posttoday
ฟิลิปปินส์ใหม่ในมือดูเตอร์เต ทิ้งสหรัฐเลือกจีนไม่ง่าย

ฟิลิปปินส์ใหม่ในมือดูเตอร์เต ทิ้งสหรัฐเลือกจีนไม่ง่าย

26 ตุลาคม 2559

โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ

โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ

แม้จะเพิ่งเข้าบริหารประเทศได้ยังไม่ถึงครึ่งปี แต่ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เต แห่งฟิลิปปินส์ ก็กำลังกลายเป็นผู้นำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ทั่วโลกจับตามองมากที่สุด เพราะในเวลาเพียงแค่เกือบ 4 เดือน วาทะของดูเตอร์เตก็ได้สร้างแรงกระเพื่อมไปแล้วทั่วภูมิภาค และในวาระที่เหลืออีกเกือบ 6 ปีหลังจากนี้ ก็อาจจะเปลี่ยนโฉมหน้าฟิลิปปินส์ครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ได้รับเอกราชจากสหรัฐเมื่อ 70 ปีก่อนก็เป็นได้

เพราะฟิลิปปินส์ในยุคของดูเตอร์เตกำลังปรับสมดุลความสัมพันธ์ครั้งใหญ่ด้วยการมุ่งไปยัง “จีน” แทนที่ “สหรัฐ” ซึ่งเป็นขั้วอิทธิพลเดิมอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน โดยใช้ฝีปากวิพากษ์สหรัฐไปจนถึงยุโรปอย่างดุเดือดมาหลายต่อหลายครั้ง จนกระทั่งนำมาซึ่งวาทะที่เป็นประเด็นมากที่สุดว่า ฟิลิปปินส์จะโบกมือลาสหรัฐ และหันไปมุ่งหน้ากระชับความสัมพันธ์กับจีนแทน ทำเอาหลายฝ่ายวิตกว่าการเปลี่ยนท่าทีของพันธมิตรที่เหนียวแน่นที่สุดของสหรัฐในอาเซียน จะส่งผลกระทบต่อสมดุลอำนาจในภูมิภาคไปด้วย

นอกจากการแสดงออกทางวาจาแล้ว ดูเตอร์เตก็ยังเดินทางไปเยือนจีนอย่างเป็นทางการในฐานะประมุขของรัฐเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี เพื่อฟื้นความสัมพันธ์ทั้งด้านเศรษฐกิจ การทูต และการเมืองใหม่อีกครั้ง โดยจรดปากกาลงนามบันทึกความเข้าใจด้านการลงทุนและเงินกู้รวม 2.4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 8.38 แสนล้านบาท) ก่อนจะมุ่งหน้าเดินทางเยือนญี่ปุ่นที่เป็นนักลงทุนรายใหญ่ในประเทศต่อทันที

หากพิจารณาจากนโยบายและท่าทีของดูเตอร์เตไปจนถึงการเยือนจีนครั้งนี้ คงสะท้อนได้ว่า ฟิลิปปินส์กำลังเอาจริงในเรื่องการปรับสมดุลขั้วอิทธิพลใหม่ แต่หากจะกล่าวว่าฟิลิปปินส์จะถึงขั้นเปลี่ยนขั้วหันไปเปิดบ้านรับจีนและเขี่ยสหรัฐออกไปนั้น คงเร็วเกินไปที่จะตัดสินเช่นนี้

ที่ผ่านมา สหรัฐถือเป็นหนึ่งในประเทศคู่ค้าและนักลงทุนรายใหญ่ที่สุดกับฟิลิปปินส์ โดยมีมูลค่าการค้าทวิภาคีในปีที่แล้ว 1.8 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 6.29 แสนล้านบาท) และมีการลงทุนของสหรัฐในฟิลิปปินส์ราว 4,700 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.64 แสนล้านบาท) โดยตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมา การลงทุนโดยตรง (เอฟดีไอ) ของสหรัฐมีสัดส่วนเกือบ 28% ของเอฟดีไอทั้งหมด

นอกจากนี้ ยังมีชาวฟิลิปปินส์เข้าไปทำงานในสหรัฐมากกว่า 2.6 ล้านคน และส่งเงินกลับบ้านราว 1 ใน 3 ของเงินแรงงานตากาล็อกทั่วโลกที่ส่งกลับประเทศทั้งหมด 1.76 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 6.15 แสนล้านบาท) อีกทั้งในบรรดานักลงทุนรายใหญ่ในฟิลิปปินส์ก็ล้วนแล้วแต่เป็นซีกประเทศฝั่งตะวันตกในยุโรป หรือพันธมิตรของสหรัฐ อย่างเช่น ญี่ปุ่น ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนสะท้อนว่า สหรัฐเป็นผู้เล่นรายใหญ่ในเศรษฐกิจฟิลิปปินส์ที่ดูเตอร์เตคงไม่สามารถเปลี่ยนขั้วทันทีโดยไม่แคร์ได้จริงๆ ในทางปฏิบัติ

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการลงทุนของต่างชาติหลั่งไหลเข้าไปฟิลิปปินส์อย่างต่อเนื่อง ทว่าปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือ ความมั่งคั่งไม่ได้ถูกกระจายออกไปอย่างสมดุลเพียงพอ

ระหว่างปี 2013-2014 รายได้ของคนจนเพิ่มขึ้นจาก 105 ล้านเหรียญสหรัฐ/ปี (ราว 3,669 ล้านบาท) ไปอยู่ที่ 170 ล้านเหรียญสหรัฐ/ปี (ราว 5,941 ล้านบาท) เท่านั้น ตรงข้ามกับคนรวยที่มีรายได้ต่อปีเพิ่มขึ้นถึง 13% ไปอยู่ที่ 7.42 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ/ปี (ราว 2.5 ล้านล้านบาท) คนจนจำนวนมากไม่ได้รับประโยชน์จากเงินลงทุนมหาศาล ระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน เช่น รถไฟ ยังไม่ได้รับการปรับปรุงให้ทันสมัย และเป็นเหตุผลหนึ่งว่าทำไมพรรครัฐบาลเก่าของประธานาธิบดีเบนิญโญ อาคิโน จึงเอาชนะดูเตอร์เตไม่ได้ในการเลือกตั้งที่ผ่านมา แม้ว่าจะมีผลงานด้านเศรษฐกิจที่ดี โดยมีจีดีพีโตถึง 6.9% ในไตรมาสแรกของปีนี้ก็ตาม

นอกจากนี้ ยังรวมถึงปัญหาทางสังคมอย่างเรื่องอาชญากรรมและยาเสพติดที่ยังคงแพร่ระบาด ทำให้กลายเป็นช่องโหว่สำคัญที่ทำให้อดีตพ่อเมืองดาเวา ผู้คร่ำหวอดกับการเมืองท้องถิ่นมาตลอดชีวิต สามารถปลุกกระแสชาตินิยม ดันเรื่องสงครามกวาดล้างยาเสพติดให้กลายเป็นวาระใหญ่สุดของประเทศแทนที่เรื่องจีดีพีได้ คะแนนความนิยมที่พุ่งไปกว่า 80% หลังผลงาน 3 เดือน ทำให้ดูเตอร์เตสามารถเดินหน้าวาระของตัวเองได้ต่อไป และพักเรื่องอื่นไว้ข้างหลังก่อนได้ อย่างน้อยก็ในระยะหนึ่ง

ในการเยือนจีนเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาพร้อมคณะนักธุรกิจฟิลิปปินส์กว่า 400 ชีวิต ดูเตอร์เตได้ลงนามเอ็มโอยูความร่วมมือทุกด้านกับจีนเป็นวงเงินถึงกว่า 8 แสนล้านบาท โดยเฉพาะความร่วมมือด้านการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานตั้งแต่ รถไฟ สนามบิน จนถึงท่าเรือ นอกจากนี้ยังรวมถึงการส่งออกสินค้าเกษตรหลายตัวไปยังจีนอีกครั้งหลังจากที่ถูกยกเลิกไปในสมัยผู้นำคนก่อนหน้า และการพักรบข้อพิพาทในทะเลจีนใต้ด้วยการเพิ่มความร่วมมือด้านการลาดตระเวนแทน

ไม่เพียงแต่ด้านเศรษฐกิจ แต่ฟิลิปปินส์ยังได้เงินกู้ซอฟต์โลนจากจีนรวม 9,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3.14 แสนล้านบาท) ซึ่งในจำนวนนี้ 15 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 524 ล้านบาท) จะถูกนำไปใช้ในโครงการบำบัดผู้ติดยาเสพติดโดยเฉพาะ สะท้อนว่าจีนไม่มีปัญหาอะไรกับสงครามต่อต้านยาเสพติดของฟิลิปปินส์ ซึ่งตรงข้ามกับสหรัฐที่ยังต้องระวังท่าทีเรื่องสิทธิมนุษยชนอยู่มาก

แม้การไปเยือนจีนครั้งนี้จะสะท้อนถึงความสำเร็จเบื้องต้นในการฟื้นสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศ แต่ก็ยังไม่ใช่สิ่งที่บ่งชี้ได้ทั้งหมดว่าฟิลิปปินส์จะเลือกจีนอย่างเต็มตัว

ทั้งนี้ เนื่องจากความร่วมมือหลายด้านยังเป็นเพียงขั้นตอนของบันทึกความเข้าใจ หรือเอ็มโอยู ที่ยังไม่แน่ชัดว่าจะเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่ ทางฝั่งจีนเองก็ยังต้องจับตาท่าทีของฟิลิปปินส์อย่างใกล้ชิดเช่นกัน เพราะดูเตอร์เตนั้นดูเหมือนจะเล่นเกมมากกว่าเอียงข้างไปยังจีนอย่างชัดเจน จากการที่พูดจากลับไปกลับมา ตบหัวแล้วลูบหลังอยู่หลายครั้ง เช่นครั้งล่าสุดนี้ที่ออกมาเคลียร์ในภายหลังว่า ไม่ใช่การตัดสัมพันธ์กับสหรัฐ แต่จะไม่เพิ่มความร่วมมือทางทหารเท่านั้น

หากดูจากปัจจัยทางเศรษฐกิจดังที่ระบุไปเบื้องต้นก็จะเห็นได้ว่า ฟิลิปปินส์ยังมีผลประโยชน์กับสหรัฐอยู่มหาศาล ซึ่งไม่สามารถหาจีนหรือชาติอื่นเข้ามาแทนที่ได้ในเวลาอันสั้น ขณะที่การเป็นเจ้าอาณานิคมเก่ามาอย่างยาวนานนั้นก็ยังฝังอิทธิพลอย่างเหนียวแน่นในประเทศนี้ ทำให้คนฟิลิปปินส์มีความเป็นมิตรเลือกข้างสหรัฐมากกว่าจีน ซึ่งจีนเองก็ตระหนักได้เป็นอย่างดี โดยในเส้นทางสายไหมทางทะเลของจีน ก็ไม่มีฟิลิปปินส์รวมอยู่ในยุทธศาสตร์ด้วย

การปรับสัมพันธ์ใหม่เลือกข้างใดข้างหนึ่งของดูเตอร์เตจึงไม่ใช่สิ่งที่สามารถทำได้ทันทีในทางปฏิบัติ เพราะมีทั้งเงื่อนไขทางเศรษฐกิจและความมั่นคง และยังต้องใช้เวลาในการสร้างความเชื่อใจว่าทั้งหมดนี้จะเป็นเพียงการเล่นเกมสมดุลอำนาจแบบใหม่ที่หวือหวาต่างจากรูปแบบเดิมๆ ที่ผ่านมาหรือไม่เท่านั้น

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69