุโสอยู่ที่ 81 และผู้ที่ได้รับคัดเลือกให้มาดำรงตำแหน่งอันดับที่ 2 และ 3 มีอาวุโสเป็นลำดับที่ 324และ 329 ตามลำดับ ถือเป็นการกระโดดข้ามหัวหลายร้อยคนซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ที่สำคัญงานนี้อาจกลายเป็นจุดเริ่มเต้นของโดมิโนให้กลับไปรื้อฟื้นการแต่งตั้งโยกย้ายในหลายส่วนทุกสาระบบของวงการข้าราชการ ที่มีปัญหาคล้ายคลึงกันนี้

โดยเฉพาะสัญญาณเอาจริงจาก นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ที่ดูแล ก.พ.ค. ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินหน้ายกเลิกคำสั่งดังกล่าวพร้อมดูแลเรื่องการเยียวยา

จังหวะไล่เลี่ยกันนี้ ยังพบการแต่งตั้ง “มงคล สุระสัจจะ” อธิบดีกรมการปกครองขึ้นมาเป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงการเข้าสู่ตำแหน่งนี้อย่างรวดเร็ว ด้วยความสัมพันธ์ระดับ “สายตรง” ของ เนวินชิดชอบ

ยิ่งดูเส้นทางก้าวกระโดดที่เป็น ผวจ.บุรีรัมย์ ปีเดียว ก็ขยับขึ้นมาเป็นอธิบดีกรมพัฒนาชุมชน ปี 2552 ตามด้วยอธิบดีกรมการปกครอง ปี 2553 เพียงแค่ 4 เดือน ก่อนขึ้นชั้นเป็นปลัดกระทรวง

จน “ปู่จิ้น” ชวรัตน์ ชาญวีรกูล มท.1 ออกมาอธิบายปรากฏการณ์ครั้งนี้แบบติดตลกว่า “อาจเป็นเพราะเขามียาดี ยาดีก็บำรุงร่างกายให้โต”

ไม่น่าแปลกใจกับกระแสต่อต้านเส้นทางก้าวกระโดดครั้งนี้ เมื่อ สว.สายอดีตผู้ว่าราชการจังหวัด ลูกหม้อมหาดไทย อาทิ ฐิระวัตรกุลละวณิชย์ กฤช อาทิตย์แก้ว สุพจน์ โพธิ์ทองคำ ดิเรก ถึงฝั่ง สุเมธ ศรีพงษ์ พีระ มานะทัศน์ ออกมาแถลงถึงความไม่เหมาะสมในการแต่งตั้ง

ทั้งเหตุผลเรื่องความอาวุโสกับการนำคนที่ได้ซี 10 มาไม่ถึง 2 ปี อาวุโสลำดับที่ 54 มาเป็นปลัดกระทรวง หรือมีสายสะพาย 2 เส้นแต่แซงหน้ารองปลัดคนอื่นๆ ที่มีสายสะพาย 4 เส้น อีกทั้งยังเหมือนกับเอาเณรมาเป็นเจ้าอาวาสปกครองพระ ไม่มีความสง่างาม

สอดรับกระแสข่าวก่อนหน้านี้เรื่องการวิ่งเต้นซื้อขายเก้าอี้กันอย่างเอิกเกริกถึงขั้นกำหนดอัตราราคาเก้าอี้กันแบบชัดเจน ตั้งแต่ตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดไปจนถึงการสอบเข้าโรงเรียนนายอำเภอ

ทว่านอกจากสถานการณ์จะไม่ได้รับการคลี่คลายให้ดีขึ้น ตรงกันข้ามยังขยายตัวมากขึ้น แถมยังพบพิรุธการทำเรื่องของกระทรวงมหาดไทยมายัง ก.พ. เพื่อขอยกเว้นเกณฑ์ ก.พ. เรื่องการแต่งตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดคล้ายจะเปิดทางให้กับการแต่งตั้งคล่องตัวไร้ข้อครหา

ชัดเจนว่าสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาการแต่งตั้งโยกย้ายไม่เป็นธรรมในกระทรวงมหาดไทย เนื่องจากอยู่ใต้การกำกับดูแลของพรรคภูมิใจไทย “เสาค้ำยัน” สำคัญของรัฐบาล

พร้อมเสียงกระตุ้นเตือนจาก “ศุภชัยใจสมุทร” โฆษกภูมิใจไทย ที่เตือนให้พึงระลึกถึงบุญคุณสมัยครั้งยอมพลิกขั้วมาจับมือตั้งรัฐบาล พร้อมบ่นว่า

“การแสดงออกกันระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลวันนี้อาจจะขาดการถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน”

ทว่านายกฯ ซึ่งต้องเลือกระหว่าง “เสถียรภาพ” กับ “ภาพลักษณ์” ยังยืนยันว่า แม้จะให้เจ้ากระทรวงเป็นผู้ดูแล แต่ใครที่มีปัญหาความไม่เป็นธรรม ทำไม่ถูกต้องตามระเบียบ ก็ต้องดำเนินการ พร้อมกำชับ “สุเทพ” คุ้มเข้มมหาดไทยหลังมีเสียงวิจารณ์กันหนาหู

ดังจะได้พิสูจน์ความชัดเจนกันอีกครั้ง ในการแต่งตั้งข้าราชการซี 10 ในส่วนของ อธิบดี ผู้ว่าราชการจังหวัด ที่ว่างลงอีก 225 ตำแหน่ง อีกไม่กี่วันนี้ ว่าจะดีขึ้นอย่างไรหรือไม่

ไม่ใช่แค่ในส่วนของกระทรวงมหาดไทยที่มีปัญหาเรื่องการแต่งตั้งโยกย้าย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ก็จัดเป็นอีกหน่วยงานที่ถูกวิจารณ์ถึงการแต่งตั้งโยกย้าย ข้ามหัว ซื้อขายตำแหน่ง

ยืนยันโดย พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาการ ผบ.ตร. ออกมาเปิดใจก่อนเกษียณว่า การแต่งตั้งครั้งที่ผ่านมาระดับรองผู้บังคับการสารวัตร มีคนมาฝากถึง 2,000 ราย

กลายเป็นปัญหาตามมา คือ “คนทำงานไม่ได้โต คนโตไม่ได้ทำงาน”

ตามมาด้วยคำพิพากษาศาลปกครองให้เพิกถอนคำสั่งแต่งตั้ง พล.ต.ท.วัชรพล ประสารราชกิจ ให้เป็นรอง ผบ.ตร. เนื่องจากมีอาวุโสเป็นลำดับ 2 ขณะที่ พล.ต.อ.ชลอ ชูวงษ์ ที่ปรึกษา สบ10 ซึ่งมีอาวุโสเป็นอันดับ 1 และไม่มีข้อบกพร่องในเรื่องการทำหน้าที่กลับไม่ได้รับการแต่งตั้ง

หนำซ้ำยังถูกตอกย้ำโดยศาลปกครองว่าการพิจารณาแต่งตั้งครั้งนี้ เป็นการกระทำที่มิชอบด้วยกฎหมายและใช้ดุลพินิจโดยมิชอบ

ทำให้ สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ กำกับ สตช.ออกมายืนยันว่า ปีนี้ได้กำหนดกฎเกณฑ์กติกาค่อนข้างจะแข็งแรง สำหรับการแต่งตั้งรอบนี้ ตามที่นายกฯ ได้กำชับให้ดูแลอย่างเคร่งครัด

ทางฝั่งกองทัพเองก็ยังพบปัญหาเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายที่ไม่มีความเป็นธรรม โดยเฉพาะการจัดวางฐานอำนาจรองรับการขึ้นมาสู่ตำแหน่ง ผบ.ทบ. ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงการเรืองอำนาจของฝั่ง “บูรพาพยัคฆ์”

จนเป็นที่วิตกกันว่า อาจจะกลายเป็นคลื่นใต้น้ำในกองทัพ กับความไม่พอใจของสาย “วงศ์เทวัญ” ที่ถูกกระชับอำนาจ และอาจจะก่อตัวเป็นปัญหาในระยะยาวได้

สารพัดปัญหา การวิ่งเต้น ซื้อขาย “เก้าอี้” จึงถือเป็นอีก “ปัจจัยอันตราย” ของรัฐบาล โดยเฉพาะช่วงฤดูกาลโยกย้ายครั้งนี้ ที่สำคัญจะได้เป็นโอกาสให้พิสูจน์ความศักดิ์สิทธิ์ว่า กฎเหล็ก9 ข้อ ที่นายกฯ อภิสิทธิ์ เคยตีกรอบเอาไว้ ยังศักดิ์สิทธิ์อยู่อีกหรือไม่...?

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท