
โค้งสุดท้าย
โดย...อรุณ จิรชวาลา
โดย...อรุณ จิรชวาลา
งวดเข้ามาเต็มทีแล้วครับ อีกไม่ถึง 3 สัปดาห์ก็จะถึงวันเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ทุกคนที่ผมรู้จักฟันธงไว้เป็นเสียงเดียวว่า ฮิลลารี คลินตัน ผู้สมัครจากพรรคเดโมแครต จะเป็นผู้ชนะการเลือกตั้งครั้งนี้อย่างแน่นอน และจะกลายเป็นประธานาธิบดีหญิงคนแรกของสหรัฐ
ที่สรุปกันเช่นนี้ เพราะคู่แข่งคนสำคัญของเธอ คือ โดนัลด์ ทรัมป์จากพรรครีพับลิกัน กำลังถูกกระแสสังคมถล่มอย่างหนัก หลังจากหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ เมื่อวันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา นำวิดีโอเทปออกมาเผยแพร่ เรื่องที่ทรัมป์ โอ้อวดวิธีการจู่โจมเพื่อให้ผู้หญิงยอมมีเพศสัมพันธ์กับเขา โดยใช้ถ้อยคำและภาษาที่ยากที่สังคมจะยอมรับได้สำหรับบุคคลสาธารณะ
ผลที่ตามมาคือเสียงประณามที่ดังกระหึ่มไปทั่ว นักการเมืองจากพรรคเดียวกันจำนวนมากเรียงหน้าออกมาถอนการสนับสนุนให้เขาชนะเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี ทรัมป์ พยายามบรรเทาความเสียหายในระหว่างการโต้วาทีครั้งที่ 2 กับฮิลลารีในอีก 2 วันต่อมาว่า คำโอ้อวดข้างต้นเป็นเพียงคำพูดในหมู่ผู้ชายระหว่างอยู่ในห้องอาบน้ำ ไม่ใช่เรื่องจริงจังแต่ประการใด และเมื่อถูกพิธีกรถามซ้ำหลายครั้งว่า เขาเคยจู่โจมผู้หญิงตามคำโอ้อวดในเทปหรือไม่ เขาปฏิเสธว่า ไม่เคย ซึ่งก็สร้างปัญหาตามมา เมื่อมีผู้หญิงหลายคนเรียงหน้าออกมาให้สัมภาษณ์สื่อในภายหลังว่าเขาพูดไม่จริง เพราะต่างมีประสบการณ์ถูกทรัมป์จู่โจมมาแล้วด้วยกันทั้งสิ้น
คะแนนนิยมของทรัมป์ในโพลลดฮวบลงแบบยากที่จะกู่กลับ กล่าวคือ จากที่ส่วนใหญ่ให้เขาตามอยู่ไม่ถึง 5 จุด กลายเป็นตามกว่า 10 จุด ซึ่งหลายคนเชื่อว่า เวลาที่เหลือก่อนวันเลือกตั้งมีน้อยเกินกว่าที่เขาจะสามารถพลิกสถานการณ์ให้กลับมาเป็นผู้ชนะได้ มีหลายประเด็นที่ผมอยากจะพูดถึงเกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นไปแล้วและที่คาดเดากันว่าจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เหลือก่อนเลือกตั้ง ดังนี้
หนึ่ง ที่จริงเรื่องอื้อฉาวต่างๆ เกี่ยวกับทรัมป์ไม่ใช่เรื่องใหม่ และไม่ได้มีเฉพาะเรื่องชู้สาวเท่านั้น แต่ยังมีเรื่องเกี่ยวกับการเหยียดผิว เหยียดเชื้อชาติ เหยียดศาสนา เรื่องธุรกิจล้มละลายหลายครั้ง เรื่องความไม่ชอบมาพากลในธุรกิจกาสิโน เรื่องความสัมพันธ์กับกลุ่มมาเฟีย เรื่องมหาวิทยาลัยที่หลอกลวงเรียกเก็บค่าเทอมแพงๆ และอื่นๆ
เรื่องต่างๆ เหล่านี้ทำให้คนอเมริกันจำนวนมากยอมรับเขาไม่ได้ แต่กระนั้นเขาก็มีภาพของความสามารถในเชิงธุรกิจมากพอที่ทำให้หลายคนยอมมองข้ามข้อกล่าวหาอื่นๆ และทำให้เขาได้ชัยชนะเหนือคู่แข่งภายในพรรคเดียวกันในการเลือกตั้งแบบไพรมารี
มีเรื่องแปลกแต่จริงคือ โดยปกติเรื่องชู้สาวจะไม่ใช่เรื่องที่ทำให้บุคคลในตำแหน่งสูญเสียคะแนนนิยมมากนัก สามีของคลินตัน คืออดีตประธานาธิบดีบิล คลินตัน ที่ถูกทรัมป์โจมตีอย่างหนักระหว่างการโต้วาทีครั้งที่ 2 เรื่องการมีเพศสัมพันธ์กับหญิงที่มิใช่ภรรยาหลายคน ก็ไม่เคยสูญเสียคะแนนนิยมอย่างจริงจัง และที่ชอบอ้างกันว่าผู้หญิงจะรับไม่ได้ก็ไม่เป็นความจริงเช่นกัน ดูเหมือนว่าคะแนนนิยมของบิล คลินตันในหมู่ผู้หญิงจะสูงกว่าผู้ชายเสียอีก
ก่อนบิล คลินตัน อดีตประธานาธิบดียอดนิยมอีกคนหนึ่ง คือ จอห์น เอฟ. เคนเนดี ก็มีเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับเพศสัมพันธ์กับหญิงอื่นที่ไม่ใช่ภรรยาเช่นกัน ที่รู้จักกันดีคือดาราฮอลลีวู้ดชื่อดัง มาริลิน มอนโร
ผมคิดว่าที่เรื่องชู้สาวครั้งนี้มีผลกระทบแรง อยู่ที่วิธีการและจังหวะเวลาในการแฉมากกว่า ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า กลุ่มผู้สนับสนุนฮิลลารีมีการวางแผนล่วงหน้าอย่างเป็นระบบและอย่างแยบยล
สอง ผมไม่คิดว่าเรื่องคอขาดบาดตายของทรัมป์เป็นเรื่องอื้อฉาวทางเพศ แต่เป็นเรื่องที่เขาไม่เสียภาษีเงินได้ให้กับรัฐมาเป็นเวลานานนับสิบปีมากกว่า ซึ่งเป็นเรื่องที่เขายอมรับโดยปริยาย โดยการปฏิเสธไม่ยอมเปิดเผยหลักฐานการเสียภาษีต่อสาธารณะ
มองในแง่มุมหนึ่ง ทรัมป์อาจไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมาย เขาอาจมีทีมที่มีความสามารถสูงช่วยงานเขาทางด้านภาษี แต่ประเด็นที่ประชาชนไม่ยอมรับไม่ใช่เรื่องกฎหมาย แต่เป็นเรื่องความเป็นธรรม เขาอวดอ้างว่าตัวเองเป็นคนร่ำรวย มีทรัพย์สมบัตินับพันนับหมื่นล้านเหรียญสหรัฐ แต่ความร่ำรวยของเขาไม่ได้มาจากธุรกิจแต่เพียงอย่างเดียว ซึ่งอาจทำให้เขาอ้างได้ว่าธุรกิจเสียภาษีอย่างถูกต้องแล้วเขาจึงไม่ต้องเสียซ้ำซ้อน แต่เขามีรายได้จากการเป็นพิธีกรรายการทีวีด้วย อย่างน้อยก็ปีละหลายสิบล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนนี้หากเขาหลบเลี่ยงภาษีได้ ในขณะที่คนอื่นที่มีรายได้น้อยกว่าหลบเลี่ยงไม่ได้ก็ย่อมมีความไม่เป็นธรรมเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
ประเด็นนี้เป็นประเด็นที่ทรัมป์แก้ไม่ตก ได้แต่อ้อมๆ แอ้มๆ ว่าการไม่ต้องเสียภาษีแสดงว่าเขาเป็นคนฉลาด แต่บังเอิญเป็นความฉลาดที่ไม่สอดคล้องกับคำมั่นสัญญาว่าจะทำให้ประเทศชาติกลับมายิ่งใหญ่ เพราะหากมีคนฉลาดอย่างเขามาก รัฐคงสูญเสียรายได้จากภาษีอากรปีละมากๆ
สาม ผมไม่อยากด่วนสรุปว่าทรัมป์จะแพ้การเลือกตั้งแบบหมดรูป เพราะฝ่ายของเขาคงต้องต่อสู้อย่างสุดฤทธิ์เพื่อพลิกฟื้นสถานการณ์ อย่างน้อยเราก็ควรต้องจับตาดูการโต้วาทีครั้งที่ 3 ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายเสียก่อน โดยการโต้วาทีจะเกิดขึ้นในคืนวันที่ 19 ต.ค. ซึ่งตรงกับเช้าวันนี้ตามเวลาประเทศไทย หลังจากเรื่องที่ผมเขียนนี้ลงตีพิมพ์ได้ไม่กี่ชั่วโมง ทรัมป์คงหนีไม่พ้นต้องเกแบบหมดหน้าตัก มีไพ่อะไรซ่อนอยู่ก็คงต้องหงายออกมาให้เราเห็นจนหมดจุดอ่อนของคลินตันจนถึงปัจจุบันยังเป็นเรื่องการใช้อีเมลส่วนตัวรับและส่งเอกสารที่เป็นความลับทางราชการระหว่างดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศ ซึ่งเรื่องนี้ทรัมป์บอกว่าเป็นความผิดร้ายแรงถึงขั้นติดคุกได้ นอกจากนี้ยังมีวิกิลีกออกมาช่วยทรัมป์แฉอีกแรงหนึ่ง ที่ผ่านมาเรื่องนี้ยังไม่ถือเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย แต่ก็สร้างความหงุดหงิดให้กับคลินตันและทีมงานเป็นอย่างมาก ก็ยังไม่ทราบว่า ในการโต้วาทีวันนี้ ทรัมป์จะมีทีเด็ดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้เพิ่มเติมหรือไม่หรือจะมีเรื่องอื่นที่ร้อนแรงกว่า
สี่ การเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งนี้ แต่เดิมถือว่าพรรครีพับลิกันเป็นต่อ เพราะคะแนนนิยมของรัฐบาลกำลังตกต่ำ นโยบายสำคัญ 2 เรื่องคือในประเทศ เรื่องประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือที่เรียกกันว่าโอบามาแคร์ ถูกตั้งคำถามมากเรื่องวินัยการคลัง ส่วนต่างประเทศนโยบายสันติภาพในตะวันออกกลางก็ดูเหมือนจะล้มเหลว
โอกาสที่พรรครีพับลิกันจะยึดคืนทำเนียบขาวอยู่แค่เอื้อม แต่โชคไม่ดีได้ทรัมป์เป็นผู้สมัครของพรรค ซึ่งหากทรัมป์หมดมุข และแพ้การเลือกตั้งแบบหมดรูป ส่งผลให้ผู้สมัครในระดับรองๆ ลงไปแพ้เลือกตั้งด้วย ก็ต้องถือว่าเป็นความผิดพลาดอย่างใหญ่หลวงของพรรค
ประเด็นอยู่ที่ แกนนำและผู้สมัครคนอื่นๆ ของพรรคปล่อยให้จุดอ่อนสำคัญของทรัมป์ ทั้งเรื่องวิดีโอเทปและเรื่องไม่เสียภาษีเงินได้ หลุดรอดมาจนถึงใกล้วันเลือกตั้งได้อย่างไร หากถูกแฉตั้งแต่การเลือกตั้งแบบไพรมารี ทรัมป์อาจไม่ได้เป็นตัวแทนของพรรคก็ได้ หรือหากได้เป็น ก็อาจเป็นเพราะประชาชนพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยเมื่อเปรียบกับความสามารถด้านอื่นที่เขามีเหนือคู่แข่ง แทนที่จะกลายเป็นเรื่องน่าตกใจและสายเกินแก้







