
สภาผ่านงบกลุ่มจังหวัด1.8หมื่นล้าน
สภาเริ่มถกวันที่ 5 สภาผ่านงบกลุ่มจังหวัด 18,000 ล้านบาทแล้ว ฝ่ายค้านซัดงบกลุ่มจังหวัดไม่มีประสิทธิภาพ เหตุเน้นจัดอบรมมากกว่าทำงานจริง ภารกิจซ้ำซ้อนส่วนท้องถิ่น
สภาเริ่มถกวันที่ 5 สภาผ่านงบกลุ่มจังหวัด 18,000 ล้านบาทแล้ว ฝ่ายค้านซัดงบกลุ่มจังหวัดไม่มีประสิทธิภาพ เหตุเน้นจัดอบรมมากกว่าทำงานจริง ภารกิจซ้ำซ้อนส่วนท้องถิ่น
เมื่อเวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 เป็นประธานการประชุม พิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2554 วาระ 2 และ 3 เป็นวันที่ห้า ต่อจากการประชุมเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม โดยเริ่มพิจารณาที่มาตรา 29 จังหวัดและกลุ่มจังหวัดได้รับการจัดสรรจำนวน 18,000 ล้านบาท ต่อมา เมื่อเวลา 11.05 น. ที่ประชุมมีมติ 248 ต่อ 166 เห็นชอบมาตราดังกล่าว โดยส.ส.ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลได้อภิปรายอย่างกว้างขวาง โดยส่วนใหญ่เห็นว่าการใช้งบกลุ่มจังหวัดที่ผ่านมาไม่มีประสิทธิภาพ
นายสถาพร มณีรัตน์ ส.ส.ลำพูน พรรคเพื่อไทย สงวนคำแปรญัตติ กล่าวว่า ยุทธศาสตร์ของกลุ่มจังหวัดต้องมีแผน โดยต้องสอดคล้องกับสภาพจริงของพื้นที่ ปรากฏว่า จังหวัดภาคเหนือและกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน งบ 70 % เอาไปอบรมและดูงาน ทั้งที่ภาคเหนือตอนบนมีอาชีพเกษตรกร ต้องการนิคมอุตสาหกรรมจังหวัด ต้องการที่เก็บพืชผลเป็นห้องเย็น ต้องการตลาดกลางเพื่อการเกษตร และเป็นแหล่งท่องเที่ยว นอกจากนี้งบอบรมยังนำไปซื้อกระเป๋า รูป เอกสารแจก อบรมเสร็จก็จัดงานเลี้ยง ตั้งวงไพ่ หรือโครงการก่อสร้างก็ไม่ได้สร้างจริง ทั้งนี้งบผู้ว่าซีอีโอใช้ง่าย ดึงไปดึงมาใกล้เดือนกันยายนก็ขออนุมัติด้วยวิธีพิเศษ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณางบประมาณให้ผ่านไม่ได้ ไม่เช่นนั้นจะถือว่าปล่อยปละละเลย
นายจุมพฏ บุญใหญ่ ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย สงวนคำแปรญัตติ กล่าวว่า จังหวัดจัดทำโครงการไม่ได้ให้ประชาชนมีส่วนร่วมตัดสินใจ เช่น สกลนคร งบ 188 ล้านบาท ไม่มีงบไปพัฒนาเอาไปพัฒนาหนองหานที่เป็นแหล่งน้ำจืดอันดับ 3 ของประเทศ แต่เอาไปตั้งสำหรับฝึกอบรมถึง 110 ล้านบาท ส่วนตัวคิดว่า งบซีอีโอควรยกเลิกได้แล้วและให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทำ เพราะงบราชการส่วนภูมิภาคกับราชการส่วนท้องถิ่นทับซ้อนกันอยู่ ควรยกเลิกอันใดอันหนึ่งทิ้ง
นายวิทยา บุรณศิริ ส.ส.อยุธยา พรรคเพื่อไทย กรรมาธิการสงวนความเห็น กล่าวว่า งบกลุ่มจังหวัด บางครั้งมีจังหวัดหนึ่งเป็นเจ้าภาพงานทั้งที่จังหวัดอื่นๆมาเห็นด้วย การจัดทำแผนก็ไม่บูรณาการในกลุ่มจังหวัดทำให้ภารกิจล้มเหลว สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ไม่เป็นพี่เลี้ยงในการทำแผนเท่าที่ควร บางครั้งงานของจังหวัดก็ทับซ้อนกับท้องถิ่น เช่น เมื่อเกิดภัยพิบัติ ก็ไม่สามารถช่วยเหลือได้ทันท่วงทีเพราะติดกรอบตามที่คณะกรรมการนโยบายการบริหารงานจังหวัด(ก.น.จ.)กำหนด
นายประจักษ์ แก้วกล้าหาญ ส.ส.ขอนแก่น พรรคภูมิใจไทย กรรมาธิการ ชี้แจงยอมรับว่า งบอบรมสัมมนายังมีอยู่บ้างในบางจังหวัด แต่กรรมาธิการสอบถามแล้วพบว่า มีความจำเป็นที่ต้องจัดอบรม ส่วนการของบสำหรับกลุ่มจังหวัดสำหรับทำโครงการ มีเกณฑ์อยู่ 6 ข้อ หากขอมาไม่เข้าเกณฑ์ ก.น.จ.ก็ไม่อนุมัติ แต่รับในข้อสังเกตเรื่องการทำแผนของกลุ่มจังหวัดอย่างบูรณาการไปปรับปรุง
ภายหลังที่ประชุมอภิปรายนาน 1 ชั่วโมงครึ่ง ได้มีมติเห็นชอบตามร่างของคณะกรรมาธิการด้วยคะแนน 248 ต่อ 166 งดออกเสียง 6 ไม่ลงคะแนน 20 เสียง จากนั้นได้เริ่มอภิปรายมาตรา 30 งบประมาณรายจ่ายของรัฐวิสาหกิจ วงเงิน 115,501 ล้านบาท โดยเหลือการอภิปรายอีก 2 มาตรา คือ มาตรา 32 งบประมาณรายจ่ายของกองทุนและเงินทุนหมุนเวียน วงเงิน 127,843 ล้านบาท และมาตา 33 งบประมาณรายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง ในความควบคุมของกระทรวงการคลัง วงเงิน 30,346 ล้านบาท โดยคาดว่าจะสามารถลงมติทั้งหมดได้ในเวลาประมาณ 13.00 น.







