
แผ่นดินไทยใต้ร่มพระบารมี
แม้เป็นเพียงหิ่งห้อยแสงน้อยนิด ไม่อาจเปรียบเทียบอาทิตย์อันยิ่งใหญ่ ขอเปล่งแสงเท่าที่มีด้วยอาลัย น้อมถวายความจงรักและภักดี
โดย...สมผล ตระกูลรุ่ง
แม้เป็นเพียงหิ่งห้อยแสงน้อยนิด
ไม่อาจเปรียบเทียบอาทิตย์อันยิ่งใหญ่
ขอเปล่งแสงเท่าที่มีด้วยอาลัย
น้อมถวายความจงรักและภักดี
คนไทยหัวใจไทยทุกหมู่เหล่าในวันนี้มีความรู้สึกที่ไม่แตกต่างกัน เมื่อทราบข่าวการเสด็จสวรรคตของในหลวงรัชกาลที่ 9 ผู้ทรงเป็นศูนย์รวมใจไทยทั้งชาติ บรรยากาศทั่วประเทศตั้งแต่เย็นวันพฤหัสบดีที่ 13 ต.ค. จนถึงปัจจุบัน อยู่ในภาวะที่ยากจะบรรยาย แม้จะได้เตรียมใจทำใจเอาไว้แล้วว่า เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นธรรมชาติของมนุษย์ในโลกใบนี้ ที่ไม่มีใครจะหนีพ้น เป็นธรรมชาติที่ทุกผู้คนต้องประสบพบเจอด้วยตัวเองอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะต่ำต้อยหรือสูงศักดิ์เพียงใด
เช้าวันศุกร์ที่ 14 ต.ค. ผมตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่ไม่เหมือนทุกวัน เป็นความรู้สึกอ้างว้าง ว้าเหว่ ดูหงอยเหงา เป็นความรู้สึกเหมือนขาดที่พึ่ง ขาดความมั่นใจ เป็นความรู้สึกที่เหมือนกับว่าไม่รู้อนาคตว่าจะเป็นอย่างไร ผมก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมจึงรู้สึกเช่นนั้น ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าตัวเองจะรู้สึกเช่นนั้นได้ เพราะได้ทำใจไว้แล้ว แม้จะเคยผ่านเหตุการณ์ที่เคยสูญเสียคุณพ่อ คุณแม่ มาก่อนแล้วก็ตาม แต่ความรู้สึกก็ไม่เหมือนกับครั้งนี้ หลายคนที่ได้พูดคุยด้วย จะมีความรู้สึกอย่างเดียวกัน เป็นความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้
ถ้าเราแบ่งคนไทยปัจจุบันนี้เป็น 2 กลุ่ม ผู้คนที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป ที่เรียกกันว่า Baby Boomer กับพวก Gen X คงได้เห็นพระองค์ท่านทรงงาน โดยเฉพาะพวกที่อายุ 50 ปีขึ้นไป จะได้เห็นข่าวในพระราชสำนัก เห็นพระองค์ทรงงานในถิ่นทุรกันดาร ทรงงานเป็นประจำเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดจากธรรมชาติ ปัญหาที่ทำให้ราษฎรในพื้นที่ห่างไกลเดือดร้อน รวมถึงการส่งเสริมให้ชาวเขาชาวดอยหันมาปลูกพืชปลูกผักแทนการปลูกฝิ่น เป็นการแก้ปัญหาให้กับรัฐบาลได้อย่างยั่งยืน
กับอีกกลุ่มหนึ่ง พวกอายุต่ำกว่า 40 ปี ที่เรียกกันว่าเป็น Gen Y หรืออายุ 20 ปี ลงมา ที่เรียกว่า Gen Z คนกลุ่มนี้ไม่เคยเห็นข่าวในพระราชสำนัก จึงไม่เห็นการทรงงานของพระองค์ท่าน จะได้ยินเพียงคำบอกเล่าจากพ่อแม่ หรือไม่ก็ติดตามจากข่าวสาร ผมเคยคุยกับคน Gen Y หลายคน เขาไม่รู้ว่าทำไมคนรุ่นพวกผมจึงจงรักภักดีกับในหลวง ทำให้คิดไปว่าคนกลุ่มนี้จะไม่ซาบซึ้งกับพระองค์ท่าน
แต่จากภาพที่เห็นฝูงชนไปร่วมแสดงความอาลัยต่อพระองค์ท่านแล้ว ผมต้องเปลี่ยนความคิด เพราะทั้ง Gen Y Gen Z ได้แสดงออกถึงความจงรักภักดีไม่ได้น้อยไปกว่าคนรุ่น Baby Boomer อย่างรุ่นพวกผม นั่นเป็นเพราะพวกเขาหาข่าวสารความรู้ได้ง่ายๆ จากเทคโนโลยี ได้ข่าวสารที่เป็นจริง ไม่มีใครสามารถหลอกลวงพวกเขาให้หลงผิดได้
ตลอดรัชสมัยในแผ่นดินรัชกาลที่ 9 บ้านเมืองเราอยู่รอดปลอดภัยมาได้ ในช่วงชีวิตนี้ได้เห็นบ้านเมืองเราเกิดวิกฤตมาหลายครั้งหลายครา แต่ก็สามารถผ่านพ้นมาได้ ในบางครั้งผ่านเหตุการณ์มาได้อย่างน่าอัศจรรย์ โดยไม่เสียเลือดเนื้อคนไทยด้วยกัน ไม่เกิดความรุนแรงหรือสร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติ
ถ้ายังจำกันได้ในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ เมื่อปี 2535 กลุ่มผู้ชุมนุมเดินทางจากราชดำเนินมุ่งหน้าไปรวมตัวกันที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง มีการตั้งบังเกอร์ จัดทำค่ายคูประตูหอรบไว้อย่างมั่นคง ตั้งถังก๊าซเป็นเกราะกำบัง โดยไม่มีใครรู้ว่ามีอาวุธอะไรอยู่ในมหาวิทยาลัยบ้างหรือไม่ หากมีการใช้กำลังปราบปรามในครั้งนั้น โอกาสที่จะเกิดความสูญเสียจากสงครามย่อยๆ กลางกรุงเทพมหานคร มีความเป็นไปได้อย่างมาก เหตุการณ์จวนเจียนจะเกิดการปะทะกันระหว่างมวลชนกับทหาร
และแล้วในคืนนั้น พล.ต.จำลอง ศรีเมือง และ พล.อ.สุจินดา คราประยูร ได้เข้าเฝ้าฯ ในหลวง หลังจากนั้นเหตุการณ์บ้านเมืองกลับสงบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ในครั้งนั้นนักข่าวต่างชาติต่างก็งงงันกับเหตุการณ์ในบ้านเมืองเรา ไม่เข้าใจว่าสงครามกำลังจะเกิด แต่กลับสงบได้ชั่วพลิกฝ่ามือด้วยบุคคลเพียงคนเดียว ซึ่งไม่มีประเทศใดในโลกที่จะเข้าใจ คนต่างชาติโดยเฉพาะพวกตะวันตก ไม่เข้าใจเรื่องบุญบารมี และจะไม่มีวันเข้าใจตลอดไป
ถ้าจะอธิบายในเรื่องของบุญญาบารมีตามความเชื่อของชาวประเทศตะวันออก หากผู้นำตั้งอยู่ในทศพิธราช ธรรม ย่อมก่อให้เกิดบุญญาบารมีที่จะคุ้มครองให้ประชาชนในประเทศอยู่เย็นเป็นสุข ซึ่งถ้าจะว่าไปแล้วก็เป็นหลักธรรมชาติในทางวิทยาศาสตร์ หากผู้นำตั้งอยู่ในทศพิธราชธรรม เป็นคนดีมีความซื่อสัตย์สุจริต บริหารประเทศเพื่อประโยชน์ของปวงชน ประเทศชาติก็ย่อมเจริญรุ่งเรือง ประชาชนย่อมอยู่เย็นเป็นสุข แต่หากผู้นำเป็นคนไร้ศีล ไม่มีธรรมในใจ ทุจริตคดโกง ฉ้อราษฎร์บังหลวง ประเทศชาติจะเจริญได้อย่างไร และเป็นไปไม่ได้ที่ประชาชนจะอยู่เป็นสุข
คนไทยในยุคนี้อยู่ในแผ่นดินเดียว ไม่เคยเปลี่ยนแผ่นดิน คนไทยรุ่นนี้ไม่เคยรู้ไม่เคยสัมผัสกับความรู้สึกในช่วงเปลี่ยนแผ่นดิน คนไทยในยุคนี้ไม่เคยเลยแม้สักวันที่ตื่นเช้าขึ้นมาแล้วพบว่า ประเทศเราไม่มีในหลวง พวกเราอยู่ในแผ่นดินใต้ร่มพระบารมีของในหลวงรัชกาลที่ 9 ด้วยความผาสุกร่มเย็นจนไม่รู้ว่าบ้านเมืองสงบสุขอยู่ได้ด้วยพระบารมี
แม้จะใจหาย ว้าเหว่ ไม่อยากให้พระองค์จากไป แต่นั่นเป็นความคิดที่เห็นแก่ตัว ในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านสอนพวกเราไว้หมดทุกอย่างแล้ว ท่านชี้บอกแนวทางการดำรงชีวิต การทำมาหากิน ท่านสอนทุกอย่างที่มนุษย์ควรจะรู้ สิ่งที่พระองค์ทิ้งไว้เป็นสมบัติของชาตินี้ ไม่เพียงคนไทยเท่านั้นที่ได้ประโยชน์ แต่ชาวโลกที่นำทฤษฎีของพระองค์ท่านไปใช้ ย่อมได้ประโยชน์เช่นเดียวกัน
หากจะตอบแทนพระคุณของท่าน มีวิธีเดียวที่ดีที่สุด คือ การดำเนินชีวิตตามแนวทางที่พระองค์ท่านได้สอนไว้ แล้วจะรู้สึกได้เองว่าพระองค์ท่านไม่ได้จากพวกเราไปไหน







