
แก้รถติด
งานก่อสร้างถนนในกรุงปักกิ่งซึ่งส่งผลให้การจราจรทางตอนเหนือของจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณถนนสายหลักที่เชื่อมระหว่างกรุงปักกิ่งกับซางเจียโกวติดขัดยาวถึง 100 กิโลเมตร ยาวนานกว่า 10 วันที่ผ่านมาได้สร้างความกังวลเกี่ยวกับปัญหาการจราจรในกรุงปักกิ่งอีกครั้ง
บทบรรณาธิการของไชนาเดลี ระบุว่า สาเหตุสำคัญของปัญหาการจราจรติดขัดในกรุงปักกิ่งก็คือปริมาณรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ข้อมูลจากศูนย์วิจัยและพัฒนาการจราจรกรุงปักกิ่งระบุว่า ในช่วงเวลาเพียงแค่ตั้งแต่ต้นปี 2550 จนถึงปลายปี 2552 ปริมาณรถยนต์ในกรุงปักกิ่งเพิ่มขึ้นถึง 1 ล้านคัน
ปัจจุบันกรุงปักกิ่งต้องแบกรับปริมาณรถยนต์สูงถึง 4.5 ล้านคัน และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 7 ล้านคัน ภายในอีก 5 ปีข้างหน้านี้ ทั้งนี้รถยนต์ปริมาณมหาศาลดังกล่าวถือว่าเกินระดับสูงสุดที่กรุงปักกิ่งจะรองรับได้ ส่งผลให้ในอีก 5 ปีข้างหน้าการจราจรในกรุงปักกิ่งจะสามารถทำความเร็วโดยเฉลี่ยได้เพียง 15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หรือต่ำกว่านั้น
บทบรรณาธิการระบุว่า การสนับสนุนให้ประชาชนใช้บริการขนส่งมวลชนสาธารณะอาจจะไม่ใช่ทางแก้ที่มีประสิทธิภาพมากนัก ตราบใดที่ระบบขนส่งมวลชนของจีนยังไม่ครอบคลุมกว้างขวางเพียงพอ
จากการสำรวจพบว่า กว่า 40% ของผู้ใช้รถยนต์จะนำรถยนต์ออกมาขับ แม้จะเดินทางเป็นระยะทางเพียงไม่เกิน 5 กิโลเมตรเท่านั้น
สิ่งจำเป็นสำหรับการแก้ไขปัญหาการจราจรที่เกิดขึ้นในขณะนี้คือ การสร้างจิตสำนึกให้กับประชาชน และรณรงค์ให้ร่วมกันลดการใช้รถยนต์ โดยอาจใช้ร่วมไปกับมาตรการเพิ่มต้นทุนในการใช้รถใช้ถนน
บทบรรณาธิการระบุทิ้งท้ายด้วยว่า วิธีการดังกล่าวนอกจากจะช่วยบรรเทาปัญหาจราจรติดขัดแล้ว ยังช่วยเพิ่มคุณภาพของอากาศในเมืองหลวงให้ดียิ่งขึ้นด้วย







