posttoday
เมื่อ "ไอเซนฮาวร์" กราบทูลขอสูตรก๋วยเตี๋ยว

เมื่อ "ไอเซนฮาวร์" กราบทูลขอสูตรก๋วยเตี๋ยว

01 พฤศจิกายน 2559

การเสด็จฯ เยือนสหรัฐครั้งนั้นเป็นการตอกย้ำความเป็นพันธมิตรของทั้งสองประเทศครั้งสำคัญ

การเสด็จฯ เยือนสหรัฐครั้งนั้นเป็นการตอกย้ำความเป็นพันธมิตรของทั้งสองประเทศครั้งสำคัญ

เป็นที่ทราบกันดีว่าพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชสมภพที่เมืองเคมบริดจ์ รัฐแมสซาชูเซตส์ ประเทศสหรัฐ ณ โรงพยาบาลเมาท์ออเบิร์น ระหว่างที่สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก เสด็จไปศึกษาต่อยังสหรัฐ ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เมืองเคมบริดจ์

และเมื่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเถลิงถวัลยราชสมบัติแล้ว ทรงเสด็จฯ เยือนประเทศสหรัฐถึง 2 ครั้ง ครั้งแรก ระหว่างวันที่ 14 มิถุนายน-15 กรกฎาคม 2503 ส่วนครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 6-20 มิถุนายน 2510 นับเป็นเพียงไม่กี่ประเทศที่เสด็จฯ เยือนซ้ำ แสดงถึงความผูกพันส่วนพระองค์กับประเทศแห่งนี้และเกี่ยวพันกับพระราชกรณียกิจได้เป็นอย่างดี

ในช่วงรัชสมัยอันยาวนานนั้น ได้ทรงพบปะกับประธานาธิบดีสหรัฐหลายท่าน โดยท่านแรกคือประธานาธิบดี ดไวต์ ดี. ไอเซนฮาวร์ อดีตผู้บัญชาการสูงสุดของฝ่ายสัมพันธมิตรในสงครามโลกครั้งที่สอง

ในการเฝ้าฯ รับเสด็จครั้งนั้นเป็นที่สมเกียรติยศของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชอย่างยิ่ง เพราะทางการสหรัฐได้จัดเป็นพิธีแบบเต็มรูปแบบและเป็นพิเศษอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน แม้แต่ประธานาธิบดีไอเซนฮาวร์ก็ยังร่วมนั่งรถพระที่นั่งมาส่งเสด็จถึงที่ประทับ "แบลร์เฮ้าส์" ซึ่งเป็นสถานที่รับรองแขกบ้านแขกเมืองคนสำคัญ

เมื่อ "ไอเซนฮาวร์" กราบทูลขอสูตรก๋วยเตี๋ยว

อนึ่ง ในการเฝ้าฯ รับเสด็จพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่สนามบินแห่งชาติกรุงวอชิงตัน เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2010 ประธานาธิบดีไอเซนฮาวร์ได้มีแถลงการณ์ต้อนรับตอนหนึ่งว่า

"ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ นับเป็นเกียรติของเกล้ากระหม่อมเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับพระองค์ในการเสด็จฯ เยือนประเทศแห่งนี้ ประวัติศาสตร์ความสัมพันธไมตรีของทั้งสองประเทศนั้นเป็นความสัมพันธ์ที่เจริญรุ่งเรือง ด้วยเหตุนี้ จึงยังความปลื้มปีติแก่ปวงข้าพระพุทธเจ้าชาวอเมริกันที่ได้เฝ้าฯ รับเสด็จองค์พระประมุขของประเทศไทย"

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระราชดำรัสตอบว่า

"ขอขอบใจท่านประธานาธิบดี และขอขอบใจในน้ำใจไมตรีที่ท่านได้เอ่ยถึงเมื่อครู่นี้ รวมถึงการต้อนรับอันดียิ่งที่ท่านมีแก่เรา ที่จริงแล้ว ตั้งแต่เมื่อเราเดินทางมาถึงประเทศแห่งนี้ที่เกาะฮาวายเป็นแห่งแรกเมื่อวันที่ 14 และจากนั้นมาถึงแคลิฟอร์เนียและพิตสเบิร์ก ทุกที่นั้นเราได้รับการต้อนรับอย่างเปี่ยมไมตรีจิตยิ่ง ด้วยเหตุนี้ เราจึงขอขอบใจท่านประธานาธิบดีที่ช่วยอำนวยการเดินทางครั้งนี้"

นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงเน้นย้ำถึงจุดประสงค์ที่เสด็จฯ เยือนสหรัฐ ว่า

"ก่อนที่จะเดินทางมายังสหรัฐ ข้าพเจ้าได้บอกกับพสกนิกรของข้าพเจ้าถึงจุดประสงค์การเยือนอย่างเป็นทางการ ดังนี้ เมื่อเรามีมิตรสหาย เราก็มักไปเยี่ยมมิตรสหายและเครือญาติของเราเพื่อกระชับไมตรีระหว่างกัน แต่ในระดับประเทศนั้นเป็นไปไม่ได้ที่ประชาชนของแต่ละฝ่าย คือ ประชาชน 24 ล้านคนของข้าพเจ้า จะเดินทางมาเยือนประชาชน 190 ล้านคนในประเทศนี้ ด้วยเหตุนี้ ข้าพเจ้าจึงต้องเดินทางมาเยือนในฐานะองค์พระประมุขและตัวแทนของพสกนิกร นี่เป็นเหตุผลว่า เหตุใดข้าพเจ้าจึงมาที่นี่ และปวงพสกนิกรก็เข้าใจเป็นอย่างดี ในวันที่เราเดินทางจากกรุงเทพฯ ประชาชนต่างมาส่งกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง และแสดงให้ข้าพเจ้าได้เห็นว่าพวกเขาสนับสนุนข้าพเจ้าและส่งความหวังดีมายังชาวอเมริกัน ด้วยเหตุนี้ ในฐานะตัวแทนของประชาชนของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าขอส่งความหวังดีของปวงชนชาวไทยมอบแด่ตัวแทนของประชาชาติชาวอเมริกัน"

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระราชดำรัสต่อถึงความสัมพันธ์อันแนบแน่นว่า

"ทั้งสองประเทศมีความสัมพันธ์ที่ดีงามกันมาอย่างยาวนาน นั่นเป็นเพราะเราทั้งสองมีเป้าประสงค์ร่วมกัน ดังที่เรากล่าวว่า เราไม่อาจมีความสุขได้โดยปราศจากเสรีภาพและอิสรภาพ นับตั้งแต่เรามาถึงที่นี่ เราได้เห็นความคล้ายคลึงกันหลายอย่าง ทั้งในวิถีชีวิตประจำวันและในชีวิตส่วนตัว หนึ่งในนั้นคือการแต่งกาย คนไทยนั้นไม่ชอบแต่งกายเป็นทางการเกินไป พวกเขาชอบอยู่แบบง่ายๆ สบายๆ เหมือนกับพวกท่าน และระหว่างมื้ออาหาร เราจะรับประทานอาหารว่างเหมือนท่าน แต่ความแตกต่างก็คืออาหาร ท่านมีป๊อปคอร์น มีฮอตด็อก และไอศกรีม ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีมาก ส่วนเรามีก๋วยเตี๋ยว และผลไม้ดอง ในความแตกต่างนั้นเรามีความคล้ายคลึงกันอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรอบวิธีคิด นั่นคือเราทั้งผองชอบความเป็นอยู่แบบง่ายๆ และเหนือสิ่งอื่นใดเราชมชอบเสรีภาพ"

ต่อมาในงานเลี้ยงพระกระยาหารค่ำ ประธานาธิบดีไอเซนฮาวร์ได้กล่าวสุนทรพจน์ต้อนรับอย่างมีสีสันยิ่งว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงโปรดก๋วยเตี๋ยวดังที่พระองค์ทรงปรารภไว้ต่อสาธารณชน ด้วยเหตุนี้ ผู้นำสหรัฐจึงสัพยอกว่าจึงควรจะถามสูตรทำก๋วยเตี๋ยวจากพระองค์ เพราะหลานๆ ของท่านมักรบเร้าให้เข้าครัวทำอาหารให้รับประทาน ถ้าได้สูตรอาหารใหม่ๆ มาให้หลานๆ ก็น่าจะเป็นชัยชนะอันยิ่งใหญ่ และถ้าหากเขาสามารถทำก๋วยเตี๋ยวได้จริงๆ ก็จะสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างยิ่ง

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงมีพระราชดำรัสตอบว่า

"ข้าพเจ้าไม่มีอะไรที่จะกล่าวอีก เพราะท่านประธานาธิบดีพูดแทนไปหมดแล้ว โดยเฉพาะเรื่องก๋วยเตี๋ยว ซึ่งเหมือนกับที่ข้าพเจ้าถามท่านประธานาธิบดีให้ช่วยทำไอศกรีมให้ข้าพเจ้า ซึ่งข้าพเจ้าได้ถามสูตรไอศกรีมไป และอาจจะหาสูตรก๋วยเตี๋ยวให้ท่านประธานาธิบดีไปทำให้หลานๆ ได้รับประทาน"

เมื่อ "ไอเซนฮาวร์" กราบทูลขอสูตรก๋วยเตี๋ยว ประธานาธิบดีไอเซนฮาวร์

สุนทรพจน์ของผู้นำสหรัฐและองค์พระประมุขของปวงชนชาวไทยที่มีต่อกันนี้แม้อาจดูเป็นเรื่องสัพยอกเล็กๆ น้อยๆ แต่ที่จริงแล้วสะท้อนถึงความใกล้ชิดสนิทสนิมอย่างยิ่งราวกับเป็นมิตรที่คบหากันมานาน ดังที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงตรัสว่า คนไทยและคนอเมริกันนั้นมีความเหมือนกันในเรื่องไม่ชอบพิธีรีตอง แต่ใช่ว่าการเยือนครั้งนี้จะไม่มีการเอ่ยถึงเรื่องกิจการบ้านเมืองเลย ตรงกันข้ามการเสด็จฯ เยือนสหรัฐครั้งนี้เป็นการตอกย้ำความเป็นพันธมิตรของทั้งสองประเทศครั้งสำคัญ

เพราะประธานาธิบดีไอเซนฮาวร์ได้ย้ำคำมั่นกับพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยว่า ประเทศสหรัฐจะให้การสนับสนุนรัฐบาลไทยอย่างแน่วแน่ต่อไป เพื่อประโยชน์ของประชาชนชาวไทย และพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงตอบแถลงการณ์ของผู้นำสหรัฐ โดยทรงเชื่อว่าการสานไมตรีระหว่าง 2 ประเทศเป็นสิ่งที่ประชาชนชาวไทยและชาวอเมริกันต่างปรารถนาเช่นกัน

ที่มา www.m2fnews.com

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด สเปอร์ส พบ ลีดส์ ยูไนเต็ด พรีเมียร์ลีก วันนี้ 11 พ.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด สเปอร์ส พบ ลีดส์ ยูไนเต็ด พรีเมียร์ลีก วันนี้ 11 พ.ค.69