
มติศาลให้กรธ.แก้คำปรารภ
ศาล รธน.มีมติเอกฉันท์ให้ กรธ.ปรับร่างรัฐธรรมนูญให้สอดคล้องกับความเป็นจริง
ศาล รธน.มีมติเอกฉันท์ให้ กรธ.ปรับร่างรัฐธรรมนูญให้สอดคล้องกับความเป็นจริง
ศาลรัฐธรรมนูญได้เผยแพร่เอกสารข่าวหลังการประชุมคณะตุลาการเพื่อพิจารณาคำร้องของคณะรัฐมนตรีที่ขอให้วินิจฉัยชี้ขาดการปรับปรุงคำปรารภของร่างรัฐธรรมนูญ ระบุว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์วินิจฉัยชี้ขาดว่าการปรับปรุงคำปรารภของร่างรัฐธรรมนูญให้สอดคล้องกับความเป็นจริงที่เกิดขึ้นสามารถกระทำได้ และคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เป็นผู้มีหน้าที่ปรับปรุงคำปรารภของร่างรัฐธรรมนูญให้สอดคล้องกับความเป็นจริงที่เกิดขึ้น เพื่อให้สมบูรณ์ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยต่อไป
นายจรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เปิดเผยว่า ที่ศาลมีมติว่าแก้ได้เพราะพิจารณาจากมาตรา 5 วรรคหนึ่งของรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 ที่บัญญัติว่า เมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้บังคับแก่กรณีใดให้กระทำการนั้น หรือวินิจฉัยกรณีนั้นไปตามประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งตามประเพณีแล้วกฎหมายจะสมบูรณ์ได้ก็เมื่อมีการลงพระปรมาภิไธย แต่เมื่อร่างรัฐธรรมนูญนี้ยังไม่มีการลงพระปรมาภิไธยจึงยังสามารถปรับแก้ไขได้
สำหรับที่ศาลเห็นว่า อำนาจแก้เป็นของ กรธ. เนื่องจากมาตรา 4 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2557 แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 2 ที่ให้เพิ่มเติมเป็นความในมาตรา 39/1 วรรคสิบของรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 บัญญัติไว้ชัดเจนว่า ก่อนนายกรัฐมนตรีนำร่างรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายตามวรรคเก้า ให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญดำเนินการปรับปรุงคำปรารภของร่างรัฐธรรมนูญให้สมบูรณ์และสอดคล้องกับผลการลงประชามติ ดังนั้น กรธ.จึงสามารถแก้ไขปรับปรุงได้
ด้าน นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เปิดเผยว่า กรธ.ได้ยกร่างรัฐธรรมนูญเสร็จสมบูรณ์ตามกำหนดเวลาและส่งไปให้นายกรัฐมนตรีภายในเวลาที่กำหนด และภายหลังเกิดเหตุเปลี่ยนแปลงโดยไม่คาดฝัน ทำให้ข้อความบางตอนไม่สอดคล้องกับปัจจุบัน ดังนั้น จำเป็นต้องแก้ไขให้ตรงตามความเป็นจริง ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าให้ กรธ.เป็นผู้แก้ไขคำปรารภ จึงนับเป็นภารกิจเพิ่มเติมที่ กรธ.ต้องแก้ไขเพื่อส่งคืนรัฐบาลให้ดำเนินการได้ภายในกำหนดเวลาที่รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2557 กำหนดไว้







