
โลกมองไทย
ความสัมพันธ์ของ 2 ประเทศเพื่อนบ้านไทยและกัมพูชาเริ่มดีขึ้นตามลำดับ หลังจากที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ประกาศลาออกจากตำแหน่งที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจของนายกรัฐมนตรี ฮุนเซน แห่งกัมพูชา
อย่างไรก็ตาม หนังสือพิมพ์พนมเปญ โพสต์ ได้นำเสนอบทความของ เจมส์โอทูล พร้อมมุมมองของนักวิเคราะห์หลายฝ่ายว่า การประกาศลาออกดังกล่าวไม่ได้เป็นการยุติปัญหาความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชาที่ดำเนินมาทั้งหมด แม้ว่าในเบื้องต้น นายประศาสน์ ประศาสน์วินิจฉัย เอกอัครราชทูตไทยประจำกัมพูชา และนางยู ออย เอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย จะได้เดินทางกลับไปปฏิบัติหน้าที่ตามปกติแล้วก็ตาม
บทความระบุว่า การประกาศลาออกของอดีตนายกฯ ทักษิณ ตลอดจนการกลับมาฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันนั้น เป็นเพียงจุดเริ่มต้น และการเปิดโอกาสให้ทั้งสองประเทศหันหน้ามาเจรจาตกลงแก้ไขปัญหากรณีพิพาทเรื่องพรมแดนที่ขัดแย้งยาวนานอย่างตรงไปตรงมา
นอกจากนี้ ก็ไม่ได้หมายความว่าทั้งสองฝ่ายจะสามารถประนีประนอมเขตแดน หรือบรรลุข้อตกลงเรื่องเขตแดนระหว่างกันได้อย่างราบรื่นอีกด้วย
ด้านสำนักข่าวบลูมเบิร์ก ได้รายงานการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ว่าเป็นไปตามการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์เกือบทุกฝ่าย หลังจากที่เศรษฐกิจในไตรมาสที่แล้วสามารถเอาชนะปัจจัยลบทางการเมืองมาได้ และขยายตัวได้ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้
บลูมเบิร์กยังได้อ้างการวิเคราะห์ของ ฮิเดอากิ ฮายาชิ นักเศรษฐ ศาสตร์ระหว่างประเทศของบริษัทหลักทรัพย์ มิซูโฮะ ซีเคียวริตีส์ ว่า ธปท.มีแนวโน้มที่จะคงการขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก เนื่องจากสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจที่ขยายตัวได้อย่างแข็งแกร่งแม้ว่าปัจจัยลบของเขตเศรษฐกิจใหญ่ในบางประเทศอาจส่งผลให้ ธปท.ต้องพิจารณาการขึ้นอัตราดอก เบี้ยอย่างระมัดระวังก็ตาม







