
แก้ให้สุด
มติที่ประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ หรือบอร์ดสิ่งแวดล้อม เมื่อวันที่ 23 ส.ค.ที่ผ่านมา เห็นชอบให้ร่างกิจการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ทั้งด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ ตามที่คณะกรรมการ 4 ฝ่ายแก้ปัญหามาบตาพุด ซึ่งอดีตนายกรัฐมนตรี อานันท์ ปันยารชุน เป็นประธานเสนอ 18 กิจการรุนแรง ทางบอร์ดสิ่งแวดล้อมที่นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นประธานบอร์ด เห็นชอบให้ 11 กิจการเป็นกิจการรุนแรง
มติบอร์ดสิ่งแวดล้อมดังกล่าว นับว่าช่วยคลายล็อกโครงการลงทุนต่างๆ ไปได้มากพอสมควร โดยจากคาดการณ์ของกระทรวงอุตสาหกรรมเบื้องต้น คาดว่าโครงการที่โดนฟ้องในโครงการลงทุนมาบตาพุด 76 โครงการ หลังมติของบอร์ดสิ่งแวดล้อมจะมีเพียง 2 โครงการเท่านั้นที่เข้าข่ายเป็นกิจการรุนแรงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 76 วรรค 2 ต้องดำเนินการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรืออีไอเอ ผลกระทบชุมชน หรือเอชไอเอ และต้องได้รับความเห็นชอบจากองค์การอิสระครบทั้งสามองค์ประกอบ ส่วนโครงการนอกนิคมอุตสาหกรรมจะมีที่เข้าข่ายกิจการรุนแรงประมาณ 20 โครงการ
หลังจากนี้ไป กว่า 70 โครงการมาบตาพุดที่ไม่เข้าข่าย 11 กิจการรุนแรง ซึ่งโดนคุ้มครองชั่วคราวตามคำสั่งศาลปกครอง จะสามารถนำมติของบอร์ดสิ่งแวดล้อมแห่งชาติไปเป็นข้อมูลใหม่ยื่นต่อศาลปกครองกลางในวันที่ 26 ส.ค.นี้ ที่จะนัดไต่สวนคดีหลักที่ 8 หน่วยงานรัฐไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ 2550 โดยคาดว่าน่าจะมีผลออกมาในทางบวก ทำให้หลายโครงการในมาบตาพุดสามารถเดินหน้าต่อไปได้ โดยเฉพาะโครงการที่ก่อสร้างและทดสอบการผลิตเสร็จแล้ว จะผลิตสินค้าได้ทันที ส่วนโครงการที่ต้องหยุดการก่อสร้าง ก็จะสามารถกลับมาก่อสร้างได้
ถ้าในทางปฏิบัติหลังมติบอร์ดสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรีบออกประกาศกระทรวงกิจการรุนแรงตามมติของบอร์ดสิ่งแวดล้อม และกระทรวงอุตสาหกรรมยกเลิกประกาศ 8 กิจการรุนแรงที่ซ้ำซ้อนกันอยู่ การดำเนินการทั้งหมดนี้น่าจะเรียกความเชื่อมั่นในการลงทุนได้ระดับหนึ่ง หลังจากล่าช้าจากเส้นตายของรัฐบาลมาหลายเดือน
อย่างไรก็ตาม ยังมีอุปสรรคจากความเคลื่อนไหวของภาคประชาชน โดยเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออกเตรียมประชุมในวันที่ 29 ส.ค. ที่ จ.ระยอง เพื่อกำหนดท่าทีแสดงพลังไม่เห็นด้วยกับมติของบอร์ดสิ่งแวดล้อมใน 11 กิจการรุนแรง เพราะเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออกเห็นด้วยกับคณะกรรมการ 4 ฝ่าย เสนอคุม 18 กิจการรุนแรง เบื้องต้นอาจจะมีการชุมนุมหน้านิคมอุตสาหกรรม นอกจากนี้สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนในฐานะผู้ฟ้องคดีมาบตาพุดร่วมกับชาวบ้าน 43 ราย เตรียมจะฟ้องศาลปกครองให้ยกเลิกมติกำหนด 11 กิจการรุนแรง เพราะเห็นว่าบิดเบือนเสียงส่วนใหญ่ของภาคประชาชน
รัฐบาลจึงควรลงพื้นที่เพื่อทำความเข้าใจ ก่อนปัญหาจะปะทุขึ้นมาอีก รวมทั้งหน่วยงานรัฐควรเดินหน้าขั้นตอนของกฎหมายเพื่อเรียกความเชื่อมั่นให้กลับมาโดยเร็ว







