posttoday
ทรัพย์สินทางปัญญา ในพระปรมาภิไธย และรางวัลสดุดีพระเกียรติคุณ (ต่อ)

ทรัพย์สินทางปัญญา ในพระปรมาภิไธย และรางวัลสดุดีพระเกียรติคุณ (ต่อ)

26 ตุลาคม 2559

โดย...พวงรัตน์ อัศวพิศิษฐ์

โดย...พวงรัตน์ อัศวพิศิษฐ์

ในปี 2504 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงหันมาเขียนภาพที่มีลักษณะเป็นนามธรรม (Abstract) มากขึ้น เช่น ภาพทะเลาะ ภาพมือแดง เป็นต้น อาจารย์ปัญญา วิจินธนสาร ได้บรรยายไว้ในหนังสือเอกอัจฉริยราชา ปัญญาแห่งแผ่นดิน ซึ่งจัดทำโดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ว่า “ทรงผสมผสานระหว่างข้อมูลที่ทรงเห็นจากธรรมชาติกับพระราชดำริ เกิดเป็นรูปทรงของสิ่งที่ทรงเห็น ซึ่งถูกตัดทอนและเพิ่มเติมแนวคิดส่วนพระองค์ ทรงสร้างรูปทรงใหม่ฝีแปรงที่นุ่มนวลได้เปลี่ยนเป็นสีน้ำมันทับซ้อนก้อนหนา และเคลื่อนไหวฉับพลันมากขึ้น การแสดงออกของสีพ้นไปจากความเป็นจริง เนื้อหาเป็นไปตามความคิดคำนึงส่วนพระองค์ โดยที่องค์ประกอบของเส้น รูปทรง และสีที่ทรงใช้ยังคงสอดคล้องตามแนวคิดของภาพนั้นๆ อารมณ์ความรู้สึกภายในจะออกมาโดยไม่ผ่านรูปทรง ลดรูปแบบ เหตุผล และความเป็นจริง เกิดการสังเคราะห์ ซึ่งเป็นพัฒนาการของการทำงานศิลปะอีกชั้นหนึ่ง”

ในเรื่องของสีนั้น พระองค์โปรดการใช้สีตัดกัน เช่น เขียวกับแดง เหลืองกับม่วง น้ำเงินกับส้ม เป็นต้น “ซึ่งเป็นลักษณะของการกล้าแสดงออก ส่วนเส้นนั้นมีหลายแบบ แต่ก็เป็นโครงสร้างที่ต่อเนื่อง สัมพันธ์ กลมกลืนกันเป็นเอกภาพ ทั้งนี้ ศิลปินแนวนามธรรม (Abstract หรือ Expressionist) บางคนการวาดรูปลักษณะนี้แสดงออกทางอารมณ์ที่รุนแรง แต่พระองค์ท่านทรงเขียนด้วยการวิเคราะห์ กลั่นกรอง ถึงจะเป็นภาพบิดเบี้ยว แต่การเกลี่ยสียังละเมียดละไม สโตรกพู่กันเป็นไปในทิศทางเคลื่อนไหวตามรูปทรง สโตรกสีหนา แต่การเกลี่ยสีเป็นไปในทิศทางลักษณะรูปทรง ไม่ค่อยพบที่ทรงเขียนขวางรูป ทรงเคลื่อนไหวต่อเนื่อง”

อย่างไรก็ตาม พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดช ทรงงานจิตรกรรมจนถึงปี 2510 โดยมีงานกว่า 100 ชิ้น บางภาพที่เป็น Abstract ก็ไม่ได้ทรงตั้งชื่อให้ จิตรกรรมฝีพระหัตถ์เหล่านี้มีการเก็บรักษาไว้ที่พระตำหนักสวนกุหลาบ ในบริเวณพระราชวังดุสิต และกองชาวที่สวนจิตรลดาส่วนหนึ่ง และที่หออัครศิลปิน ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี อีกส่วนหนึ่ง ส่วนอุปกรณ์ทรงงานบางส่วนได้รับเชิญไปจัดแสดงที่หอรัชมงคล สวนหลวง ร.9 เพื่อให้ประชาชนได้ชื่นชม

นอกจากนี้ ยังโปรดให้กรมศิลปากรเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนังพระอุโบสถพระพุทธรัตนสถานในพระบรมมหาราชวังขึ้นแทนภาพเดิมที่เขียนเกี่ยวกับพระราชประวัติพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 และพระองค์ท่านช่วงปี 2488-2489 แต่ไม่กลมกลืนกับภาพฝาผนังเดิมที่เขียนขึ้นตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่ หัวรัชกาลที่ 4 ซึ่งเขียนอยู่ด้านบน โดยพระองค์ทรงเป็นผู้วินิจฉัยแก้ไขร่างลายเส้นที่กรมศิลปากรนำมาถวายให้ทอดพระเนตรถึง 3 ครั้ง

ด้านประติมากรรม พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดช ทรงริเริ่มงานประติมากรรมในช่วงไล่เลี่ยกับงานจิตรกรรม คือ ประมาณปี  2508 โดยทรงเริ่มทำนองเดียวกับด้านจิตรกรรม คือ ทรงศึกษากระบวนการทำงานจากหนังสือ และเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรการทำงานที่โรงปั้น กรมศิลปากร ตลอดจนสอบถามจากประติมากร ประติมากรรมฝีพระหัตถ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดช ชนิดลอยตัว (Round Relief) มี 2 องค์ คือ รูปปั้นหญิงเปลือยนั่งคุกเข่ากับพระรูปปั้นสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถครึ่งพระองค์

นอกจากนี้ ยังโปรดเกล้าฯ ให้อาจารย์ศิลป์ พีระศรี ปั้นหล่อพระบรมรูปรัชกาลที่ 7 และรัชกาลที่ 8 และโปรดเกล้าฯ ให้ ศ.ไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์ ปั้นพระรูปสมเด็จพระสังฆราช พระพุทธรูปปางประทานพร ฯลฯ

งานภาพถ่าย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดชทรงงานภาพถ่ายอย่างสม่ำเสมอฝีพระหัตถ์นิ่งมาก แสดงว่าทรงมีสมาธิสูงแม่นยำ รูปเสียน้อยมากหรือไม่เสียเลย ธรรมดาฟิล์มหนึ่งม้วน มี 36 รูป พระองค์ทรงถ่ายจนสุดปลายฟิล์มมี 38 รูป เป็นพระราชอัธยาศัยที่ไม่โปรดการฟุ่มเฟือย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท