
ดีเดย์1พ.ย.ย้ายเรือ พ้นแหลมบาลีฮาย
สนธิกำลังฝ่ายปกครอง 600 นาย ทวงคืนพื้นที่สาธารณะท่าเรือแหลมบาลีฮาย ดีเดย์ 1 พ.ย. ต้องจบ
สนธิกำลังฝ่ายปกครอง 600 นาย ทวงคืนพื้นที่สาธารณะท่าเรือแหลมบาลีฮาย ดีเดย์ 1 พ.ย. ต้องจบ
ที่ประชุมส่วนราชการเพื่อแก้ปัญหาการย้ายจุดจอดเรือท่องเที่ยวกว่า 1,200 ลำ ออกจากท่าเรือแหลมบาลีฮาย พัทยาใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณะ เมื่อวันที่ 27 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยมี พ.อ.ภพอนันฒ์ เหลืองภานุวัฒน์ รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 14 เป็นประธาน มีมติให้ฝ่ายปกครอง ทหาร และตำรวจ สนธิกำลังเพื่อปฏิบัติภารกิจส่งมอบพื้นที่สาธารณะคืนเมืองพัทยาให้ได้ภายในวันที่ 1 พ.ย.นี้ เบื้องต้นสนธิกำลังได้แล้ว
กว่า 600 นาย
สำหรับการประชุมครั้งนี้ เป็นการติดตามความคืบหน้ามติที่ประชุมครั้งก่อนที่มอบหมายให้ผู้ประกอบการเคลื่อนย้ายเรือออกจากพื้นที่ภายในวันที่ 31 ต.ค.นี้
พ.อ.ภพอนันฒ์ กล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ต้องเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมตามระยะเวลาที่กำหนด เพื่อจัดการทวงคืนที่สาธารณะที่มีปัญหากลับมาใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ ยืนยันว่าดำเนินการเพื่อส่วนรวม ไม่ได้หวังกลั่นแกล้งใคร
“หากพบว่ามีกระแสการต่อต้านหรือผู้ที่ฝ่าฝืนคำสั่งก็พร้อมที่จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเด็ดขาดทันที” พ.อ.ภพอนันฒ์ กล่าว
นายเชาวลิตร แสงอุทัย รอง ผวจ.ชลบุรี กล่าวว่า คงไม่สามารถผ่อนปรนให้ผู้ประกอบการใช้ท่าเรือแหลมบาลีฮายในการขึ้นลงอีกต่อไปได้ โดยหลังจากส่งมอบพื้นที่คืนให้กับเมืองพัทยาแล้ว เมืองพัทยาก็จะทำการทุบทำลายท่าขึ้นลงเดิมเพื่อปรับปรุงใหม่ทันที
ทั้งนี้ ได้สั่งการให้โยกย้ายจุดขึ้นลงมาอยู่ในบริเวณที่กำหนด คือริมชายหาด ช่วงซอยจอมเทียน 11 และจอมเทียน 14 ซึ่งถือว่าไม่ไกลจากท่าเรือเดิมมากนัก ในอนาคตจะมีการพิจารณาเพิ่มจุดท่าเรือขึ้นอีก 2 แห่ง เพื่อลดความแออัดด้วย
นายเชาวลิตร กล่าวอีกว่า จ.ชลบุรี ยังได้มอบหมายให้ทางสำนักงานเจ้าท่าพัทยาร่วมกับเมืองพัทยาและ สภ.เมืองพัทยา ทำการเร่งปรับปรุงพื้นที่รองรับจุดจอดเรือบริเวณท่าเทียบเรือพัทยาใต้ เพื่อให้สามารถรองรับการเทียบเรือรับส่งได้เพิ่มขึ้นจากเดิม และจัดระเบียบการขนส่งทางทะเลใหม่ เพราะหลังจากวันที่ 1 พ.ย.เป็นต้นไป จะมีการออกคำสั่งเป็นระเบียบเพื่อยกเลิกห้ามไม่ให้มีการรับส่งนักท่องเที่ยวเด็ดขาด







