
สินเชื่อฝืด ระวังหนี้นอกระบบบาน
การปล่อยสินเชื่อของระบบสถาบันการเงินไทยชะลอตัวต่อเนื่องมา 2-3 ปีแล้ว และ 8 เดือนแรกของปี 2559
โดย...ศุภลักษณ์ เอกกิตติวงษ์
การปล่อยสินเชื่อของระบบสถาบันการเงินไทยชะลอตัวต่อเนื่องมา 2-3 ปีแล้ว และ 8 เดือนแรกของปี 2559 สินเชื่อทั้งระบบเติบโตเพียง 4% เป็นผลจากปัจจัยเศรษฐกิจภายในและภายนอกที่ไม่เอื้อต่อให้ลงทุนขยายกิจการ ธุรกิจไม่จำเป็นต้องใช้สินเชื่อ ขณะเดียวกันธุรกิจรายใหญ่มีช่องทางระดมทุนในตลาดเงินตลาดทุนเพื่อนำเงินมาชำระหนี้คืนธนาคารอีกทางหนึ่ง
การที่สินเชื่อเติบโตต่ำหรือหดตัว เป็นสัญญาณที่บ่งชี้ถึงภาวะเศรษฐกิจในประเทศ กำลังประสบปัญหาการฝืดเคือง จนทำให้สถาบันการเงินซึ่งมีหน้าที่ผลักดัน เงินเข้าสู่ระบบทำหน้าที่ได้ไม่สมบูรณ์
ประเทศที่ประสบปัญหาดังกล่าวอย่างเห็นได้ชัด คือ สหภาพยุโรปและญี่ปุ่น ที่ธนาคารกลางกดอัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ในระดับต่ำจนถึงติดลบก็แล้ว โดยคาดหวังให้ธนาคารพาณิชย์ลดการนำเงินไปฝากที่ธนาคารกลางที่เรียกภาษาชาวบ้านว่าต้องเสียเงินค่าฝากเพื่อนำปล่อยสินเชื่อหมุนเวียนในระบบได้มากขึ้น
ทว่า สินเชื่อของประเทศยักษ์ใหญ่เหล่านี้ไม่ได้ขยายตัวอย่างที่ต้องการ จากการที่ธนาคารพาณิชย์เข้มงวดมากขึ้น ขณะที่ภาคธุรกิจไม่มีความต้องการสินเชื่อ เพราะไม่มีแผนขยายธุรกิจ ส่งผลให้สภาพคล่องที่เพิ่มขึ้นนั้นไหลไปยังตลาดเงินและตลาดทุนแทน
สำหรับประเทศไทยที่สินเชื่อเติบโตในระดับต่ำในระยะที่ผ่านมา เกิดจากการควบคุมคุณภาพหนี้เป็นหลัก ไม่ใช่สัญญาณว่าภาวะเศรษฐกิจของไทยจะอยู่ในขั้นย่ำแย่เหมือนประเทศใหญ่ เพราะแนวโน้มเศรษฐกิจไทยเห็นสัญญาณการฟื้นตัวดีขึ้นจากกำลังหลัก คือ การใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐในโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานประเทศ
นอกจากนี้ การที่สินเชื่อยังพอเติบโตเป็นบวกได้บ้าง และสามารถควบคุมหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ไม่ให้พุ่งทะยานมากนัก นับว่า ระบบการเงินไทยยังทำหน้าที่เป็นเส้นเลือดหล่อเลี้ยงระบบเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี
อย่างไรก็ดี ต้องยอมรับว่า สินเชื่อมีแนวโน้มชะลอตัวต่อเนื่องไปถึงปีหน้า เป็นสัญญาณที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดใน 2 ด้านหลัก คือ ผลกระทบที่เกิดกับภาพรวมเศรษฐกิจและผลต่อระบบการเงิน
ในประเทศ
ผลต่อด้านเศรษฐกิจ ประเด็นหลักที่สำคัญ คือ การเข้าถึงสินเชื่อ ปัจจุบันยังมีความต้องการสินเชื่ออยู่อีกมาก แต่การเข้าถึงสินเชื่อเป็นไปได้ยากจากการที่สถาบันการเงินเน้นดูแลคุณภาพหนี้เพื่อลดความเสี่ยงเอ็นพีแอล เมื่อธุรกิจหรือรายย่อยที่ต้องการสภาพคล่องแต่เข้าไม่ถึงสินเชื่อในระบบ อาจต้องหันไปพึ่งพาหนี้นอกระบบแทน สร้างความเปราะบางให้ระบบเศรษฐกิจและอาจเกิดปัญหาทางสังคมได้
การบรรเทาปัญหาการเข้าถึงสินเชื่อ จึงต้องให้ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐเข้ามามีบทบาทมากขึ้น เพื่อให้กลุ่มลูกค้ารายย่อย และธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ได้รับสภาพคล่องเพื่อเข้าไปหมุนเวียนในธุรกิจลดความฝืดเคือง รวมทั้งใช้กลไกของ นาโนไฟแนนซ์ และพิโกไฟแนนซ์ ที่รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ต้องผลักดันให้เข้าถึงรากหญ้ามากขึ้น
ผลต่อด้านการเงิน การที่สินเชื่อปล่อยไม่ออก ทำให้สภาพคล่องล้นมีผลต่อธนาคารไม่แข่งขันระดมเงินฝากและอาจเห็นภาพการลดปริมาณเงินฝาก เพื่อบริหารต้นทุนการเงิน ทำให้อัตราดอกเบี้ยเงินฝากมีแนวโน้มต่ำลง ฉะนั้น ผู้ฝากจะเริ่มผันเงินออมไปยังผลิตภัณฑ์การลงทุนที่มีความเสี่ยงเพิ่ม เพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่สูงขึ้น ซึ่งบางรายอาจจะไม่เข้าใจความเสี่ยงที่ตัวเองจะต้องเผชิญอย่างลึกซึ้งด้วยซ้ำ จำเป็นที่ทางการต้องเร่งให้ความรู้ทางการเงินแก่ผู้ลงทุนโดยเร็ว
ส่วนประเด็นสภาพคล่องส่วนเกินในประเทศที่มีมาก ไม่ว่าจะเป็นสภาพคล่องของระบบธนาคารและเงินทุนต่างชาติไหลเข้ามาในตลาดตราสารหนี้เพื่อหาผลตอบแทนส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย แต่ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของไทยคงไม่ปรับลดลง เพราะเงินทุนเคลื่อนย้ายยังผันผวน จำเป็นมีช่องว่างนโยบายการเงินเพื่อรองรับทิศทางดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐที่มีแนวโน้มทยอยปรับขึ้นในไม่ช้า
ขณะเดียวกัน อัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยในปัจจุบันที่ระดับ 1.50% ถือว่าอยู่ในระดับต่ำเพียงพอที่จะสนับสนุนให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่อง โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยังมีเครื่องมือทางการเงินหลากหลายที่ใช้ในนการบริหารจัดการสภาพคล่องและดูแลอัตราแลกเปลี่ยนให้เหมาะสมอยู่แล้ว ดังนั้น แนวโน้มดอกเบี้ยนโยบายของไทยน่าจะคงไว้ที่ระดับดังกล่าวไปจนถึงปี 2560
อมรเทพ จาวะลา ผู้อำนวยการอาวุโส สำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ให้มุมมองว่า การที่ระบบธนาคารปล่อยสินเชื่อได้น้อยลง ไม่เป็นสัญญาณว่าจะมีความเสี่ยงเหมือนสหภาพยุโรป เพราะสถาบันการเงินไทยบริหารความเสี่ยงได้ดี มีฐานะเข้มแข็ง ไม่ซ้ำรอยวิกฤตเศรษฐกิจเมื่อปี 2540 ซึ่งการที่ธนาคารเน้นดูแลคุณภาพสินเชื่ออย่างเข้มงวดและรัดกุมในภาวะที่เศรษฐกิจฟื้นตัวช้า น่าจะเป็นผลดีในระยะยาวมากกว่าเร่งสินเชื่อเติบโตแรงเสียอีก
“วันนี้ถามว่าธนาคารปล่อยสินเชื่อได้มากกว่านี้ไหม เชื่อว่า ทำได้ เพราะความต้องการสินเชื่อยังมีอยู่ แต่ในภาวะความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ จังหวะนี้ควรให้น้ำหนักด้านเสถียรภาพมากกว่าที่จะหารายได้ดอกเบี้ยแต่ไม่คุ้มความเสี่ยง” อมรเทพ กล่าว
ทั้งนี้ ทิศทางที่จะเห็นในปี 2560 จากการที่สินเชื่อที่ปล่อยได้น้อยลง คือ ธนาคารพาณิชย์ปรับตัวเป็นที่ปรึกษาทางการเงินเพื่อเสริมรายได้ค่าธรรมเนียมทดแทนรายได้ดอกเบี้ยที่ลดลง การบริหารสภาพคล่องที่เต็มไปด้วยความท้าทาย จากการบริหารต้นทุนการเงินแต่ต้องดำรงสภาพคล่องเงินฝากรายย่อยให้เหมาะสมตามเกณฑ์บาเซิล 3 รวมทั้งการบริหารต้นทุนค่าใช้จ่ายที่รัดกุมต่อไปเพื่อรักษาความสามารถทำกำไร
การปล่อยสินเชื่อน้อยลง เป็นปลายเหตุจากเศรษฐกิจชะลอ ทำให้การลงทุนภาคเอกชนและการบริโภคซบเซา จึงต้องติดตามการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลปีหน้า โดยเฉพาะการลงทุน หากเห็นผลเป็นรูปธรรม เอกชนจะลงทุนตามและความเชื่อมั่นฟื้น เมื่อนั้นสินเชื่อจะกลับขยายตัวได้ตามปกติอีกครั้ง







