posttoday
โครงการพระราชดำริพ่อหลวง เพื่อประโยชน์สุขมหาชนชาวสยาม

โครงการพระราชดำริพ่อหลวง เพื่อประโยชน์สุขมหาชนชาวสยาม

24 ตุลาคม 2559

โดย...ชัยรัตน์ พัชรไตรรัตน์

โดย...ชัยรัตน์ พัชรไตรรัตน์

แม้พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหา ภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทรสยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร เสด็จสวรรคต และถือเป็นพระมหากษัตริย์ไทยพระองค์แรกที่เสวยราชย์ยาวนานที่สุด อีกทั้งยังทรงทำประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติบ้านเมืองและประชาชนมาเป็นเวลา 70 ปี

พระองค์ยังทรงเป็นที่สรรเสริญในประเทศเกี่ยวกับพระราชดำริในเรื่อง “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” จนหลายชาติหยิบยกนำไปใช้ จนขึ้นชื่อว่าเป็น “กษัตริย์นักพัฒนา” โดยเฉพาะหลายโครงการที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงทำไว้เพื่อให้เกิดประโยชน์สุขต่อพสกนิกรชาวไทย

โครงการที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีต่อคนกรุงเทพฯ ในการแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดร่วมถึงป้องกันปัญหาน้ำท่วม คือ โครงการคลองลัดโพธิ์ ถนนวงแหวนอุตสาหกรรม และสะพานภูมิพล 1 สะพานภูมิพล 2 พร้อมทั้งยังได้พระราชทานทรัพย์สินส่วนพระองค์ร่วมก่อสร้าง

โครงการดังกล่าวมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่พระราชทานไว้ตั้งแต่ปี 2538 เพื่อบรรเทาปัญหาอุทกภัย และการจราจรบริเวณกรุงเทพฯ ด้านใต้ ต่อเนื่องไปถึง จ.สมุทรปราการ ในคราวเดียวกัน ด้วยการจัดสร้างเส้นทางในการ “ลัดน้ำ” จากแม่น้ำเจ้าพระยาสู่ทะเล และ “ลัดทาง” จากบริเวณ อ.พระประแดง และเขตอุตสาหกรรมสมุทรปราการสู่กรุงเทพฯ

อันเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพระบบการบริหารจัดการน้ำในกรุงเทพฯ และเติมเต็มระบบโครงข่ายถนนวงแหวนที่ได้พระราชทานไว้ก่อนหน้านี้ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยโครงการดังกล่าวเกิดขึ้นได้จากความร่วมมือร่วมใจกันของทั้งภาครัฐและประชาชน ตลอดระยะเวลาอันยาวนาน ผ่านการวิเคราะห์ศึกษาถึงความเป็นไปได้ตลอดจนผลดีผลเสียที่อาจเกิดขึ้นอย่างรอบด้าน โดยมีพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นศูนย์กลางของโครงการตั้งแต่แรกเริ่มที่พระราชทานพระราชดำริจนกระทั่งโครงการได้สิ้นสุดลง

ทั้งนี้ ทรงมีบทบาทในการพระราชทานพระราชดำริ ทรงชี้แนะ และทรงสนับสนุนการดำเนินงานของรัฐบาลและหน่วยงานราชการ ผ่านพระราชดำรัสในโอกาสต่างๆ หรือบางครั้งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้คณะบุคคลที่ทำงานในโครงการนั้นๆ เข้าเฝ้าฯ เป็นการส่วนพระองค์เพื่อขอ พระราชทานคำปรึกษา ตลอดจนรายงานความก้าวหน้าให้ทรงทราบเป็นระยะ แนวพระราชดำริต่างๆ ที่พระราชทานนั้น บางครั้งมีการนำ
ไปปฏิบัติโดยตรง หรืออาจเป็นแรงบันดาลใจให้หน่วยงานนำไปสานต่อเพื่อขยายผล เกิดเป็นโครงการอื่นๆ ที่มีประโยชน์ต่อปวงชนชาวไทยสืบไป

นอกจากนี้ สะพานพระราม 9 หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า สะพานขึง เป็นสะพานเสาขึงระนาบเดี่ยวแห่งแรกของประเทศไทย มีลักษณะเป็นสะพานชนิด Single Plane Fan Type Cable-Stayed Bridge หรือสะพานขึงโดยใช้สายเคเบิลขนาดใหญ่ขึงเป็นระนาบเดี่ยวไว้กับเสาสูงของสะพานเพื่อรับน้ำหนักของสะพาน

อย่างไรก็ดี พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานชื่อสะพานพระราม 9 เพื่อเป็นสิริมงคลเนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 60 พรรษา ปี 2530 โดยสะพานพระราม 9 เป็นส่วนหนึ่งของทางด่วนเฉลิมมหานคร สายดาวคะนอง-ท่าเรือ ช่วงที่ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา

นอกจากนี้ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ยังทรงมีพระราชดำริให้ก่อสร้างเขื่อนภูมิพล โดยตั้งอยู่ จ.ตาก เป็นเขื่อนคอนกรีตรูปโค้งเพียงแห่งเดียวในประเทศไทยและใหญ่ที่สุด โดยมีจุดประสงค์เพื่อใช้กักเก็บน้ำ และผลิตการแสไฟฟ้าให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน

ขณะเดียวกัน เขื่อนดังกล่าวยังสามารถช่วยบรรเทาอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ในด้านการชลประทานยังสามารถปล่อยน้ำในอ่างเก็บน้ำเพื่อช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่ จ.ตาก กำแพงเพชร และพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาประมาณ 7.5 ล้านไร่ รวมทั้งช่วยด้านการประมงอีกด้วย อีกทั้งยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่งของ จ.ตาก

สำหรับโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช เป็นโรงพยาบาลภายใต้สังกัดกรมแพทย์ทหารอากาศ เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 27 มี.ค. 2492 ตั้งอยู่เลขที่ 171 ถนนพหลโยธิน แขวงคลองถนน เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร นอกจากให้บริการด้านสาธารณสุขแก่ข้าราชการ ลูกจ้าง ครอบครัวของกองทัพอากาศ และประชาชนทั่วไปแล้ว

ยังเป็นสถานที่จัดการเรียนการสอนระดับชั้นคลินิกของนิสิตแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในโครงการร่วมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย-กองทัพอากาศ และจัดการเรียนการสอนให้กับนักเรียนพยาบาล วิทยาลัยพยาบาลทหารอากาศ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กันอีกด้วย  โดยเมื่อวันที่ 7 ก.พ. 2492 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ใช้พระปรมาภิไธยเป็นชื่อโรงพยาบาลทหารอากาศว่า “โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช”

ในปี 2496 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระราชทรัพย์ จำนวน 5 แสนบาท เพื่อใช้สร้างอาคาร “มหิดลวงศานุสรณ์” ในบริเวณสถานเสาวภา สำหรับใช้ในกิจการทางด้านวิทยาศาสตร์ ผลิตวัคซีนบีซีจี เนื่องจากผู้คนยุคนั้นประสบปัญหาจากวัณโรคร้ายแรง

นอกจากนี้ ทรงริเริ่มสร้างภาพยนตร์ขึ้นที่รู้จักกันในนาม “ภาพยนตร์ส่วนพระองค์” จัดฉายเพื่อหารายได้จากผู้บริจาคโดยเสด็จพระราชกุศลนำมาช่วยเหลือพสกนิกรด้านต่างๆ เช่น สร้างตึกวชิราลงกรณ์ สภากาชาดไทย และอาคารทางการแพทย์โรงพยาบาลภูมิพล

ทั้งหมดเป็นเพียงส่วนหนึ่งของพระราชกรณียกิจที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้ทรงทำขึ้น เพื่อสร้างประเทศและให้ลูกๆ ในแผ่นดินสยามได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นเทียบเท่ากับชาติพัฒนาแล้ว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท