
พสกนิกรยังหลั่งไหลถวายสักการะ-ลงนามแสดงความอาลัยในหลวงรัชกาลที่9
ประชาชนจากทั่วสารทิศยังเดินทางมาร่วมถวายสักการะและลงนามแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
ประชาชนจากทั่วสารทิศยังเดินทางมาร่วมถวายสักการะและลงนามแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
เมื่อวันที่ 24 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดทั้งวันมีพสกนิกรทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด มาต่อแถวตั้งแต่เวลา 8.00 น.เพื่อเข้าสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และลงนามในสมุดหลวงเพื่อแสดงความอาลัย ณ ศาลาสหทัยสมาคมในพระบรมมหาราชวังอย่างไม่ขาดสาย แม้จะเป็นวันหยุด
สุวรรณี แสงพันธุรุง อดีตเจ้าหน้าที่ธนาคารและลูกๆ ใช้โอกาสในวันหยุดนี้พากันมาถวายสักการะและร่วมลงนามแสดงความอาลัย
"ที่จริงดิฉันอยากเดินทางมาตั้งหลายวันแล้ว แต่ด้วยอายุที่มากขึ้น กลัวจะมาเป็นลมให้เป็นภาระต่อคนอื่น วันนี้เมื่อลูกๆ ว่างตรงกัน จึงชักชวนกันมาที่ศาลาสหทัยสมาคม โดยมาต่อแถวตั้งแต่ 11.45 น. และเข้าถวายสักการะและลงนามเสร็จเมื่อเวลา 15.00 น. โดยตั้งใจว่าในสัปดาห์หน้าอาจจะนัดกันมากับเพื่อนๆ ที่เกษียณแล้ว และอาจจะนัดกันมาพร้อมกับครอบครัวอีกรอบ"
สุวรรณี บอกว่า ตัวเองได้ดูถ่ายทอดพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ และประโคมย่ำยาม ในโทรทัศน์ทุกวัน ซึ่งเมื่อดูแล้วรู้สึกเหมือนกับว่าได้ร่วมในพิธีด้วยตนเอง
"อย่างที่ทุกคนทราบว่า ในหลวงทรงมีพระราชดำริให้คนไทยรักและสามัคคีกัน ช่วยเหลือกันเหมือนเป็นญาติมิตร นั่นก็เพื่อให้คนไทยและประเทศไทยคงอยู่ต่อไปได้อีกยาวนานด้วยความผาสุข ดังนั้นเราทุกคนควรน้อมนำพระราชดำริข้อนี้ของในหลวงไปปฏิบัติโดยทั่วกัน ประเทศชาติของเราก็จะสามารถเดินหน้าต่อไปได้"
ด้าน รินทร์ สุภาสูรย์ พนักงานโรงงานผลไม้กระป๋อง วัย 54 ปี ประชาชนจังหวัดสระแก้ว เผยว่า ที่จริงอยากจะมาร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ในวันเสาร์ที่ 22 ต.ค. มากๆ แต่ทางโรงงานได้จัดกิจกรรมแสดงความอาลัยในหลวง จึงจำเป็นต้องอยู่ร่วมกิจกรรม และเลือกเดินทางมาในวันนี้แทน
"ดิฉันและลูกๆ เดินทางมาตั้งแต่ 9.30 น.โดยมาเข้าแถวต่อคิวกลางท้องสนามหลวง เพื่อเข้าถวายสักการะและลงนามที่ศาลาสหทัย จนเสร็จภารกิจเมื่อเวลา 15.00 น. วันแรกที่ทราบข่าวว่าในหลวงเสด็จสวรรคต รู้สึกเสียใจมาก น้ำตาไหลตลอดเมื่อได้ดูข่าว เมื่อมีโอกาสมาในวันนี้จึงตั้งใจเป็นพิเศษ และก็ได้ถวายสักการะสมดังตั้งใจ ต่อไปนี้สิ่งที่ทำได้ก็คือ จะนำคำที่พ่อหลวงสอน เช่น การทำความดี การอยู่แบบพอเพียง ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน แม้พระองค์ท่านจะไม่อยู่แล้ว แต่ดิฉันก็รู้สึกภูมิใจและปลาบปลื้มใจที่ได้เกิดเป็นประชาชนในรัชสมัยของรัชกาลที่ 9 ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่โชคดีที่สุดในชีวิตแล้ว"







