
หนุนไฮบริดเพิ่ม เทียบรถยนต์ไฟฟ้า
รมว.อุตฯ สั่งศึกษาเพิ่มสิทธิประโยชน์ด้านภาษี-การลงทุนรถตระกูลไฮบริด ใกล้เคียงรถยนต์ไฟฟ้า ด้านโตโยต้า ยิ้มรับแม้ไม่เทียบเท่า
รมว.อุตฯ สั่งศึกษาเพิ่มสิทธิประโยชน์ด้านภาษี-การลงทุนรถตระกูลไฮบริด ใกล้เคียงรถยนต์ไฟฟ้า ด้านโตโยต้า ยิ้มรับแม้ไม่เทียบเท่า
นางอรรชกา สีบุญเรือง รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงฯ มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปทำการศึกษาการเพิ่มการสนับสนุนด้านสิทธิประโยชน์ต่างๆ ทั้งด้านภาษีและการลงทุนสำหรับรถยนต์ไฮบริดและรถยนต์ปลั๊ก-อิน ไฮบริด เพิ่มเติมขึ้นจากปัจจุบันให้ได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้นใกล้เคียงกับรถยนต์ไฟฟ้า แต่ไม่เทียบเท่ากับรถยนต์ไฟฟ้า
ขณะที่ปัจจุบันรถยนต์ไฮบริดเสียภาษีสรรพสามิตอยู่ที่ 10% (สำหรับรถปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำกว่า 100 กรัม/กม.) 20% (สำหรับรถปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 101-150 กรัม/กม.) 25% (สำหรับรถปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 151-200 กรัม/กม.) และ 30% (สำหรับรถปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เกิน 200 กรัม/กม.ขึ้นไป)
“แนวทางดังกล่าวเป็นแนวทางเพื่อสร้างตลาดและสร้างการรับรู้ให้ประชาชนเกิดความตื่นตัวด้านการใช้งานในช่วงเทคโนโลยีเปลี่ยนผ่านเพื่อก้าวไปสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในอนาคต” นางอรรชกา กล่าว
ทั้งนี้ ความคืบหน้าในปัจจุบันมีบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติญี่ปุ่นอย่าง บริษัท โฟมม์ คอร์ปอเรชั่น ที่ในช่วงที่ผ่านมาอยู่ระหว่างการหาผู้ร่วมทุน ซึ่งล่าสุดได้รับรายงานว่ามีผู้ร่วมทุนสัญชาติไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และมีบริษัทผู้สนใจลงทุนประกอบรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยอย่างน้อย 2 ราย และบางรายพร้อมที่จะเข้ามาผลิตแบตเตอรี่ในประเทศไทย แต่ขณะนี้ยังไม่มีผู้ประกอบการรายใดเข้ายื่นขอรับการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)
อย่างไรก็ตาม นโยบายการสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทยมีความชัดเจน โดยมอบหมายไปยังหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบและคณะทำงานเดินหน้าตามนโยบายดังกล่าว ซึ่งมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เดินหน้านโยบายต่างๆ เพื่อรองรับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นประเทศผู้ผลิตรถยนต์ที่มากที่สุดอันดับที่ 12 ของโลก และอันดับที่ 1 ในเอเชีย จะต้องเตรียมความพร้อมในทุกด้านรองรับบริษัทผู้ผลิตที่สนใจในด้านการลงทุนผลิตยานยนต์ไฟฟ้าให้สามารถแข่งขันได้กับประเทศอื่นๆ ที่มีการแข่งขันด้านการดึงดูดนักลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์เช่นเดียวกันเพื่อรักษาความเป็นผู้นำในภูมิภาค
นายศุภรัตน์ ศิริสุวรรณางกูร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย กล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรมได้เรียกบริษัทไปหารือถึงแนวทางด้านสิทธิประโยชน์ทางต่างๆ ทั้งด้านภาษีและการลงทุนสำหรับรถยนต์ไฮบริดและรถยนต์ปลั๊ก-อินไฮบริด แต่ยังไม่มีข้อสรุปในรายละเอียดอย่างเป็นทางการ
“บริษัทยอมรับได้ถึงการสนับสนุนด้านสิทธิประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นของรถยนต์ไฮบริด แม้จะไม่เทียบเท่ากับรถยนต์ไฟฟ้า เนื่องจากรถยนต์ไฮบริดเป็นพื้นฐานการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีเพื่อสร้างการรับรู้ของตลาดและการตื่นตัวในด้านการใช้งานก่อนไปสู่เทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต” นายศุภรัตน์ กล่าว
แหล่งข่าวจากวงการรถยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่หลายรายเตรียมความพร้อมในการเปิดตัวรถยนต์ไฮบริดรุ่นใหม่ลงสู่ตลาด เพื่อกระตุ้นการตื่นตัวด้านการใช้งานของผู้บริโภคในตลาดรถยนต์ไฮบริด หากมีความชัดเจนด้านการสนับสนุนสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้น คาดว่าจะส่งผลดีต่อความพร้อมผู้บริโภคก่อนสู่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า







