posttoday
จะไป SAGA 7

จะไป SAGA 7

30 ตุลาคม 2559

เช้าวันนี้เรามีแผนจะขับรถข้ามไปยังเมือง Imari เพื่อไปเที่ยวที่ Okawachiyama หมู่บ้านเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขา

เช้าวันนี้เรามีแผนจะขับรถข้ามไปยังเมือง Imari เพื่อไปเที่ยวที่ Okawachiyama หมู่บ้านเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขา หมู่บ้านแห่งนี้มีความสำคัญในด้านการผลิตเครื่องปั้นดินเผาของญี่ปุ่น ในฐานะที่เป็นต้นกำเนิดของ Porcelain เดิมที่ญี่ปุ่นก็ผลิตเครื่องปั้นดินเผาประเภท Earthernware ที่ใช้ดินเหนียวมาปั้นและเผาในอุณหภูมิประมาณ 1,000 องศาเซลเซียส มาตั้งแต่สมัยโจมง หรือ 1.2 หมื่นปีก่อนแล้ว และพัฒนามาจนถึงยุคของ Stoneware ที่มีความคงทนกว่าเพราะใช้วัตถุดิบที่แข็งแรงกว่าอย่างดินขาวมาเผาในอุณหภูมิที่สูงขึ้น แต่พัฒนาการที่สูงขึ้นไปนั้นญี่ปุ่นได้มาจากเกาหลีครับ ในยุคของToyotomi Hideyoshi ญี่ปุ่นได้ส่งกองทัพเข้าไปยึดครองคาบสมุทรเกาหลีถึง 2 ครั้ง และได้มีการนำตัวยอดฝีมือด้าน Porcelain จากเกาหลีมากักตัวไว้ที่หมู่บ้าน Okawachiyama เพื่อผลิตงานชั้นเยี่ยมและเก็บไว้เป็นความลับ เนื่องจากเป็นหมู่บ้านปิดที่อยู่ห่างไกลความเจริญ เข้าถึงได้ยากเพราะด้านข้างและด้านหลังประชิดเขา ด้านหน้าก็สร้างประตูใหญ่ไว้มิให้ใครเข้า-ออกได้โดยง่าย จึงทำให้ความลับนี้ไม่กระจายออกไปสู่โลกภายนอก เครื่องปั้นของโอคาวะจิยามะจึงเป็นของมีมูลค่าสูงมากในช่วงต้นยุคเอโดะ ภายหลังจึงได้มีการกระจายความรู้สู่เมืองข้างเคียงอย่างเช่น Arita ทำให้ผลิตชิ้นงานออกสู่โลกภายนอกได้มากขึ้นและเป็นที่นิยมในหมู่ผู้สูงศักดิ์ ต้องหาเครื่องปั้นของโอคาวะจิยามะและอาริตะ อาทิ แจกันหรือถ้วยชาม มาเป็นเครื่องประดับประดา

จะไป SAGA 7

 

เราใช้เวลาเดินทางจากเมือง Karatsu เพียงแค่ 40 นาที ก็มาถึงยังลานจอดรถของหมู่บ้าน Okawachiyama พอเข้าเขตหมู่บ้านนี่รู้เลยว่าถึงแล้ว โดยเฉพาะตำแหน่งประตูใหญ่และสะพานที่มีเครื่องปั้นประดับประดาให้เห็นเด่นชัด เจ้าหน้าที่การท่องเที่ยวมารออยู่ที่ลานจอด หลังจากทักทายและแวะเข้าห้องน้ำเรียบร้อย เจ้าหน้าที่ก็พาข้ามสะพานไปชมจุดสำคัญคือ ตำแหน่งที่ฝังร่างของบรรดาช่างฝีมือจากเกาหลีพร้อมเล่าประวัติของหมู่บ้านให้ฟัง ใกล้ๆ กันมีเครื่องทุ่นแรงทำจากไม้และใช้ระหัดวิดน้ำที่สร้างจำลองจากของเดิมให้ชมกันว่าสมัยก่อนเขาบดหินบดดินกันอย่างไร จากนั้นก็เดินลอดผ่านสะพาน Potters ที่มีเซรามิกประดับประดาข้ามกลับมายังฝั่งหมู่บ้าน เราสามารถมองเห็นปล่องระบายความร้อนของเตาเผาที่มีอยู่ทั่วทั้งหมู่บ้านร่วม 30 แห่ง ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้งานแล้วและถูกปรับปรุงดัดแปลงให้เป็นร้านค้า แกลเลอรี่ ร้านอาหาร หรือร้านกาแฟ

เราเดินในหมู่บ้านที่เสมือนว่าเวลาถูกหยุดนิ่งเอาไว้ บรรยากาศเก่าๆ ยังคงมีให้เห็นอยู่ตลอดทุกเส้นถนน ทุกตึกทุกอาคารล้วนมีเรื่องเล่า เราหยุดแวะถ่ายรูปตรงสี่แยกมหานิยมที่ใครๆ ก็ต้องมาถ่ายกัน เดินเรื่อยๆ ซึมซับบรรยากาศของหมู่บ้าน ผ่านร้านค้าสลับกับบ้านเรือน ข้ามสะพาน Tenjin ไปจนถึง Stepped Kilns เตาเผารูปแบบพิเศษที่สร้างบนเนิน โดยตระกูล Nabeshima ใช้ผลิตงานในยุคแรกๆ สามารถสะสมความร้อนจากเตาด้านล่างไปยังเตาด้านบนจนมีอุณหภูมิสูงถึง 1,300 องศาเซลเซียส อันเป็นเคล็ดลับสำคัญในการผลิต Porcelane ยุคต้น นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้เดินมาถึงตรงนี้เลยไม่มีโอกาสเห็น และถ้าเดินย้อนทวนน้ำขึ้นไปถึงสะพาน Tonbai ตรงนี้มีพอร์สเลนชิ้นเล็กๆ ประดับประดาอยู่ทั้งสองฝั่งของลำธารและอุดมไปด้วยต้นเมเปิ้ล เป็นจุดชมวิวใบไม้เปลี่ยนสีที่ลับตานักท่องเที่ยวเช่นกัน

เราใช้เวลาเดินเล่นในเมืองพร้อมชมกิจการร้านค้าต่างๆ ร่วม 2 ชั่วโมง เสียดายมีเวลาน้อยไปเพราะมีอีกหลายแห่งที่ยังไม่ได้ชม แต่ก็จำใจต้องอำลาหมู่บ้าน Okawachiyama หมู่บ้านแห่งความลับ และเป็นหมู่บ้านแห่งความทรงจำของใครๆ อีกหลายคน

จะไป SAGA 7

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท