posttoday
ราคาข้าวตกต่ำ การเมืองหรือเรื่องจริง

ราคาข้าวตกต่ำ การเมืองหรือเรื่องจริง

01 พฤศจิกายน 2559

โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง

โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง

ในขณะที่รัฐบาลกำลังตามเช็กบิลอดีตนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับนโยบายจำนำข้าวของรัฐบาลชุดที่แล้ว อีกด้านหนึ่งรัฐบาลก็กำลังเผชิญกับปัญหาราคาข้าวตกต่ำแบบตั้งตัวทัน เนื่องจากราคาข้าวขยับลดลงช้าๆ อย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานร่วมปี จากปัญหาตลาดสินค้าโภคภัณฑ์โลกตกต่ำ

ล่าสุด ราคาข้าวเปลือกในตลาดเมื่อวันที่ 28 ต.ค. 2559 ข้าวเปลือกเจ้า 5% ความชื้น 15% ที่ จ.ชัยนาท ราคาตันละ 7,400-7,600 บาท ลดลงจากตันละ 7,600-7,700 บาท ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ความชื้น 15% ที่ จ.ปทุมธานี ตันละ 8,000 บาท ลดลงจากตันละ 9,000 บาท ส่วนข้าวหอมมะลิ ปี 2558/2559 ความชื้น 15% ตันละ 8,700-9,000 บาท ลดลงจากตันละ 9,400-9,600 บาท

เหตุที่ราคาข้าวตกต่ำมาจากหลายกรณี แต่ที่เป็นสาเหตุหลักและถูกนำมาขยายความมากที่สุดคือ โรงสีไม่รับซื้อข้าว หรือรับซื้อแต่กดราคาหนัก จนทำให้เริ่มมีการรณรงค์ขายข้าวตรงให้กับประชาชนผ่านช่องทางออนไลน์ซึ่งทางโรงสีชี้แจงว่า การที่ไม่สามารถรับซื้อข้าวในราคาสูงเพราะข้าวที่ชาวนานำมาขายเป็นข้าวคุณภาพต่ำ ความชื้นสูง หากรับซื้อมีโอกาสเสียหายจากการที่ข้าวขึ้นราได้

มานัส กิจประเสริฐ นายกสมาคมโรงสีข้าวไทย กล่าวว่า ปัญหาข้าวราคาตกต่ำขณะนี้เป็นเพราะราคาข้าวสารลดลงมากประมาณ 500 บาท/ตัน ข้าวหอมมะลิรับซื้อที่ 9,000-9,500 บาท/ตัน จากปีก่อนที่ราคา 1-1.2 หมื่นบาท/ตัน เนื่องจากทางผู้ซื้อ ผู้ส่งออกแจ้งราคารับซื้อข้าวสารในเดือน ธ.ค.นี้ เหลือตันละ 1.5 หมื่นบาท จากปัจจุบันราคาอยู่ที่ตันละ 2- 2.2 หมื่นบาท ในขณะที่ราคารับซื้อข้าวเปลือกของโรงสีที่ความชื้น 15% ข้าวขาวอยู่ที่ตันละ 7,400-7,600 บาท ลดลงจากตันละ 7,700-7,800 บาท ในช่วงก่อนหน้า

“ราคาข้าวที่ชาวนาขายได้ 5,000 บาท/ตัน ถือว่าเป็นราคาที่ต่ำมากในรอบหลายปี แต่ก็ต้องดูความชื้นด้วย เพราะเป็นความชื้นที่ 30% เนื่องจากฝนตกทำให้ความชื้นมาก” นายกสมาคมโรงสีข้าวไทย กล่าว

หากพิจารณาจากข้อเท็จจริงของคุณภาพข้าวที่อยู่ในมือชาวนาว่าจะเป็นไปตามที่ทางโรงสีข้าวกล่าวหรือไม่ ก็นับว่าเป็นเรื่องจริง เนื่องจากชาวนาส่วนหนึ่งเร่งรีบเกี่ยวข้าวเพราะกลัวน้ำจะท่วมที่นาที่ปลูกข้าวไว้และกำลังจะเกี่ยวได้เสียหาย บางรายก็กลัวว่าฝนจะตกทำให้ข้าวที่ปลูกไว้และกำลังจะเก็บเกี่ยวได้มีปัญหา บางส่วนก็ใช้รถเกี่ยวข้าวที่เกี่ยวแล้วบรรจุใส่กระสอบและนำมาขายเลย ไม่ได้นำมาตากให้ข้าวแห้ง เมื่อข้าวไม่ได้คุณภาพก็มีโอกาสสูงที่จะถูกกดราคารับซื้อ หรือปฏิเสธที่จะไม่ซื้อ

แต่ทว่า การส่งออกข้าวกลับมีการส่งออกได้เพิ่มมากขึ้นสวนทางกับปัญหาราคาข้าวเปลือกตกต่ำในประเทศ โดย เจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยว่า เดือน ก.ย. 2559 ไทยส่งออกข้าวได้ถึง 7.9 แสนตัน เพิ่มขึ้น 9.9% เมื่อเทียบกับเดือน ก.ย. 2558 คิดเป็นมูลค่า 1.2 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.4% ส่งผลให้ช่วง 9 เดือน (ม.ค.-ก.ย.) ไทยสามารถส่งออกข้าว 6.85 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 3.7% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มูลค่า 1.08 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.6%

ทั้งนี้ การส่งออกข้าวที่เพิ่มขึ้นเพราะมีการส่งมอบข้าว ทั้งข้าวเก่าและข้าวใหม่ไปยังประเทศผู้ซื้อในแถบแอฟริกาเพิ่มขึ้น หลังจากที่แอฟริกากลับมาสั่งซื้อข้าวจากไทยเพิ่ม เพราะสต๊อกข้าวในประเทศเหล่านั้นเริ่มลดลง

อย่างไรก็ตาม แม้จะส่งออกได้ดีแต่ราคาก็เป็นไปตามตลาด ที่จะต้องแข่งขันกับประเทศคู่แข่งอื่นอย่างข้าวขาว 5% ของเวียดนามราคาตันละ 350 เหรียญสหรัฐ อินเดียตันละ 350 เหรียญสหรัฐ ปากีสถานตันละ 345 เหรียญสหรัฐ ขณะที่ราคาข้าวของไทย เมื่อวันที่ 26 ต.ค. ข้าวขาว 5% ตันละ 369 เหรียญสหรัฐ

เมื่อปัญหาข้าวราคาตกต่ำ มาจากคุณภาพของข้าวและโรงสีไม่รับซื้อ รัฐบาลก็จะต้องลงไปแก้ไขปัญหาข้าวในจุดนี้ ซึ่งความคาดหวังของชาวนาให้รัฐบาลช่วยคงจะต้องทำใจไว้บ้าง เพราะนโยบายประชารัฐที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะทำ ไม่ใช่เป็นการเทกระจาดเพื่อหวังคะแนนนิยม แต่จะช่วยเหลืออย่างสมเหตุสมผล เหมือนที่ได้ควักเงินงบประมาณ 3.7 หมื่นล้านบาท จ่ายเงินช่วยเหลือต้นทุนการเพาะปลูกชาวนาไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกินครอบครัวละ 10 ไร่ ที่ดำเนินการอยู่ในปีฤดูการผลิตปี 2559/2560

ทั้งนี้ จะแจกเงินให้กับชาวนาที่มีการเพาะปลูกข้าวจริงเท่านั้น โดยจะจ่ายเงินให้ชาวนาก่อนการเพาะปลูก ซึ่งจะต้องมีระบบตรวจสอบการลงทะเบียนใหม่สำหรับชาวนาที่จะเพาะปลูกข้าว เบื้องต้นชาวนาที่เป็นลูกค้าของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ที่มากู้เงินเพื่อไปใช้เพาะปลูกจะได้รับเงินไร่ละ 1,000 บาท เป็นอันดับแรก

นอกจากนี้ รัฐบาลได้ให้พักชำระหนี้ทั้งต้นและดอกเบี้ย การประกันภัยพืชผล และการฝึกอบรมอาชีพ ซึ่งจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนเกษตรกรได้ระดับหนึ่ง

แต่มาตรการใหม่ที่รัฐบาลจะนำมาใช้ช่วยชาวนานั้น อาจจะแตกต่างออกไปจากนี้อีก เพราะขณะนี้ปัญหาข้าวเริ่มจะถูกนำไปเป็นปัญหาการเมือง รัฐบาลเชื่อว่าการที่โรงสีกดราคารับซื้อข้าวอาจจะมีการเมืองแอบแฝงเบื้องหลัง ฉะนั้นการออกมาตรการใดๆ จะตัดตอนไม่ให้มีคนกลางได้ประโยชน์เพื่อเป็นการดัดหลัง

นอกจากนี้ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) จะร่วมกับส่วนราชการที่รับผิดชอบโดยตรงในการเข้าตรวจสอบการรับซื้อข้าวของโรงสีในพื้นที่ต่างๆ และรับฟังข้อมูลจากเกษตรกรในทุกพื้นที่ เพื่อเสนอเป็นข้อมูลให้รัฐบาลนำไปพิจารณาบริหารจัดการในปัญหาที่เกิดขึ้นโดยด่วน การดำเนินการดังกล่าวเป็นการปรามผู้ที่ลากปัญหาราคาข้าวตกต่ำไปเป็นประเด็นทางการเมืองด้วย

แต่ปัญหาข้าวจะยังไม่จบเพียงแค่มติของคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (นบข.) ที่อนุมัติให้รับจำนำยุ้งฉางตันละ 11,525 บาท แต่ชาวนาอยากได้ที่ราคา 1.25 หมื่นบาท ยังสามารถถูกนำมาปั่นให้เกิดกระแสต่อต้านรัฐบาลต่อไปอีกได้

ข่าวล่าสุด

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล