
ศาสตร์พระราชา
พระวิริยอุตสาหะของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในการประกอบพระราชกรณียกิจต่างๆ ตลอดพระชนม์ชีพ ก็เพื่อวางรากฐานอันแข็งแกร่งมั่นคงให้กับประเทศ
พระวิริยอุตสาหะของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในการประกอบพระราชกรณียกิจต่างๆ ตลอดพระชนม์ชีพ ก็เพื่อวางรากฐานอันแข็งแกร่งมั่นคงให้กับประเทศ
แนวทางของการวางรากฐานดังกล่าว เกิดขึ้นจากการเสด็จพระราชดำเนินพบปะเยี่ยมประชาชนทั่วทุกภาค ทรงสังเกต เรียนรู้ปัญหา และรับสั่งถามถึงความต้องการของราษฎร เพื่อที่จะแก้ปัญหาและพัฒนาวิถีชีวิตของราษฎรให้ดีขึ้น
เป้าหมายของการแก้ปัญหาให้ราษฎรของ “ในหลวงภูมิพล” คือการพัฒนาให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน และผลสำเร็จของพระราชกรณียกิจตลอด 70 ปีในรัชกาลของพระองค์ ก็ประมวลกันเป็นศาสตร์พระราชามากมายหลายด้าน ทั้งการทำฝนหลวง การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ การเกษตรทฤษฎีใหม่ การพึ่งตนเอง และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ผลสำเร็จของพระราชกรณียกิจมากมาย ไม่เพียงประจักษ์แจ้งในใจของราษฎรทั่วแผ่นดินไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ประจักษ์แก่สังคมโลกอีกด้วย โดยในปี 2549 องค์การสหประชาชาติได้ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
โคฟี อันนัน เลขาธิการสหประชาชาติในขณะนั้น กล่าวในโอกาสทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลว่า
“โครงการในพระราชดำริต่างๆ เพื่อพัฒนาชนบทมีจำนวนมากมายและมิอาจนับได้ ส่งผลต่อการสร้างสรรค์ความรู้และนวัตกรรมที่เอื้อต่อความก้าวหน้าในการพัฒนา ยังประโยชน์ให้แก่พสกนิกรทั่วหล้า อาทิ โครงการที่มุ่งเน้นการเกษตรขนาดเล็กด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสม โครงการที่มีการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน รวมทั้งโครงการป้องกันและบรรเทาความเดือดร้อนจากน้ำท่วมและภัยแล้ง
ด้วยพระปรีชาสามารถในการเป็นนักคิดของใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท และคุณูปการต่อการพัฒนายั่งยืน ทำให้นานาประเทศตื่นตัวในการปรับรูปการพัฒนาอย่างยั่งยืนภายใต้แนวคิดใหม่ ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทที่มีต่อประชาราษฎร์ ที่ได้พระราชทานปรัชญา ‘เศรษฐกิจพอเพียง’ ซึ่งชี้ถึงแนวทางการพัฒนาที่เน้นความสมดุล ความพอประมาณ ความมีเหตุผล สำนึกในคุณธรรม และการมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี พอที่จะต้านทานและลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงต่างๆ จากกระแสโลกาภิวัตน์”
ดังนั้น นับเป็นเรื่องดีที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะจัดตั้งศูนย์ส่งเสริมปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ 7 หมื่นแห่งทั่วประเทศ ซึ่งน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นให้รัฐบาลและหน่วยงานอื่นๆ ได้หาแนวทางสืบสานให้ศาสตร์พระราชาในทุกด้านได้รับการเผยแพร่ นำไปปฏิบัติเพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนไทยทั้งชาติ อันเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาประเทศ ตามที่ในหลวงภูมิพลได้ทรงวางแนวทางเอาไว้
การสืบสานศาสตร์พระราชา ไม่ว่าจะตั้งหน่วยงานขึ้นมารับผิดชอบเฉพาะ เช่น สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ หรือจะดำเนินการในรูปแบบใด วัตถุประสงค์สำคัญก็เพื่อแปรศาสตร์พระราชาไปสู่วิถีชีวิตของคนไทย มิใช่อยู่แต่ในสถานฝึกอบรม ดูงาน หรือในโครงการตัวอย่าง แต่ต้องเป็นแนวทาง เป็นวิถีปฏิบัติที่ฝังอยู่ในวิถีชีวิตคนไทย







