
ขยะอาหารเกลื่อนสนามหลวง จิตอาสาเศร้าใจ พฤติกรรมกินทิ้งขว้าง
โดย..นิติพันธุ์ สุขอรุณ
โดย..นิติพันธุ์ สุขอรุณ
พลังจิตอาสาในฐานะ “ผู้ให้” หลั่งไหลกันมาช่วยบริจาคอาหาร หลากหลายรสชาติทั้งเปรี้ยว หวาน มัน เค็ม เพื่อที่อย่างน้อยจะได้ช่วยบรรเทาความโศกเศร้าของคนไทย ผ่านการปรุงอาหารอย่างพิถีพิถันสุดฝีมือ เพื่อให้ “ผู้รับ” ที่เดินทางมาแสดงความไว้อาลัยพระบรมศพที่สนามหลวงได้อิ่มท้อง
ทว่าข้อมูลจากศูนย์ปฏิบัติการฝ่ายขยะและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) พบสถิติการทิ้งอาหารที่รับประทานไม่หมดลงถังขยะเป็นจำนวนมาก โดยเฉลี่ยทั้งอาหารแล้วน้ำดื่มมีการรับประทานไปเพียงครึ่งเดียว หรือรับประทานเพียง 1 ใน 3 ส่วนของอาหาร 1 จาน หรือทิ้งโดยไม่ได้รับประทานเลยแม้แต่น้อย
ชวนให้คำนึงถึงคำสอนของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงสั่งสอนเรื่องความ “พออยู่ พอกิน พอเพียง” เพื่อเป็นพื้นฐานการดำรงชีวิตของคนไทยมาช้านาน ทว่าภาพขยะเศษอาหารเหลือทิ้งขว้างเป็นจำนวนมาก ได้สร้างความเจ็บปวดให้ผู้นำอาหารมาแจก รวมไปถึงจิตอาสาที่ยังคงอุทิศตนเดินเก็บขยะด้วยความเหน็ดเหนื่อย
วราภรณ์ อารีบ่อ อายุ 36 ปี พนักงานทำความสะอาด สำนักงานเขตสวนหลวง กทม. เปิดเผยว่า เป็นเรื่องน่าเสียใจมากที่พบเห็นคนรับประทานข้าวเหลือทิ้ง จึงอยากให้ไปรับอาหารเท่าที่ตัวเองพออิ่มจะดีกว่า เพราะที่สนามหลวงมีการแจกอาหารเยอะมาก ทำให้บางทีอาหารบางอย่างไม่ถูกปากจนกระทั่งเหลือทิ้งขว้าง
ส่วนเรื่องน้ำดื่มอยากให้ผู้ที่นำน้ำมาแจกใช้เป็นขวดขนาดเล็ก เนื่องจากคนมักดื่มหมดขวดเล็กง่ายกว่า และไม่ชอบถือเป็นขวดใหญ่ จึงมักเห็นคนทิ้งน้ำจากขวดใหญ่เป็นจำนวนมาก เวลาเก็บกวาดจะลำบากเพราะต้องแบกน้ำหนักมาก
สมปอง ข้อออ อายุ 46 ปี มัคคุเทศก์ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ตั้งแต่มาเป็นจิตอาสาได้ทำหน้าที่หลายอย่าง ทั้งประชาสัมพันธ์เรื่องการแต่งกายให้นักท่องเที่ยว และแจกอาหารน้ำดื่มโดยไม่เลือกหน้าที่ แต่เมื่อเห็นอาหารที่เพิ่งแจกไปถูกรับประทานไม่กี่คำก็ทิ้งแล้ว ทำให้รู้สึกเสียใจ
“บางคนอาหารบางอย่างเมื่อทานแล้วรู้สึกไม่ถูกปากก็ทิ้งทันที เรารู้สึกเสียใจเหมือนกัน อยากฝากถึงคนที่มาสนามหลวง เมื่อคิดจะมาทำดีเพื่อพ่อแล้วก็ต้องทำให้ได้ แค่น้ำก็ต้องดื่มให้หมด ทิ้งให้เป็นที่เป็นทาง มีความรับผิดชอบต่อตัวเอง ไม่สร้างภาระให้ผู้อื่น ความดีต้องเริ่มที่ตนเองก่อน” สมปอง กล่าว
บรรจง ไชยโชคตร์ พนักงานทำความสะอาด สำนักงานเขตสวนหลวง กล่าวว่า มีคนทิ้งอาหารที่รับประทานไม่หมดเป็นจำนวนมาก เมื่อนำมารวมกันแล้วจะได้เศษอาหารเป็นถังขนาดใหญ่มาก ซึ่งก่อนหน้านี้ทิ้งขยะเกลื่อนกลาดไปหมด ทำร้ายสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ รู้สึกเศร้าใจเป็นอย่างมาก ในฐานะพนักงานเก็บขยะจึงตั้งใจทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเพื่อพ่อ
“เคยเจอคนที่ทิ้งอาหารด้วยการเหวี่ยงใส่ถังขยะ ทำให้สาดกระเด็นเลอะเทอะเต็มไปหมด ภาพที่เห็นติดตาและรู้สึกเศร้าใจมาก เพราะเข้าใจว่าคนจำนวนมากก็มีทั้งดีและไม่ดี จึงอยากให้คนที่ไปยืนต่อแถวรับอาหาร กินเท่าที่พออิ่ม ไม่ใช่เอามากักตุนหอบไว้เต็มอ้อมแขน อยากให้มีจิตสำนึกมากกว่านี้ นี่ไม่ใช่การมาเดินเล่นงานเทศกาล แต่คืองานของพ่อ ต้องทำดีเพื่อพ่อ” บรรจง กล่าว
จตุรงค์ พระเนตรรัตน์ อายุ 58 ปี อาชีพอิสระ เล่าว่า เดินทางมาเป็นจิตอาสาทุกวันทำให้เห็นพฤติกรรมคนรับประทานอาหารไม่หมด เรียกได้ว่ากินครึ่งทิ้งครึ่งก็ว่าได้ จึงได้แนะนำระหว่างเดินถือถุงขยะไปทั่วๆ สนามหลวง โดยบอกผู้ที่มารับอาหารฟรีว่า “กินพออิ่ม พอเพียง”
“ผมมักจะบอกกับทุกคนที่มารับข้าวอย่างสุภาพว่าแค่พออิ่ม พอเพียง ก็พอแล้ว แต่บางคนหอบถุงผ้าใบใหญ่มาใส่อาหารเลย เวลาเห็นคนทิ้งข้าวเต็มถ้วยแล้วรู้สึกเสียใจ เพราะคนที่ทำมาให้กินเขาตั้งใจทำ นำมาแจกด้วยใจ แล้วคุณทำร้ายจิตใจเขาด้วยการกินไม่หมดแล้วทิ้งขว้างแบบนี้มันไม่ดีเลย ทั้งที่พ่อสอนเรื่องความพอเพียงอยู่ตลอด การแก้ปัญหาต้องแก้ที่จิตสำนึก” จตุรงค์ กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
ธนะสิทธิ์ ฟักเถื่อน นักศึกษามหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า เหตุผลที่ตัดสินใจเดินทางมาเป็นจิตอาสาเพราะอยากช่วยเหลือสังคม เป็นความรู้สึกที่ดีมากเมื่อได้ทำ และเขาเลือกทำหน้าที่คัดแยกขยะประเภทเศษอาหาร ร่วมกับพี่ๆ พนักงานเก็บกวาด กทม.
“คนไทยยังขาดจิตสำนึกเรื่องการคัดแยกขยะ ซึ่งต้องปลูกฝังตั้งแต่วัยเด็กจึงจะสามารถแก้ปัญหาขยะได้ นอกจากทิ้งโดยไม่แยกขยะแล้ว ยังกินเหลือทิ้งอีกด้วย ซึ่งผู้ที่ทำอาหารมาแจก เขาทำด้วยใจ สุดฝีมือ เราก็ควรรับประทานให้หมด ไม่กลายเป็นขยะเปียกเศษอาหารเต็มถุงเช่นนี้” ธนะสิทธิ์ กล่าว
สุวรรณา จุ่งรุ่งเรือง ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. กล่าวว่า จากการเก็บข้อมูลตั้งแต่วันที่ 14-27 ต.ค.ที่ผ่านมา ปริมาณขยะบริเวณท้องสนามหลวงมีจำนวน 86 ตัน ปริมาณขยะสะสม 1,085 ตัน เฉลี่ยปริมาณขยะที่เกิดวันละ 78 ตัน แผนการจัดการปริมาณขยะจึงได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่เก็บกวาด จำนวน 1,526 คน และรถเก็บขนขยะ จำนวน 102 คัน รวมถึงเจ้าหน้าที่ชักลากขยะ ด้วยการบูรณาการร่วมกันในการจัดเก็บขยะไม่ให้ตกค้างบริเวณสนามหลวง แบ่งการปฏิบัติงานเป็น 3 รอบ ได้แก่ เวลา 09.00-14.00 น. เวลา 14.00-19.00 น. และเวลา 19.00-24.00 น. หรือจนกว่าจะแล้วเสร็จ
อย่างไรก็ตาม ขอให้ใช้ภาชนะสำหรับแจกอาหารที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ เช่น ถ้วยชานอ้อย เนื่องจากสามารถย่อยสลายได้ รวมถึงนำภาชนะใส่อาหารส่วนตัวมาเองจากบ้านจะดีที่สุด ที่สำคัญควรรับประทานอาหารแต่เพียงพอ เพื่อช่วยกันลดปริมาณขยะให้น้อยลงต่อไป







