
นุ่งผ้าขาวม้าเฝ้าฯ รับเสด็จ เรื่องเล่าชาวบ้าน ร.9 ประพาสต้น
โดย...ประทวน ขจรวุฒินันท์
โดย...ประทวน ขจรวุฒินันท์
ประพาสต้น คือ การเสด็จพระราชดำเนินเยือนราษฎรเป็นการส่วนพระองค์ โดยไม่มีการแจ้งให้รู้ล่วงหน้า จะเสด็จฯ ไปอย่างไม่เอิกเกริก พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในอดีตที่ทรงโปรดการประพาสต้น ได้แก่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระปิยมหาราช ซึ่งเรื่องราวการเสด็จประพาสต้นของล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 นั้นมีมากมายหลายเรื่องในรัชกาลของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ก็มีการเสด็จประพาสต้นเยี่ยมราษฎรส่วนพระองค์ โดยไม่มีการแจ้งหมายล่วงหน้าให้ราษฎรได้รู้อยู่หลายครั้ง ดังเช่นความทรงจำของ ลุง “สอน ดวงปากดี” วัย 67 ปี ชาวบ้านดงน้อย ต.ดงมะไฟ อ.เมือง จ.สกลนคร ซึ่งเมื่อ 32 ปีก่อน ด้วยความไม่รู้ล่วงหน้าว่าในหลวงภูมิพลเสด็จฯ มา จึงนุ่งผ้าขาวม้าตัวเดียวมาเฝ้าฯ รับเสด็จอย่างไม่ได้ตั้งใจ
ลุงสอนเล่าย้อนอดีตเมื่อ 32 ปีก่อน วันจันทร์ที่ 12 พ.ย. 2527 ระหว่างที่ลุงสอนนั่งอยู่บริเวณศาลาหน้าบ้าน จู่ๆ ก็ต้องตกตะลึงที่มีทหารและตำรวจเข้ามาในหมู่บ้านเป็นจำนวนมาก
“ตอนแรกนึกว่าจะมาปราบคอมมิว นิสต์ แต่แล้วมีผู้ชายคนหนึ่งเดินหอบแผนที่ กล้องถ่ายภาพ เดินตรงเข้ามาหา ตอนนั้นยังไม่คุ้นว่าเป็นใคร พอเข้ามาใกล้ๆ จึงรู้ว่าเป็นพระเจ้าแผ่นดิน จึงนั่งลงพร้อมพนมมือด้วยอาการตัวสั่น จากนั้นได้ขอพระบรมราชานุญาตไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วกลับมาในชุดเสื้อแขนยาวสีขาวและกางเกงขายาว พระองค์ทรงหยอกเย้าว่า ‘แต่งซะหล่อ’ จึงรีบเดินตามพระองค์ไปยังห้วยม่วงไข่ ห้วยเรือในเขตบ้านดงน้อย เพื่อถวายรายงานข้อมูลพื้นที่”
ในครั้งนั้น พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จพระราชดำเนินจากพระตำหนักภูพาน ราชนิเวศน์ จ.สกลนคร โดยทรงขับรถยนต์พระที่นั่งด้วยพระองค์เอง เพื่อไปทอดพระเนตรห้วยม่วงไข่ ห้วยเรือ ในเขตบ้านดงน้อย โดยไม่มีหมายล่วงหน้า
ลุงสอนเล่าว่า ในหลวงภูมิพลทรงกางแผนที่แล้วรับสั่งถามถึงจำนวนบ้านเรือนและแหล่งน้ำ
“ทรงถามว่า “บ้านหนองโดนอยู่ที่ไหน” ก็ตอบพระองค์ท่านว่า “บ้านหนองโดนย้ายมาขึ้นบ้านดงน้อยแล้ว มีกี่หลังคาเรือนไม่ทราบข้อมูล” พระองค์ทรงชี้ไปที่แผนที่แล้วตรัสถามอีกว่า “สายห้วยลำนี้ไหลมารวมกันไหม” ก็ตอบพระองค์ไปว่า “ทุกสายมารวมตรงนี้กันหมด”
ลุงสอนเล่าว่า จากเดิมบ้านดงน้อย บ้านนากับแก้ และหมู่บ้านใกล้เคียงไม่มีแหล่งน้ำเพียงพอต่อการปลูกข้าวบริโภค หลังในหลวงภูมิพลเสด็จฯ มาในครั้งนั้น ก็ทรงมีพระราชดำริให้ก่อสร้างอ่างเก็บห้วยเรือจนแล้วเสร็จ สำหรับการเกษตรและการอุปโภคบริโภคของราษฎร เพื่อให้ปลูกข้าวเพียงพอกับการบริโภค ตลอดจนส่งเสริมการปลูกไม้ผลชนิดต่างๆ สร้างความปลื้มปีติต่อราษฎรเป็นอย่างมาก
“ภายหลังทราบข่าวการเสด็จสวรรคตของพระองค์ท่านจากสำนักพระราชวัง ก็เสียใจมาก ถึงขั้นไม่พูดไม่ออกตัวสั่นน้ำตาหลั่งไหลออกมาจากความรู้สึกในใจ เพราะรู้สึกว่าโชคดีที่เกิดมาในแผ่นดินไทย ไม่มีกษัตริย์พระองค์ใดในโลกทรงงานหนักแบบพระองค์ จึงขอน้อมเกล้าฯ ถวายความอาลัย และขอเป็นข้ารองบาททุกชาติไป” ลุงสอนกล่าวพร้อมกับประคองภาพถ่าย เมื่อครั้งนุ่งผ้าขาวม้ามาเฝ้าฯ รับเสด็จในหลวงภูมิพล







