
เป็นเจ้าแผ่นดินไม่ใช่ง่าย
หนังสือเรื่องจดหมายหลวงอุดมสมบัติ (จัน) เป็นของบันทึกล้ำค่าเล่มหนึ่งทางประวัติศาสตร์ เดิมเป็นหนังสือสมุดไทย 15 เล่ม
โดย...กรกิจ ดิษฐาน
หนังสือเรื่องจดหมายหลวงอุดมสมบัติ (จัน) เป็นของบันทึกล้ำค่าเล่มหนึ่งทางประวัติศาสตร์ เดิมเป็นหนังสือสมุดไทย 15 เล่ม ของสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิไชยญาติ ตกทอดมาถึงเจ้าคุณคลี่ธิดาท่าน เมื่อเจ้าคุณคลี่ถึงแก่กรรม พระยาไกรเพ็ชรรัตนสงคราม (แฉ่ บุนนาค) เห็นเป็นหนังสือสำคัญเกี่ยวกับราชการ จึงทูลเกล้าฯ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้ทรงอ่านแล้วชื่นชมหนังสือนี้ว่า
“เปนหนังสือเรื่องสำคัญในทางโบราณคดี คือทำให้ผู้อ่านแลเห็นวิธีราชการในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ดีกว่าหนังสือเรื่องอื่นๆ แลทำให้ปรากฏว่าความทรงจำของข้าราชการแต่ก่อนเขาดีเพียงใด”
ความวิเศษของหนังสือเล่มนี้ คือ
ข้อ 1 แสดงให้เห็นถึงอัจฉริยภาพด้านความทรงจำของหลวงอุดมสมบัติว่าละเอียดลออ เป็นตัวอย่างของขุนนางมีความสามารถสมัยก่อนว่าเอาใจใส่การงาน จดจำงานราชการได้แม่นยำ แล้วยังบันทึกไว้ได้ไม่ตกหล่นแม้รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เมื่อรัชกาลที่ 5 ทรงอ่านแล้ว ทรงปราโมทย์ยิ่งในความสามารถของขุนนางท่านนี้ ถึงกับเมื่อได้ภาพถ่ายของหลวงอุดมสมบัติมา ทรง “ให้ฉายรูปถ่ายนั้นเปนขนาดใหญ่ เข้ากรอบติดไว้ในตำหนักราชฤทธิ์รุ่งโรจน์ที่สวนดุสิต โดยพระราชประสงค์จะทรงยกย่องความสามารถของหลวงอุดมสมบัติให้ปรากฏ”
ข้อ 2 บันทึกเรื่องรายละเอียดเกี่ยวกับการว่าราชการของพระเจ้าแผ่นดิน ซึ่งไม่เหมือนในลิเกหรือในละคร ที่ดูจะง่ายแสนง่าย แค่ชี้นิ้วสั่งเสนามาตย์ก็ลนลานรับสนอง แต่ที่จริงแล้วการปกครองแผ่นดินยากเย็นนัก ต่อให้เป็นเจ้าแผ่นดิน ก็ใช่ว่าจะตัดสินใจตามอำเภอใจได้ ดังที่สมเด็จพระฯ กรมพระยาดำรงชารานุภาพทรงอธิบายว่า “ใครเคยได้ยินสุภาสิตโบราณซึ่งกล่าวถึงความลำบาก ยกหัวอกเแม่เจ้าเรือน สมภารเจ้าวัด แลพระมหากระษัตริย์ขึ้นอ้างไว้เป็นตัวอย่าง ผู้นั้นจะแลเห็นได้ในหนังสือเรื่องนี้ ว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงปกครองสยามราชอาณาจักรนี้ ต้องทรงรับภาระทุกข์ยากลำบากพระราชหฤทัย สมดังคำโบราณกล่าวๆ พระองค์มา ไม่ได้ประสบแต่พระบรมศุขอย่างเดียว”
การเป็นพระเจ้าแผ่นดินนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย คนสามัญมักมองว่าเป็นพระเจ้าแผ่นดินจะมีอำนาจล้นฟ้า มีทรัพย์ศฤงคารมหาศาล จะเสพสุข จะชี้นิ้วใครก็ได้ ซึ่งความจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่ เพราะการเป็นพระเจ้าแผ่นดินนั้นเป็นความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ต่อพระองค์เอง ต่อพระบรมวงศ์ ต่อขุนนางข้าราชบริพาร และต่ออาณาประชาราษฎร์ ไหนต้องรักษาขนบจารีต เป็นตัวอย่างของผู้รักษากฎหมาย ชั่วชีวิตของพระองค์จะทำตามอำเภอใจแทบไม่ได้ มีแต่ทำให้ผู้อื่น
ดังพระบรมราโชวาทในรัชกาลที่ 5 ที่ทรงพระราชทานสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศฯ ความว่า
“การที่เป็นเจ้าแผ่นดินไม่ใช่สำหรับมั่งมี ไม่ใช่สำหรับคุมเหงคนเล่นตามชอบใจ มิใช่เกลียดใครแล้วจะได้แก้เผ็ด มิใช่เป็นผู้สำหรับจะกินสบายนอนสบาย ถ้าจะปรารถนาเช่นนั้นแล้ว มีสองทาง คือ บวชทางหนึ่ง เป็นเศรษฐีทางหนึ่ง เป็นเจ้าแผ่นดินสำหรับแต่เป็นคนจน และเป็นคนที่อดกลั้นต่อสุขและทุกข์ อดกลั้นต่อความรักและความชิงชังอันจะเกิดฉิวขึ้นมาในใจ หรือมีผู้ยุยง เป็นผู้ปราศจากความเกียจคร้าน ผลที่จะได้นั้นมีแต่ชื่อเสียงปรากฏเมื่อเวลาตายแล้ว ว่าเป็นผู้รักษาวงศ์ตระกูลไว้ได้ และเป็นผู้ป้องกันความทุกข์ของราษฎรซึ่งอยู่ในอำนาจความปกครอง ต้องหมายใจในความสองข้อนี้เป็นหลัก มากกว่าคิดถึงการเรื่องอื่น ถ้าผู้ซึ่งมิได้ทำใจได้เช่นนี้ ก็ไม่แลเห็นเลยว่าจะปกครองรักษาแผ่นดินอยู่ได้”
ประวัติศาสตร์ได้บันทึกไว้อย่างชัดเจนว่า พระมหากษัตริย์ของไทยนั้นทรงเป็นเช่นนี้ทุกพระองค์







