
"สบายดีไหม" พระเมตตาของในหลวงที่เด็กชายจดจำมิรู้ลืม
พระเมตตาของในหลวงรัชกาลที่9 ที่รับสั่งถามถึงความเป็นอยู่ของเด็กชายวัย 10 ขวบ ที่ยังตราตรึงในความทรงจำแม้เวลาจะผ่านมากว่า60ปีแล้วก็ตาม
พระเมตตาของในหลวงรัชกาลที่9 ที่รับสั่งถามถึงความเป็นอยู่ของเด็กชายวัย 10 ขวบ ที่ยังตราตรึงในความทรงจำแม้เวลาจะผ่านมากว่า60ปีแล้วก็ตาม
"สบายดีไหม มีความเป็นอยู่อย่างไรบ้าง" พระสุรเสียงที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงรับสั่งถามเด็กชายอายุ 10 ขวบที่ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯแทบพระบาทในวันนั้น ยังปรากฏชัดในห้วงความทรงจำของ จ่าสิบเอก (พิเศษ) ปราโมทย์ ท้าวโสม แม้เวลาจะล่วงเลยผ่านมากว่า 60 ปีแล้วก็ตาม
จ.ส.อ.ปราโมทย์ย้อนความหลังเมื่อครั้งอดีตว่า เมื่อวันที่ 25 ม.ค. 2499 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางฯเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ เสด็จฯมาประกอบพระราชกรณียกิจในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี โดยทรงเสด็จฯไปเป็นองค์ประธานในการประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ในการก่อสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่ ต.ตลิ่งชัน อ.ดอนเจดีย์
"แม่ของผมได้ข่าวจากำนันว่าพระองค์ท่านจะเสด็จฯมาก็พาผมกับน้องชายไปเก็บดอกบัวในบึงหลังบ้านเพื่อไปรอเฝ้าฯถวายพระองค์"
เด็กน้อยสองคนหอบดอกบัวนั่งเฝ้าฯพร้อมมารดา เมื่อมารดาบอกให้กราบในหลวงที่ทรงประทับอยู่ในพลับพลาพิธี เด็กน้อยที่ไม่ประสีประสาก็วิ่งฝ่าเชือกกั้นไปกราบแทบพระบาท
เมื่อเงยหน้าขึ้นจากพื้น พระสุรเสียงที่เปี่ยมไปด้วยพระเมตตาก็ดังขึ้นว่า "สบายดีไหมมีความเป็นอยู่อย่างไรบ้าง" มารดาจึงกราบทูลว่า ครอบครัวมีความยากจนและลำบากมาก ส่วนลูกชายคนเล็กมีอาการบาดเจ็บเรื้อรังที่หลังเพราะเกิดล้มกระแทกพื้น พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชจึงรับสั่งว่า "จะให้ไปรักษาที่โรงพยาบาลจุฬาฯ"
จ.ส.อ.ปราโมทย์ กล่าวว่า ไม่กี่วันหลังจากนั้นก็มีรถของเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังมารับตัวน้องชายไปรักษาที่โรงพยาบาลจุฬาฯจนหายดี และเมื่อเรียนจบพระองค์ได้ทรงเมตตาโปรดเกล้าฯให้ได้เข้ารับราชการตำรวจประจำสำนักพระราชวัง นอกจากนี้พระองค์ได้ทรงพระราชทานเหรียญพระบรมฉายาลักษณ์ให้ครอบครัวด้วย ซึ่งถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันเป็นล้นพ้นอย่างหาที่สุดมิได้
"รู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์อย่างหาที่สุดมิได้ ถือเป็นบุญของชีวิตที่ได้เข้าเฝ้าฯพระองค์แบบใกล้ชิด และดีใจที่ได้เกิดเป็นคนไทยอยู่ใต้ร่มพระบารมีของพระองค์ นับจากนี้ จะขอเป็นคนดี ทำแต่สิ่งดี เดินตามรอยในหลวงจนกว่าชีวิตนี้จะหาไม่"จ.ส.อ.ปราโมทย์กล่าวทั้งน้ำตา







