posttoday
ดัชนีที่มีอิทธิพลต่ออันดับ ความน่าเชื่อถือของประเทศไทย (1)

ดัชนีที่มีอิทธิพลต่ออันดับ ความน่าเชื่อถือของประเทศไทย (1)

27 ตุลาคม 2559

ในการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศ บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือจะนำข้อมูลของประเทศผู้ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ซึ่งประกอบไปด้วยข้อมูลเชิงปริมาณและข้อมูลเชิงคุณภาพทั้งในปัจจุบันและในช่วงที่ผ่านมา รวมทั้งการคาดการณ์ไปในอนาคตมาทำการวิเคราะห์ โดยปัจจัยหลักที่ บริษัท มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส บริษัท สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (เอสแอนด์พี) และฟิทช์ เรทติ้งส์ นำมาพิจารณา สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ปัจจัย ได้แก่

ในการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศ บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือจะนำข้อมูลของประเทศผู้ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ซึ่งประกอบไปด้วยข้อมูลเชิงปริมาณและข้อมูลเชิงคุณภาพทั้งในปัจจุบันและในช่วงที่ผ่านมา รวมทั้งการคาดการณ์ไปในอนาคตมาทำการวิเคราะห์ โดยปัจจัยหลักที่ บริษัท มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส บริษัท สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (เอสแอนด์พี) และฟิทช์ เรทติ้งส์ นำมาพิจารณา สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ปัจจัย ได้แก่

1) ความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ (Economic Strength)

2) ความแข็งแกร่งขององค์กรภาครัฐ (Institution Strength)

3) ความแข็งแกร่งทางการคลัง (Fiscal Strength)

4) ความอ่อนไหวต่อเหตุการณ์ความเสี่ยงหรือความเปราะบางของประเทศ (Susceptibility to Event Risk)

ความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ (Economic Strength) ประกอบไปด้วยดัชนีต่างๆ ที่สำคัญ ได้แก่ อัตราการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ  (จีดีพี) ระดับรายได้ต่อหัวประชากร จีดีพีมวลรวม ดัชนีความสามารถในการแข่งขัน ความหลากหลาย และความมีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ

บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือทั้ง 3 บริษัทต่างวิเคราะห์ไปในทิศทางเดียวกันว่า ไทยมีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่ ประกอบกับมีความหลากหลายทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้ มูดี้ส์และฟิทช์วิเคราะห์ว่าการขยายตัวของจีดีพีไทยในช่วงที่ผ่านมาเป็นผลจากการลงทุนภาครัฐที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่สนับสนุนความเชื่อมั่นและการลงทุนของภาคเอกชน รวมทั้งเป็นผลจากรายได้จากการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา แต่บริษัทมูดี้ส์และฟิทช์ได้ให้ความเห็นว่าปัจจัยด้านความสามารถในการแข่งขันของสินค้าส่งออก ตลอดจนการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมโดยรวมอาจเป็นอุปสรรคต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจของไทยในระยะปานกลาง โดยมีปัจจัยหลักมาจากการลดลงของการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ

นอกจากนี้ เอสแอนด์พีวิเคราะห์ว่าระดับรายได้ต่อหัวประชากรไทยยังคงอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับประชากรในกลุ่มประเทศที่มีอันดับความน่าเชื่อถือเดียวกัน

1.2 ความแข็งแกร่งขององค์กรภาครัฐ (Institution Strength) ประกอบไปด้วยดัชนีที่ชี้ให้เห็นถึงความสามารถในการดำเนินนโยบายการเงิน เช่น อัตราเงินเฟ้อ การกำหนดนโยบายที่สามารถกำกับดูแลตลาดการเงิน ตลอดจนส่งเสริมการพัฒนาตลาด เพื่อให้มีสภาวะแวดล้อมที่เอื้อต่อภาคธนาคารและตลาดทุนในประเทศ นอกจากนี้ ดูความสามารถดำเนินนโยบายการคลัง ความมีประสิทธิภาพ เสถียรภาพ ความโปร่งใส ตลอดจนความน่าเชื่อถือรัฐบาลก็เป็นดัชนีหลักของปัจจัยด้านนี้

ทั้งนี้ บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือทั้ง 3 แห่ง จะประเมินปัจจัยดังกล่าวผ่านการวิเคราะห์ทั้งในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ซึ่งมีการนำดัชนีที่องค์กรระหว่างประเทศจัดทำขึ้น อาทิ ดัชนีธรรมาภิบาลโลก (Worldwide Governance Indicators) ของธนาคารโลกมาพิจารณาประกอบด้วย โดยบริษัท Moody’s S&P’s และ Fitch ต่างให้ความเห็นว่าองค์กรภาครัฐของไทยมีความเข้มแข็ง สามารถดำเนินนโยบายการเงินการคลังและหนี้สาธารณะได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ดี บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือทั้ง 3 แห่งให้ความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า ตัวชี้วัดด้านธรรมาภิบาลยังคงอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งสาเหตุสำคัญเกิดจากสถานการณ์ความไม่มั่นคงทางการเมืองและจากการทุจริตคอร์รัปชั่น

1.3 ความแข็งแกร่งทางการคลัง (Fiscal Strength) ประกอบไปด้วยดัชนีที่เกี่ยวข้องกับ ความยั่งยืนทางการคลัง อาทิ ดุลงบประมาณ สัดส่วนหนี้รัฐบาล (General Government Debt) ต่อ GDP สัดส่วนหนี้รัฐบาลต่อรายได้รัฐบาล ความสามารถในการชำระหนี้และโครงสร้างหนี้สาธารณะทั้งในแง่ของสัดส่วนหนี้ในประเทศและหนี้ต่างประเทศ อายุของหนี้ ตลอดจนต้นทุนในการกู้ยืม นอกจากนี้ อัตราการใช้เงินกองทุนนอกงบประมาณและการควบคุมภาระผูกพันทางการคลังของรัฐบาล (Contingent Liability) อันเกิดจากการใช้นโยบายประชานิยม ก็เป็นสิ่งที่บริษัท Moody’s S&P’s และ Fitch ให้ความสำคัญเช่นกัน

ทั้งนี้ บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือทั้ง 3 แห่ง ต่างวิเคราะห์ว่าไทยมีความแข็งแกร่งทางการคลังอยู่ในระดับดีมาก และยังมีความเข้มแข็งกว่ากลุ่มประเทศที่มีอันดับความน่าเชื่อถือในระดับเดียวกัน เนื่องจากไทยมีฐานะการคลังที่เข้มแข็ง มีความอ่อนไหวต่อปัจจัยเสี่ยงภาคต่างประเทศต่ำ ตลอดจนมีความเสี่ยงในการปรับโครงสร้างหนี้ที่ครบกำหนดและต้นทุนการระดมทุนของรัฐบาลอยู่ในระดับต่ำ โดยปัจจัยดังกล่าวได้แสดงให้เห็นว่า หน่วยงานภาครัฐของไทยสามารถบริหารจัดการหนี้สาธารณะและนโยบายการเงินการคลังเชิงรุกได้อย่างน่าเชื่อถือ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการให้คะแนนด้านความแข็งแกร่งขององค์กรภาครัฐอีกด้วย อย่างไรก็ดี บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือทั้ง 3 แห่งให้ความเห็นว่า หากต้นทุนการกู้เงินของรัฐบาลเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเป็นผลมาจากความไม่แน่นอนทางการเมือง หรือการขาดวินัยทางการคลัง ตลอดจนดุลการชำระเงินขาดดุลอย่างมีนัยสำคัญ ก็อาจส่งผลให้เกิดการปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยได้

1.4 ความอ่อนไหวต่อเหตุการณ์ความเสี่ยงหรือความเปราะบางของประเทศ (Susceptibility to Event Risk) เป็นตัวชี้วัดความแข็งแกร่งของประเทศที่ประเมินจากความพร้อมแก้ไขปัญหา หากเกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้น โดยประเมินจากความเสี่ยงทางการเมืองภายในประเทศ ความเสี่ยงด้านสภาพคล่องของรัฐบาล ความมีเสถียรภาพของภาคธนาคารและระบบการเงิน ซึ่งวัดจากสินทรัพย์ภาคธนาคาร และการเคลื่อนย้ายของเงินทุนระหว่างประเทศ เป็นต้น รวมทั้งความอ่อนไหวต่อความเสี่ยงจากภาคต่างประเทศ ซึ่งจะพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ อาทิ สถานะดุลบัญชีเดินสะพัด ระดับทุนสำรองระหว่างประเทศ

สัดส่วนหนี้สกุลเงินต่างประเทศต่อหนี้รัฐบาลทั้งหมด ตลอดจนโครงสร้างและระดับของหนี้ต่างประเทศ ของภาครัฐและภาคเอกชน โดยทั้ง 3 บริษัทวิเคราะห์ในทิศทางเดียวกันว่า ภาคการเงินต่างประเทศของไทยมีความแข็งแกร่ง สะท้อนได้จากดุลบัญชีเดินสะพัดที่เกินดุลและทุนสำรองระหว่างประเทศที่สูงขึ้น เอสแอนด์พีวิเคราะห์เพิ่มเติมว่า ความมีเสถียรภาพด้านราคา ตลอดจนการใช้ระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบลอยตัวเป็นปัจจัยหลักของพื้นฐานความน่าเชื่อถือและสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทย

ทั้ง 3 เรตติ้ง เอเยนซี มองว่า ไทยยังมีความเสี่ยงทางการเมืองที่อาจส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจ โดย ณ เดือน ก.ค. 2559 มูดี้ส์วิเคราะห์ว่า ความเสี่ยงทางการเมืองของไทยได้เพิ่มสูงขึ้นจากความไม่แน่นอนในผลการแสดงประชามติของร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ รวมทั้งการจัดการเลือกตั้ง ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นทางธุรกิจและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค นอกจากนี้ เอสแอนด์พีและฟิทช์มองว่าไทยมีความเสี่ยงในภาคธนาคาร เนื่องจากการขยายตัวของสินเชื่อของภาคเอกชน ซึ่งรวมถึงหนี้ภาคครัวเรือน โดยฟิทช์ยังได้ให้ความเห็นว่าการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของไทยจะเป็นอุปสรรคต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในอนาคต

แนวทางการพัฒนาดัชนีที่บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือใช้ประกอบการวิเคราะห์ความเสี่ยงและจัดอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศ

จากข้อจำกัดของปัจจัยต่างๆ ทั้ง 4 ปัจจัย ที่เป็นอุปสรรคต่อการปรับอันดับความน่าเชื่อถือและมุมมองของประเทศ

ทั้งนี้ สบน.จะหยิบยกพัฒนาการในด้านต่างๆ เพื่อนำเสนอแก่บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ เพื่อเป็นข้อมูลในการพิจารณาและนำไปสู่การปรับเพิ่มอันดับความน่าเชื่อถือต่อไป โดยข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาดัชนี/ปัจจัยต่างๆ มีดังนี้

2.1 ปัจจัยความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ (Economic Strength)

จากข้อจำกัดด้านความสามารถในการแข่งขันของสินค้าส่งออกและการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมที่มีกำไรส่วนต่างค่อนข้างต่ำ รวมทั้งรายได้ต่อหัวของไทยที่ยังอยู่ในระดับต่ำเช่นกัน รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรมีมาตรการที่จะช่วยสร้างแรงงานคุณภาพ ตลอดจนส่งเสริมการลงทุนและนำไปสู่การพัฒนา ขีดความสามารถในการแข่งขันโดยรวม ตลอดจนการยกระดับรายได้ของประชาชนในประเทศต่อไป โดยสามารถดำเนินการผ่านมาตรการ 3 ด้านหลัก ดังนี้ (อ่านต่อฉบับพรุ่งนี้)

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท