
ไขปริศนาคดีภาษี : EU VS Apple
เมื่อวันที่ 30 ส.ค.ที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission : EU) ได้ตัดสินให้ไอร์แลนด์เพิกถอนสิทธิ
โดย...ดร.สุมาพร (ศรีสุนทร) มานะสันต์
เมื่อวันที่ 30 ส.ค.ที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission : EU) ได้ตัดสินให้ไอร์แลนด์เพิกถอนสิทธิประโยชน์ในทางภาษีที่เคยให้ต่อบริษัท Apple พร้อมทั้งให้ดำเนินการเรียกเก็บภาษีย้อนหลังพร้อมดอกเบี้ย เนื่องจาก EU เห็นว่าไอร์แลนด์ได้ให้สิทธิประโยชน์ในทางภาษีอันเกินควร แก่ Apple อันส่งผลให้เกิดความไม่เป็นธรรมในทางการค้า ซึ่งคดีนี้ถือเป็นคดีภาษีที่บริษัท Apple ใช้เทคนิคขั้นสูง (หรือที่เรียกว่าเทคนิค Double Irish) ในการวางแผนภาษี โดยคดีดังกล่าวถือว่าเป็นคดีตัวอย่างในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลที่ข้อพิพาททางภาษีมีประเด็นเกี่ยวเนื่องกับทรัพย์สินประเภทที่ไม่มีรูปร่าง (Intangible Products) เช่น ทรัพย์สินทางปัญญาประเภทต่างๆ เป็นต้น ดังนั้น เพื่อให้เห็นภาพและที่มาที่ไปของกรณีพิพาทดังกล่าว ผู้เขียนจึงขออธิบายเป็นประเด็นๆ ดังต่อไปนี้
โครงสร้างการจัดตั้งบริษัทลูกของ Apple ในไอร์แลนด์
Apple ได้จัดตั้งบริษัทสองบริษัทในประเทศไอร์แลนด์ อันได้แก่ Apple Sales International และ Apple Operations Europe ซึ่งทั้งสองบริษัทเป็นบริษัทในการควบคุมการดำเนินการโดยบริษัทแม่ หรือ Apple Inc. ที่ตั้งอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา
เทคนิคของ Apple ในยุโรปเพื่อประโยชน์ในทางภาษี
เทคนิคของ Apple ในกรณีนี้คือการวางแผนภาษีผ่านบริษัททั้งสองและให้มีการโอนผลประโยชน์และค่าสิทธิระหว่างกัน โดยให้บริษัท Apple Sale International มี Office ตั้งอยู่นอกไอร์แลนด์ด้วย เพื่อถ่ายโอนกำไรไปยังประเทศที่มีการจัดเก็บภาษีที่ต่ำกว่า ดังนั้น ผู้เขียนขอแยกอธิบายเป็นรายบริษัทเพื่อให้เห็นถึงเทคนิคชั้นสูงที่ผสมผสานวิธีการวางแผนภาษีในหลายรูปแบบเข้าด้วยกันผ่านโครงสร้างของบริษัททั้งสองในไอร์แลนด์และบริษัทแม่ในสหรัฐ
1.บริษัท Apple Sale International
เทคนิค : Apple ได้วางแผนสร้าง Apple Sale International ให้มีสองสัญชาติ กล่าวคือ มีการจดทะเบียนจัดตั้งในไอร์แลนด์ และให้มีสถานที่บริหารจัดการ หรือ Office ในประเทศที่เป็น Tax Haven ด้วยพร้อมๆ กัน ซึ่งผลในการจัดโครงสร้างองค์กรในรูปแบบนี้ทำให้ Apple Sale International เป็นบริษัทสองสัญชาติในทันที
กฎหมาย
สำหรับสหรัฐ : กฎหมายสหรัฐ มองว่า Apple Sale International มีสถานะเป็นนิติบุคคลไอร์แลนด์ตามสถานที่จัดตั้งบริษัท (ตามหลัก Place of Establishment)
สำหรับไอร์แลนด์ : Apple Sale International มีสถานะเป็นนิติบุคคลใน Tax Haven ตามหลักสถานที่หลักที่ใช้ในการบริหารจัดการ (ตามหลัก Place of Management)
ข้อได้เปรียบในทางภาษี : ในบางกรณี Apple Sale International จะไม่มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้ในประเทศไอร์แลนด์ เพราะรัฐบาลไอร์แลนด์เห็นว่าเป็นนิติบุคคลในอื่น (ซึ่งการจัดเก็บภาษีในประเทศอื่น มักเป็นประเทศที่เป็น Tax Haven ที่มีการกำหนดอัตราภาษีไว้ต่ำมาก หรืออาจไม่มีการจัดเก็บเลยในบางรายการ)
2.บริษัท Apple Operations Europe เทคนิค : Apple ได้จัดตั้ง Apple Operations Europe ในไอร์แลนด์ขึ้นอีกบริษัทเพื่อทำหน้าที่เป็นบริษัทหลักในการรับรู้รายได้ของยอดขายสินค้า Apple ในภาคพื้นยุโรป และได้กำหนดให้ Apple Operations Europe โอนชำระค่าสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาประเภทต่างๆ ไปยังบริษัท Apple Sale International ซึ่งจะมีหน้าที่รับรู้เงินได้ในค่าสิทธิแทนบริษัทแม่ Apple ในสหรัฐ
กฎหมาย
สำหรับสหรัฐ : มีหลักทั่วไปว่า ในกรณีที่บริษัทแม่ในสหรัฐมีบริษัทลูก ซึ่งตนมีอำนาจควบคุมได้ในต่างประเทศ (Controlled Foreign Company : CFC) จะต้องนำเงินได้ของบริษัทลูกในต่างประเทศ (แม้ไม่ได้มีการจ่ายกำไรกลับมาในสหรัฐ) มารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ให้กับรัฐบาลสหรัฐเสมอ อย่างไรก็ดี หลักกฎหมายมีข้อยกเว้นว่า ในบางกรณีค่าสิทธิจะไม่เป็นเงินได้ที่บริษัทแม่ต้องนำไปคำนวณเสียภาษี หากค่าสิทธิของบริษัทลูกในต่างประเทศนั้นมาจากการประกอบธุรกิจหรือการค้าของบริษัทลูกที่มีการดำเนินการอย่างจริงจังตามหลัก Active Conduct of Trade or Business ซึ่งเงื่อนไขในการพิสูจน์หลักการนี้ คือ มูลค่าของค่าสิทธิที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในการดำเนินธุรกิจตามปกติ
สำหรับไอร์แลนด์ : การที่ค่าสิทธิเป็นเงินได้ของ Apple Sale International (จากการที่ Apple Operations Europe เป็นผู้โอนให้) และ Apple Sale International มีการจดทะเบียนจัดตั้งในประเทศอื่นด้วย จึงทำให้ไอร์แลนด์ไม่สามารถเก็บเงินภาษีจากค่าสิทธิได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย เนื่องจาก Apple Sale International ได้ทำการแบ่งแยกผลกำไรเพื่อผลประโยชน์ในทางภาษี (Split Of The Profits For Tax Purposes) ไปไว้ที่อื่นที่มิใช่ไอร์แลนด์ด้วยประการหนึ่ง และทำสัญญาเฉลี่ยค่าใช้จ่ายกับบริษัทแม่ในสหรัฐด้วยอีกประการ
ข้อได้เปรียบในทางภาษี : การรับรู้เงินได้ประเภทค่าสิทธิของบริษัทลูกในไอร์แลนด์ ไม่ใช่เงินได้ที่ต้องชำระภาษีให้สหรัฐ เนื่องจากเป็นเงินได้ที่เข้าข้อยกเว้นของกฎหมายสหรัฐในข้างต้น นอกจากนี้ การที่กำหนดให้ Apple Operations Europe โอนชำระค่าสิทธิให้กับ Apple Sale International เป็นการจัดการให้ค่าสิทธิจำนวนมหาศาลเป็นเงินได้ที่รับรู้โดย Apple Sale International ที่มีสองสัญชาติ ซึ่งยิ่งทำให้ง่ายต่อการถ่ายโอนผลกำไรดังกล่าวไปยังประเทศที่มีการจัดเก็บภาษีที่ต่ำกว่าหรือไม่มีเลย
EU มีอำนาจอะไรในเรื่องภาษีภายในของไอร์แลนด์ ในกรณีนี้ EU ใช้อำนาจตาม EU State Aid Rules ซึ่งเป็นหลักการอุดหนุนอุตสาหกรรมในประเทศของกลุ่มสมาชิก EU ที่ต้องอยู่ในหลักเกณฑ์ตามที่ได้กำหนดไว้ (ซึ่งมีหลักการและมาตรฐานสูงกว่าหลักการ Subsidy ของ WTO) โดย EU Commission ได้มีความเห็นว่า กฎหมายภาษีของไอร์แลนด์ได้ให้สิทธิประโยชน์อันเกินควร (Illegal Preferential Tax Treatment) แก่ Apple โดยกฎหมายภาษีของไอร์แลนด์ได้เปิดช่องให้เกิดการถ่ายโอนกำไรที่ไม่เป็นธรรมอันส่งผลกระทบต่อการแข่งขันของอุตสาหกรรมภายในประเทศ จากกรณีนี้ข้อเท็จจริงปรากฏชัดว่ากฎหมายได้เปิดช่องให้บริษัทลูกของ Apple ทั้งสองที่ตั้งอยู่ในไอร์แลนด์เสียภาษีน้อยกว่าจำนวนที่ควรจะเป็น
ผลของคำตัดสินเป็นอย่างไร
แท้จริงแล้วด้วยผลของหลักในเรื่อง EU State Aid Rules คือ ประเทศที่มีการให้การอุดหนุนที่ไม่เป็นธรรมจะต้องเพิกถอนมาตรการที่ไม่เป็นธรรมนั้นเสีย โดยไม่มีความจำเป็นที่ต้องมีการเรียกค่าปรับหรือสินไหมทดแทนจากเอกชนที่ได้รับประโยชย์แต่อย่างใด แต่ในกรณีนี้ EU Commission ได้มีคำสั่งให้มีการคำนวณผลประโยชน์อันเกินควรของ Apple ย้อนหลังตั้งแต่ปี 2003-2013 ซึ่งรวมแล้วมีมูลค่ากว่า 1.35 หมื่นล้านยูโร โดยแม้ไม่ได้มีการปรับ Apple ตามหลักของ State Aid Rules แต่ไอร์แลนด์มีหน้าที่เรียกคืน ค่าภาษีที่ Apple ควรชำระในช่วงสิบปีที่ผ่านมา โดย EU Commission มีความเห็นว่าเงินจำนวนนี้แท้จริงแล้วเป็นเงินที่รัฐบาลไอร์แลนด์ควรจัดเก็บได้ในช่วงเวลาที่ผ่านมา
บริษัท Apple ในสหรัฐสามารถต่อสู้ข้อกล่าวหานี้ได้หรือไม่
ด้วยเรื่องดังกล่าวถือเป็นเรื่องภายในสหภาพยุโรป กล่าวคือ เป็นเรื่องที่ EU สั่งให้ประเทศสมาชิกดำเนินการแก้ไขมาตรการที่มิชอบด้วยกฎหมายตามหลัก State Aid Rules โดย EU ไม่ได้ฟ้องบริษัท Apple สหรัฐ หากแต่เป็นการสั่งให้ไอร์แลนด์เก็บภาษีย้อนหลังจากบริษัทลูกทั้งสองของ Apple ในไอร์แลนด์ ดังนั้น ในเบื้องต้นคงต้องติดตามกันต่อไปว่ารัฐบาลไอร์แลนด์จะดำเนินเก็บภาษีย้อนหลังตามคำสั่งของ EU หรือไม่
อย่างไรก็ดี สำหรับสหรัฐมีการพูดถึงความเป็นไปได้ในการใช้มาตรการโต้ตอบตามมาตรา 891 ของ U.S. Tax Code (Tax Retaliation Measure) โดยมาตราดังกล่าวกำหนดให้ประธานาธิบดีสหรัฐสามารถใช้มาตรการตอบโต้โดยการเก็บภาษีเพิ่มอีกหนึ่งเท่ากับประชาชนหรือบริษัทของประเทศ ที่มีนโยบายภาษีอันไม่เป็นธรรมกับบริษัทสัญชาติสหรัฐได้ ซึ่งหากมีการนำมาตราดังกล่าวมาใช้ สหรัฐอาจตอบโต้โดยการเก็บภาษีเพิ่มขึ้นกับบริษัทสัญชาติยุโรปที่มาลงทุนในสหรัฐ ทั้งนี้ต้องพิจารณาต่อไปด้วยว่ามาตราดังกล่าวขัดกับความตกลงภาษีซ้อนที่สหรัฐได้ทำไว้กับประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรปหรือไม่
ท้ายที่สุด กรณีพิพาทดังกล่าวยังไม่ถึงที่สุด โดยตามหลักแล้วไอร์แลนด์ยังสามารถที่จะยื่นอุทธรณ์คำตัดสินได้ และสหรัฐจะงัดยาแรงมาตรา 891 มาใช้กับบริษัทยุโรปในสหรัฐหรือไม่ ยังคงเป็นประเด็นที่จะต้องติดตามต่อไปว่ากรณีพิพาทระหว่าง EU และ Apple นั้น จะมีจุดจบเป็นเช่นไร...







