
พระบรมราโชวาท
ข้าพระพุทธเจ้า สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม เจษฎ์ โทณะวณิก
โดย...เจษฏ์ โทณะวณิก
ข้าพระพุทธเจ้า สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม เจษฎ์ โทณะวณิก
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงกอปรด้วยพระอัจฉริยภาพในด้านต่างๆ สุดที่จะหาผู้ใดเสมอเหมือนได้ ทรงเป็นเอตทัคคะในหลายด้าน ได้ทรงศึกษาศาสตร์และศิลป์มากมายสุดคณานับ รวมถึงนิติศาสตร์ หรือความรู้ด้านกฎหมาย ได้ทรงมีกระแสพระราชดำรัส และพระบรมราโชวาทด้านกฎหมายไว้หลากหลาย โดยทรงเน้นย้ำที่ความสำคัญของกฎหมาย แต่ทรงกำชับมิให้ละเลยสิ่งที่สำคัญยิ่งไปกว่าตัวบทกฎหมาย นั่นคือ ตัวความยุติธรรม เหตุและผลตามความเป็นจริง และการใช้กฎหมาย
ในพระบรมราโชวาทองค์หนึ่ง ซึ่งได้พระราชทานแก่บรรดาผู้สำเร็จการศึกษาของสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา ณ อาคารใหม่ สวนอัมพร เมื่อวันที่ 29 ต.ค. 2522 มีใจความตอนหนึ่งว่า “...การรักษาความยุติธรรมในแผ่นดิน ไม่ควรจะถือเพียงแค่ขอบเขตของกฎหมาย จำเป็นต้องขยายออกไปให้ถึงศีลธรรมจรรยา ตลอดจนเหตุและผลตามความเป็นจริงด้วย...” และ “...กฎหมายมิใช่ตัวความยุติธรรม หากเป็นแต่เพียงบทบัญญัติหรือปัจจัยที่ตราไว้เพื่อรักษาความยุติธรรม ผู้ใดก็ตามแม้ไม่รู้กฎหมายแต่ถ้าประพฤติปฏิบัติด้วยความสุจริตแล้วควรจะได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายอย่างเต็มที่ ตรงกันข้ามคนที่รู้กฎหมายแต่ใช้กฎหมายไปในทางทุจริตควรต้องถือว่าทุจริต...”
พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานประกาศนียบัตรแก่ผู้สอบไล่ได้ ตามหลักสูตรของสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา ณ อาคารใหม่ สวนอัมพร วันที่ 27 ต.ค. 2523 มีใจความตอนหนึ่งว่า “...กฎหมายนั้น โดยหลักการแล้วจะต้องบัญญัติขึ้น ใช้เป็นอย่างเดียวกันและเสมอกันหมดสำหรับคนทั้งประเทศ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ใช้กฎหมายจะต้องตระหนักในความรับผิดชอบของตนเองอยู่ตลอดเวลา ในอันที่จะใช้กฎหมายเพื่อธำรงรักษาและผดุงความยุติธรรม...”
พระบรมราโชวาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพิธีพระราชทานประกาศนียบัตรแก่ผู้สอบไล่ได้วิชาความรู้ชั้นเนติบัณฑิตยสภา สมัยที่ 33 ณ อาคารใหม่ สวนอัมพร วันที่ 29 ต.ค. 2524 มีใจความตอนหนึ่งว่า “...กฎหมายนั้นไม่ใช่ตัวความยุติธรรม เป็นแต่เพียงเครื่องมืออย่างหนึ่ง สำหรับใช้ในการรักษาและอำนวยความยุติธรรมเท่านั้น การใช้กฎหมายจึงต้องมุ่งหมายใช้เพื่อรักษาความยุติธรรม ไม่ใช่เพื่อรักษาตัวบทของกฎหมายเอง และการรักษาความยุติธรรมในแผ่นดิน ก็มิได้มีวงแคบอยู่เพียงแค่ขอบเขตของกฎหมาย หากต้องขยายออกไปให้ถึงศีลธรรมจรรยาตลอดจนเหตุและผลตามความเป็นจริงด้วย...”
หวังว่าเราคงจะตระหนักถึงความสำคัญของกฎหมาย และใช้มันให้ถูกต้องตรงตามพระบรมราโชวาทเสมอไป







