
รัฐจัดให้ตันละ 1.3 หมื่น ดูดซับข้าว 5 ล้านตัน
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ นบข.นัดพิเศษเช้าวันที่ 1 พ.ย. มีมติกำหนดมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรชาวนาเพื่อรักษาเสถียรภาพราคาข้าว ผ่านโครงการสินเชื่อชะลอขายข้าวเปลือกนาปีเป็นตันละ 1.3 หมื่นบาท เพิ่มจากการประชุม นบข.เมื่อวันที่ 1 พ.ย. กำหนดที่ 11,525 บาท/ตัน ซึ่งประกอบด้วย ค่าข้าวเปลือก เงินช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวและปรับปรุงข้าว และค่าเก็บรักษาข้าวไว้ในยุ้งฉาง สำหรับเกษตรกรที่ไม่มียุ้งฉางไม่เข้าร่วมโครงการนี้สามารถขายได้ในราคาตลาด โดยรัฐบาลจะช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวข้าวปรับปรุงคุณภาพ โดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) โอนเงินเข้าบัญชีในอัตราตันละ 2,000 บาท
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ นบข.นัดพิเศษเช้าวันที่ 1 พ.ย. มีมติกำหนดมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรชาวนาเพื่อรักษาเสถียรภาพราคาข้าว ผ่านโครงการสินเชื่อชะลอขายข้าวเปลือกนาปีเป็นตันละ 1.3 หมื่นบาท เพิ่มจากการประชุม นบข.เมื่อวันที่ 1 พ.ย. กำหนดที่ 11,525 บาท/ตัน ซึ่งประกอบด้วย ค่าข้าวเปลือก เงินช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวและปรับปรุงข้าว และค่าเก็บรักษาข้าวไว้ในยุ้งฉาง สำหรับเกษตรกรที่ไม่มียุ้งฉางไม่เข้าร่วมโครงการนี้สามารถขายได้ในราคาตลาด โดยรัฐบาลจะช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวข้าวปรับปรุงคุณภาพ โดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) โอนเงินเข้าบัญชีในอัตราตันละ 2,000 บาท
“การดำเนินการดังกล่าวได้มีการปรึกษาฝ่ายกฎหมายแล้ว ซึ่งสามารถทำได้ เพราะไม่ได้เป็นการจำนำข้าวทุกเมล็ดและไม่ใช่การนำข้าวที่ได้จากโครงการไปเก็บในคลังของรัฐ โดยหวังว่ามาตรการนี้จะทำให้ชาวนาพอใจในระดับหนึ่งและทำให้ราคาข้าวในตลาดปรับดีขึ้น” นายกฯ กล่าว
อภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า วงเงินตามโครงการที่เปลี่ยนไปนี้มาจากที่หลังการประชุม นบข. เมื่อวันที่ 31 ต.ค. แล้วกระทรวงพาณิชย์ได้มีการลงพื้นที่สำรวจราคาข้าวหอมมะลิแล้ว พบว่ามีราคาเพิ่มขึ้น จึงได้ปรับราคากลางข้าวหอมมะลิมาเป็นที่ตันละ 1.1 หมื่นบาท เพิ่มจากมติเดิมที่เห็นชอบไว้ที่ตันละ 9,700 บาท โดยตั้งเป้ามีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ 2 ล้านตัน
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวเปิดเผยว่า รัฐบาลยังมีมาตรการดูดซับข้าวเปลือกเพิ่มอีก 3 ล้านตัน ผ่านโรงสีและสหกรณ์ที่เก็บข้าวเปลือกเข้าสต๊อก ซึ่งจะทำให้สามารถดูดซับข้าวเปลือกได้ประมาณ 5 ล้านตัน ซึ่งจะทำให้ราคาข้าวเปลือกเพิ่มสูงขึ้น
สุเทพ คงมาก นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย เชื่อว่าราคาข้าวเปลือกหอมมะลิในตลาดจะปรับเพิ่มขึ้นตามราคาที่ประชุม ครม.อนุมัติเพิ่ม ซึ่งใช้เป็นราคาอ้างอิงให้ชาวนาทั่วไป ในการนำข้าวไปขายในท้องตลาด ต้องขอบคุณรัฐบาลที่ปรับปรุงมติใหม่ ทำให้แนวโน้มราคาจากนี้จะดีขึ้น แม้ชาวนาจะไม่ร่วมโครงการรับจำนำยุ้งฉางแต่ก็จะได้ราคาข้าวที่ดีและขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เห็นใจชาวนา
สมบัติ โชติกลาง ผู้นำเกษตรกรบ้านเตย ต.กระเบื้องใหญ่ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา กล่าวว่า ถ้ารัฐบาลให้ราคาสูงขนาดนี้ก็ถือว่าเป็นที่น่าพอใจมาก กลุ่มชาวนาบ้านเตยมีด้วยกันประมาณ 360 ราย พื้นที่ปลูกข้าว 9,000 ไร่ อีกเพียง 1 เดือน ก็จะเก็บเกี่ยวข้าวแล้ว ถ้ารัฐบาลออกโครงการรับจำนำยุ้งฉางให้ราคาดีเช่นนี้ ชาวนาก็คงจะหันมาเข้าร่วมโครงการด้วยจำนวนมากแน่นอน
ขณะเดียวกัน ชาวนาในหลายจังหวัดเริ่มชะลอการขายข้าว เช่น ที่ จ.สุรินทร์ เกษตรกรนำข้าวมาขายจำนวนน้อยมาก เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงก่อนหน้านี้ เนื่องจากเกษตรกรชาวนาได้รับแจ้งจากกำนันผู้ใหญ่บ้านให้ชะลอการขายข้าวเปลือกสดในช่วงนี้ไว้ก่อนเพราะได้ราคาต่ำ และคาดว่าราคาข้าวเปลือกหอมมะลิจะขยับขึ้นไปถึงกิโลกรัมละ 10 บาท ตามนโยบายแก้ไขปัญหาราคาข้าวของรัฐบาลในเร็วๆ นี้
ด้านหน่วยงานรัฐในหลายจังหวัดก็หามาตรการช่วยเหลือชาวนา เช่น ที่ จ.สระแก้ว นพ.อภิรักษ์ พิศุทธ์อาภรณ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสระแก้ว กล่าวว่า โรงพยาบาลใน จ.สระแก้ว 9 แห่ง มีแนวคิดจะรับซื้อข้าวเพื่อช่วยเหลือชาวนาโดยตรง ซึ่งให้แต่ละโรงพยาบาลดำเนินการประสานกับชาวนาในพื้นที่เองไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง
กัญญารัตน์ เทพเลื่อน ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรเมืองสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ได้ทำข้อตกลงในการแลกเปลี่ยนสินค้ากับสหกรณ์การเกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด ตามโครงการลองกองแลกข้าว ซึ่งเป็นความร่วมมือแก้ไขปัญหาราคาตกต่ำผลิตผลของสินค้าข้าวสารและลองกอง
อิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ชี้แจงว่า เอกชนจะติดตาม ทำงานร่วมกับภาครัฐอย่างใกล้ชิดในการแก้ปัญหาราคาข้าวตกต่ำ โดยรัฐบาลและเกษตรกรควรวางแผนระยะยาวในการปลูกพืชชนิดอื่นๆ ที่เหมาะสมกับพื้นที่ เช่น ถั่วเหลือง เพื่อนำมาพัฒนาเป็นอาหารสัตว์ อาหารแปรรูปต่างๆ อ้อย ข้าวโพด และถั่วลิสง เป็นต้น
เจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ปัญหาราคาข้าวตกต่ำนั้น ยอมรับว่าเป็นปัญหาใหญ่ แต่เชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อในประเทศมากนัก เพราะราคาสินค้าเกษตรชนิดอื่นยังปรับตัวไปในทิศทางที่ดี ประกอบกับรัฐบาลมีกลไกให้ความช่วยเหลือชาวนาเต็มที่ เชื่อว่าจะทำให้ราคาไม่ตกต่ำไปมากกว่านี้







