
แรงงานร้องนายกฯทบทวนปรับค่าจ้าง ชงขึ้นเท่ากันทั่วประเทศ
สมานฉันท์แรงงานไทย ร้องนายกฯขอให้ทบทวนการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ เสนอให้ปรับเท่ากันทั่วประเทศ
สมานฉันท์แรงงานไทย ร้องนายกฯขอให้ทบทวนการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ เสนอให้ปรับเท่ากันทั่วประเทศ
เมื่อวันที่ 26 ต.ค. คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) พร้อมองค์กรสมาชิกกลุ่มต่างๆ ได้เข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เรื่อง ขอให้ทบทวนและพิจารณาเรื่องการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำประจำปี 2560 ให้เท่ากันทั่วประเทศ ผ่านทางนายพีระ ทองโพธิ์ ผู้อำนวยการศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.)
นายชาลี ลอยสูง รักษาการประธาน คสรท.กล่าวว่า การที่มายื่นเรื่องครั้งเนื่องจากทาง คสรท.ไม่เห็นด้วยในการที่คณะกรรมการค่าจ้างกลางมีการประการปรับขึ้นค่าจ้างที่ไม่เท่ากันทั่วประเทศ โดยแบ่งเป็น 4 กลุ่ม คือปรับขึ้น 10 บาท 7 จังหวัด ปรับขึ้น 8 บาท 13 จังหวัด ปรับขั้น 5 บาท 49 จังหวัด และกลุ่มสุดท้ายคือไม่ปรับขึ้นเลย 8 จังหวัด ซึ่งประกอบด้วยสิงห์บุรี ชุมพร นครศรีธรรมราช ตรัง ระนอง นราธิวาส ปัตตานี และยะลา ซึ่งทางคณะกรรมการสมานฉันแรงงานไทยไม่เห็นด้วยกับแนวคิดการเลือกปฏิบัติในการปรับขึ้นค่าจ้างแบบไม่เป็นธรรมต่อผู้ใช้แรงงานด้วยทุกพื้นที่มีค่าครองชีพที่ไม่ต่างกันในด้านสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างแน่นอน
นายชาลี กล่าวอีกว่า คสรท. จึงยื่นข้อเสนอถึงรัฐบาล 3 ข้อ ดังนี้ 1. ค่าจ้างต้องเท่ากันทั่วประเทศ ซึ่งประเทศไทยถือว่าเป็นประเทศที่มีค่าจ้างขั้นต่ำ และเท่ากันทั่วประเทศถือว่าทำดีแล้วก็อยากให้ใช้มาตรฐานที่ดีนี้ต่อไปคือเน้นความเป็นธรรม และเท่าเทียม
2. ให้รัฐบาลมีนโยบายโครงสร้างค่าจ้างที่สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจที่ต้องมีการปรับขึ้นค่าจ้างประจำปีทุกสถานประกอบการ ซึ่งอาจต้องมีการปรับแก้กฎหมายคุ้มครองแรงงานฉบับปัจจุบันให้สถานประกอบการทุกที่มีการจัดทำโครงสร้างค่าจ้างให้กับลูกจ้าง เนื่องจากมีสถานประกอบการจำนวนมากที่ยึดโยงกับการประกาศปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ คือหากมีการปรับขึ้นค่าจ้างก็จะปรับตามหากไม่มีการปรับก็ไม่ปรับค่าจ้างเลยส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตและคุณภาพชีวิตของผู้ใช้แรงงาน
3. คือรัฐบาลต้องมีมาตรการควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่ส่งผลกระทบต่อการใช้จ่ายของประชาชนอันนำไปสู่การสร้างความเป็นธรรม และลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นเป้าหมายในการพัฒนาที่สำคัญของประเทศให้บรรลุความเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนด้วย เพราะว่าทุกวันนี้พอมีกระแสปรับขึ้นค่าจ้างแต่ละครั้งไม่ว่าจะเป็นรัฐวิสาหกิจ ข้าราชการ ราคาค่าครองชีพก็ปรับตัวขึ้นทุกครั้งซึ่งทำให้ค่าจ้างขั้นต่ำปรับอย่างไรก็ตามทันค่าครองชีพ เป็นต้น
"อยากให้นายกรัฐมนตรีเห็นใจผู้ใช้แรงงานด้วยเนื่องจากข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ได้รับการพิจารณาปรับขึ้นค่าจ้างเท่ากันทั่วประเทศแบบเท่าเทียมแล้ว แต่ส่วนของผู้ใช้แรงงานซึ่งถือว่าเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ ที่เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาเศรษฐกิจยังไม่ได้ถูกมองให้เกิดความเท่าเทียม การมาของพวกเราครั้งนี้ก็เพยงแค่ยื่นหนังสือเพื่อให้รัฐบาลทราบถึงความเดือดร้อน ไม่ได้เป็นการเคลื่อนไหวอะไร เพราะพวกเราก็คำนึงถึงประเทศชาติพี่น้องประชาชนที่กำลังโศกเศร้าด้วยกันอยู่จึงมากันไม่กี่คน ซึ่งการประกาศปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำครั้งนี้ไม่เป็นธรรมจริงๆอยากให้เห็นใจพี่น้องผู้ใช้แรงงานด้วย"นายชาลี ระบุ







