
คลังเลื่อนใช้ระบบชำระเงิน เริ่มทั้งหมดไตรมาสแรกปีหน้า
คลังจำใจเลื่อนใช้ระบบอี-เพย์เมนต์ทั้งหมดจากสิ้นปีนี้เป็นไตรมาสแรกของปีหน้า หลังจากระบบของธนาคารพาณิชย์ไม่พร้อม
คลังจำใจเลื่อนใช้ระบบอี-เพย์เมนต์ทั้งหมดจากสิ้นปีนี้เป็นไตรมาสแรกของปีหน้า หลังจากระบบของธนาคารพาณิชย์ไม่พร้อม
นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ประธานประชุมคณะกรรมการติดตามความคืบหน้าการทำระบบการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ หรืออี-เพย์เมนต์ เปิดเผยว่า โครงการโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือพร้อมเพย์ ได้เลื่อนจากสิ้นปีนี้ไปเป็นไตรมาสแรกของปี 2560 เนื่องจากทดลองระบบของธนาคารพาณิชย์กับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แล้วยังมีปัญหาทำบางรายการไม่ถูกต้อง จึงต้องทดสอบเพิ่มเติมเพื่อให้แน่ใจว่าระบบพร้อมเพย์ไม่มีความผิดพลาดเกิดขึ้น
“ที่ผ่านมา ตอนเริ่มทำระบบอี-เพย์เมนต์ ในส่วนของการทำพร้อมเพย์มีคนบอกว่าต้องใช้เวลา 3-4 ปี แต่รัฐบาลบอกว่าต้องทำให้เสร็จภายใน 1 ปี หรือ 1 ปีครึ่ง ตอนนี้หากมีความล่าช้าออกไปบ้าง เพื่อความปลอดภัยให้ผู้ใช้มีความมั่นใจ ก็เป็นเรื่องที่ยอมรับได้” นายอภิศักดิ์ กล่าว
ด้านระบบอี-เพย์เมนต์ ตลาดทุนให้มีการชำระเงินได้เร็วขึ้นจากเดิมภายใน 3 วัน เป็นภายใน 2 วัน จากเดิมที่จะเริ่มกลางปีหน้า ต้องเลื่อนออกไปเป็นไตรมาส 3 ปีหน้า เนื่องจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และธนาคารพาณิชย์ยังสรุปเรื่องการชำระเงินร่วมกันไม่ได้
สำหรับการชิงโชคเงินรางวัลเพื่อจูงใจให้คนมาใช้อี-เพย์เมนต์ จากเดิมที่จะเริ่มต้นปี 2560 ก็จะเลื่อนออกไปเป็นไตรมาสแรกปี 2560 เนื่องจากระบบพร้อมเพย์และการติดตั้งเครื่องชำระเงินเลื่อนออกไป โดยการจ่ายเงินรางวัลจะให้กับผู้ใช้บัตรเดบิต และร้านค้าที่ติดตั้งเครื่องชำระเงินใหม่ก็จะชิงโชคเงินรางวัลได้ด้วย
ทั้งนี้ ในส่วนของการติดตั้งเครื่องชำระเงิน ทางกระทรวงการคลังได้เสนอมาตรการให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบให้ผู้ที่ลงทุนซื้อเครื่องมาติดตั้งสามารถหักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า ส่วนร้านค้าที่ติดตั้งเครื่องสามารถนำค่าธรรมเนียมจากการติดตั้งเครื่องมาหักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่าเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของอี-เพย์เมนต์ภาครัฐที่จะจ่ายเงินให้กับประชาชน ยังอยู่ตามแผนเดิมคือดำเนินการภายในเดือน ธ.ค. 2559 และภายในปีหน้าจะทำอี-เพย์เมนต์ทั้งรับและจ่ายทั้งหมด







