
ในหลวง ในใจราษฎร์
โดย...สมผล ตระกูลรุ่ง
โดย...สมผล ตระกูลรุ่ง
จากความโศกเศร้าเสียใจ อาลัยอาดูร จากการเสด็จสู่สวรรคาลัยของศูนย์รวมใจคนไทยทั้งชาติ ได้แปรเปลี่ยนกลับกลายเป็นความร่วมมือร่วมใจของชาวไทยทุกหมู่เหล่า ทุกชนชั้น ชนทุกรุ่น ที่จะสร้างความดีเพื่อตอบแทนความเสียสละที่ในหลวงท่านมีให้กับประชาชนทั้งประเทศตลอด 70 ปีสนามหลวงในวันนี้จึงแปรสภาพเป็นสถานที่นัดพบกันของผู้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน โดยไม่มีการนัดหมาย เด็กวัยรุ่นที่เราเคยคิดว่าจะเป็นพวกรักสนุก กลับรวมตัวกันทำสิ่งที่ไม่คาดคิด ด้วยการรวมตัวกันนำรถจักรยานยนต์มาให้บริการรับส่งผู้คนที่จะเดินทางไปสนามหลวง เป็นการทำความดีถวายพ่อ
ใครที่ได้ไปร่วมบันทึกประวัติศาสตร์การร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีที่สนามหลวงเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นช่วงกลางวันหรือยามค่ำคืน จะได้เห็นภาพ เห็นบรรยากาศที่อบอุ่นเป็นกันเองของคนไทยที่ร่วมใจใส่ชุดดำมาชุมนุมกันเต็มท้องสนามหลวงและบริเวณโดยรอบ น้ำใจคนไทยในวันนี้ ช่างงดงามยิ่งใหญ่เกินคำบรรยาย ไม่น่าจะมีชาติใดเสมอเหมือน ทั่วบริเวณสนามหลวงจะพบเห็นน้ำใจคนไทยที่นำน้ำดื่มอาหารมาไว้บริการเชิญชวนพี่น้องคนร่วมชาติให้หยิบให้กินด้วยความเต็มใจ มีทั้งที่มาเป็นกลุ่มและมาแบบฉันมาคนเดียว มีอะไรที่หามาได้ก็นำมาแจกจ่ายด้วยความเต็มใจ ริบบิ้นดำ ยาดม ยาอม มีอยู่ทั่วไป หลายคนเลือกที่จะทำความดีแบบง่ายๆ ด้วยการถือถุงดำเดินเชิญชวนให้คนทิ้งขยะ เป็นการรักษาความสะอาดที่ได้ผล คนแปลกหน้าที่ไม่รู้จักกันมาก่อน ก็พูดคุยกันได้ด้วยอัธยาศัยไมตรีอันดี แม้อากาศจะร้อนทุกคนก็ยังคงยิ้มแย้มเบิกบาน
ทุกคนมาด้วยใจไม่มีใครบังคับ ไม่มีการจัดตั้ง ไม่มีการปลุกระดม ไม่มีการจ้างวาน ทุกคนมาเพราะหัวใจบอกให้มา มาเพราะอยากจะมาแม้จะรู้ว่าไม่มีโอกาสเข้าไปอยู่หน้าเวทีก็ตาม แต่ก็มาเพื่อให้มีส่วนร่วม มาเพื่อขอเป็นส่วนหนึ่งของหน้าประวัติศาสตร์ที่จะไม่มีอีกแล้ว ไม่เฉพาะแต่ประเทศไทย แต่จะไม่มีอีกแล้วในโลกนี้
ผู้คนที่มาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ มากันแบบที่เรียกว่า มืดฟ้ามัวดินเต็มท้องสนามหลวงและบริเวณโดยรอบ แม้จะมีการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ก็ตาม ประมาณกันว่า มีผู้มาร่วมเป็นเรือนแสน แต่อยากจะบอกว่าจิตใจของคนไทยที่ไม่สามารถมาร่วมได้ด้วยหน้าที่การงาน ด้วยภาระใดๆ ก็ตาม ที่ได้ส่งจิตส่งใจมาร่วมด้วยที่สนามหลวงนั้น มีเป็นล้านๆ ทั่วประเทศ
ทำไมคนไทยถึงได้รักเคารพเทิดทูนในหลวงมากขนาดนี้ ฝรั่งคงไม่เข้าใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝรั่งอีแร้งที่ไม่ได้มีวัฒนธรรมของตนเอง ไม่เคยมีกษัตริย์เป็นผู้นำ ฝรั่งที่มาตั้งประเทศคนอเมริกา คือพวกฝรั่งกากเดนที่ไม่มีอะไรจะทำ ก็เสี่ยงชีวิตไปตายเอาดาบหน้า แสวงหาดินแดนใหม่ ใช้ปืนเป็นอาวุธ บุกรุกฆ่าฟันแย่งชิงพื้นที่ทำกินของอินเดียนแดงชนเผ่าพื้นเมือง แล้วเขียนประวัติศาสตร์สร้างเป็นหนังคาวบอย ให้เจ้าของพื้นที่เดิมเป็นตัวร้าย เหมือนการสร้างผีคอมมิวนิสต์เมื่อหลายสิบปีมาแล้ว
จึงไม่แปลกอะไรที่สื่อฝรั่งบางกลุ่มบางคนยังคิดว่า คนไทยถูกล้างสมอง ถูกยัดเยียดถูกชักจูงให้เคารพรักในหลวง ซึ่งมีทั้งพวกที่ทำไปโดยความตั้งใจและพวกไม่รู้จริง
คนไทยที่แสดงออกถึงความจงรักภักดี ร่วมกันทำดีเพื่อพ่อในวันนี้ ส่วนใหญ่ไม่เคยได้เห็นด้วยตนเองจากข่าวในพระราชสำนักทางทีวี ไม่ได้เห็นว่าในหลวงทรงงานหนักอย่างไรบ้าง แต่คนรุ่นใหม่รุ่นนี้เป็นรุ่นเทคโนโลยี ที่พวกเขาสามารถหาข้อมูลได้โดยง่ายด้วยปลายนิ้วจากโทรศัพท์มือถือ คนรุ่นใหม่นี้เป็นพวกเชื่อมั่นในตัวเองสูง คนรุ่นเก่าอย่างพวกผม ล้างสมองพวกเขาไม่ได้ คนรุ่นผมมีแต่จะถูกคนรุ่นใหม่ล้างสมอง ยัดเยียดให้ยอมรับเทคโนโลยีใหม่ๆ
ย้อนกลับไปเมื่อ 70 ปีที่แล้ว เมื่อปี 2498 ในขณะที่พระองค์ทรงเจริญพระชนมพรรษา 18 พรรษา คนทั่วไปส่วนใหญ่ในวัยนั้น อยู่ในวัยเรียนวัยศึกษา อยู่ในวัยที่สนุกสนาน เรียนบ้างเที่ยวบ้าง โดยไม่ต้องรับผิดชอบใดๆ เพราะพ่อแม่ดูแลทุกสิ่งทุกอย่างให้ แต่พระองค์กลับต้องรับภาระบ้านเมืองต่อจากพระเชษฐา จนต้องเปลี่ยนวิชาเรียนจากวิทยาศาสตร์เป็นกฎหมาย การปกครอง
ลองย้อนกลับไปเมื่อปี 2489 เป็นเวลาภายหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง ที่เรียกง่ายๆ ว่า เป็นการปฏิวัติครั้งใหญ่ เปลี่ยนระบอบการปกครองจากสมบูรณาญาสิทธิราชย์ที่มีพระมหากษัตริย์เป็นผู้ปกครอง ไปเป็นระบอบประชาธิปไตยแบบฝรั่ง โดยคณะบุคคลที่เรียกว่า คณะราษฎร ซึ่งประกอบไปด้วยบุคคลที่ได้รับทุนไปศึกษาที่เมืองฝรั่ง แล้วไปยึดติดรูปแบบภายนอกของฝรั่ง เห็นฝรั่งเจริญก้าวหน้าด้วยระบอบการปกครองที่เรียกว่า ประชาธิปไตย ก็เห่อตามฝรั่ง อยากเป็นแบบฝรั่ง โดยไม่ได้ศึกษาว่า ระบอบการปกครองของฝรั่ง เหมาะสมกับประเทศเราหรือไม่ ไม่ได้ศึกษาถึงรากฐานของประชาชนว่า พร้อมกับการปกครองแบบฝรั่งหรือไม่
สถาบันพระมหากษัตริย์หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง ไม่มีอำนาจใดๆ เป็นเพียงสัญลักษณ์ แม้ทรัพย์สินบางส่วนก็ถูกยึด เจ้านายหลายพระองค์ต้องหนีภัยไปต่างประเทศ ในหลวงรัชกาลที่ 7 ยังต้องสละราชสมบัติ และตรอมพระทัยเสด็จสวรรคตที่ต่างประเทศ
การขึ้นเป็นยุวกษัตริย์ในเวลานั้น คณะราษฎรคงเล็งเห็นว่า น่าจะควบคุมสถาบันกษัตริย์ได้ การขึ้นเป็นกษัตริย์ในช่วงเวลานั้น อย่าว่าแต่จะเป็นกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ในใจราษฎร์เลย แม้การรักษาสถานะรักษาสถาบันกษัตริย์ให้อยู่รอดยังเป็นสิ่งที่เหลือวิสัยสำหรับวัยรุ่นอายุ 18 ปี
ในหลวงท่านจึงได้ทุ่มเทการทำงานเพื่อให้เห็นว่า พระมหากษัตริย์ดูแลประชาชน เป็นห่วงประชาชน เป็นที่พึ่งอันแท้จริงของประชาชนอย่างแท้จริง
ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เคยทูลถามพระองค์ว่า ทรงเหน็ดเหนื่อยกับการทรงงานหรือไม่ พระองค์ตอบว่า ที่จริงก็น่าจะเหนื่อย แต่พระองค์เหนื่อยไม่ได้ เพราะเดิมพันของพระองค์นั้นสูงมาก
เดิมพันของพระองค์ท่านคือบ้านเมือง คือความอยู่รอดของสถาบัน คือความอยู่ดีกินดีของประชาชนทั้งประเทศ พระองค์ท่านจึงเหนื่อยไม่ได้
พระองค์ท่านทรงงานตลอดชีวิตไม่มีวันหยุด แม้ประชวรก็ยังทรงงานด้วยความเป็นห่วงประชาชน และที่สุด เมื่อพระวรกายทนอยู่ไม่ได้ ต้องแตกสลายไปตามกฎแห่งธรรมชาติ พระองค์ก็ยังคงเป็นศูนย์รวมใจให้คนไทยเกิดความรักความสามัคคีที่จะทำดีเพื่อพ่อ
แม้คนไทยจะสูญเสียศูนย์รวมใจ แต่เป็นบุญของประเทศที่เกิดในรัฐบาลนี้ ถ้าเป็นรัฐบาลจากการเลือกตั้ง โดยเฉพาะบางรัฐบาลที่ปล่อยให้พวกหมิ่นสถาบันเชิดหน้าชูตาได้ ประเทศไทยวันนี้ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร
พระสยามเทวาธิราชและพระบารมีของในหลวง ยังคงปกป้องรักษาประเทศไทยเราตลอดไป







