
คลื่นพสกนิกรมุ่งสู่ศาลาสหทัย ร่วมลงนามถวายความอาลัย
วานนี้ (15 ต.ค.) เวลา 10.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวังว่า
วานนี้ (15 ต.ค.) เวลา 10.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวังว่า มีประชาชนจำนวนมากเดินทางมาร่วมถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร โดยยืนรอบริเวณหน้าประตูวิเศษไชยศรีและประตูวิมานเทเวศร์ โดยประชาชนจำนวนหนึ่งได้นำพวงมาลามาถวายสักการะหน้าประตูทั้งสอง
จากนั้นเวลา 11.15 น. สำนักพระราชวังแจ้งให้ประชาชนที่มาเฝ้าทราบว่า เวลา 12.00 น. จะเปิดให้ประชาชนเข้ามาลงนามถวายความอาลัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง โดยให้ประชาชนเข้าแถวตอนลึก 4 แถวอย่างเป็นระเบียบ และขอความร่วมมืออนุญาตเฉพาะประชาชนที่แต่งกายสุภาพ
สม พุสุนพงษ์ วัย 80 ปี ชาวอำเภอบ้านลาด จ.เพชรบุรี กล่าวว่า เมื่อวานนี้ติดตามข่าวพิธีอัญเชิญพระบรมศพจากโรงพยาบาลศิริราชถึงพระบรมมหาราชวัง จึงตั้งใจว่าวันนี้จะมาเฝ้าสักการะ โดยไม่ทราบว่าสำนักพระราชวังจะอนุญาตหรือไม่ “ยายขึ้นรถตู้มาลงที่โรงพยาบาลศิริราช แต่มาที่วังไม่ถูก ทหารพายายมาส่งที่นี่ ตั้งใจมาเคารพคนเดียว คิดในใจว่าถ้าเขาเปิดให้เข้าวันนี้ ไหว้ท่านเสร็จก็จะได้กลับบ้านเลย”
ขณะที่ ครอบครัวคุณดำรงค์กุล จำนวน 4 คน เดินทางมาจากย่านลาดปลาเค้า โดยได้ติดตามข่าวทำให้พอทราบว่าวันนี้จะไม่เปิดให้ประชาชนเข้าไปรดน้ำพระบรมฉายาลักษณ์ แต่ตั้งใจมาเพื่ออธิษฐานจิตให้ในหลวงรัชกาลที่ 9 นฤมล คุณดำรงค์กุล อายุ 61 ปี เป็นตัวแทนกล่าวว่า เมื่อวานครอบครัวไม่ได้มาร่วมส่งเสด็จ จึงตั้งใจว่าวันนี้จะมานั่งด้านหน้าวัง อธิษฐานจิตถวายพระองค์ท่าน และรอรับเสด็จพระบรมวงศานุวงศ์ในเย็นวันนี้ “โดยหลังจากนี้แม่ตั้งใจว่าจะบวชชีพราหมณ์ที่วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน ในทุกวันพระเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9”
ด้าน เรณู พาศิริ อายุ 64 ปี ชาวบ้านจาก จ.สระบุรี ซึ่งย้ายมาอยู่ที่กรุงเทพฯ กล่าวว่า เดินทางโดยเรือด่วนเจ้าพระยามาถึงตั้งแต่เวลา 10.30 น. เพื่อร่วมสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ “เดิมทีป้าตั้งใจมากราบสักการะพระบรมศพ จึงเดินทางมาแต่เช้า แต่เมื่อได้ยินเจ้าหน้าที่ประกาศว่า วันนี้ไม่ให้ประชาชนเข้า ในตอนแรกรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย แต่เมื่อรอสักพัก เจ้าหน้าที่ได้แจ้งว่าจะเปิดให้ลงนามถวายความอาลัย รู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก”
บรรยากาศหน้าประตูวิเศษไชยศรี ประชาชนให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ เข้าแถวลงนามถวายความอาลัยเป็นไปอย่างสงบเรียบร้อย โดยทางสำนักพระราชวังจะเปิดให้ประชาชนได้เข้าลงนามถวายความอาลัย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ระหว่างเวลา 08.30-16.00 น. ไปจนถึงวันที่ 20 ต.ค. 2559 หลังจากนั้นจะเปิดให้ประชาชนลงนามถวายความอาลัยได้ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการตั้งแต่เวลา 08.30-16.00 น.
ธีร์ วณิชนันทธาดา นักแสดงช่อง 7 นำทีมศิลปินดาราจากหลายสังกัด อาทิณิชานันท์ ฝั้นแก้ว วริศรา อภิรักษ์เดชาชัย และบรรดาหนุ่มคลีโอ ร่วมนำน้ำดื่ม ขนม และกระดาษทิชชู่แจกให้แก่ผู้เดินทางมาร่วมลงนามถวายความอาลัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ โดยตั้งจุดอยู่ริมถนนหน้าพระลาน ตรงข้ามประตูวิเศษไชยศรี
ธีร์ กล่าวว่า มีโอกาสมาร่วมน้อมส่งเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เมื่อวานกับเพื่อนกลุ่มนี้ จึงเห็นว่ายังขาดแคลนน้ำดื่ม หลายคนเป็นลมเนื่องจากไม่ได้รับประทานอาหาร จึงตั้งใจกันว่าวันนี้จะมาแจกน้ำให้กับผู้ร่วมงาน โดยมีสมาชิกจำนวน 15 คนเดินทางมาร่วมกัน
“เรามาแบบไม่มีสังกัดค่าย มาด้วยใจ วันนี้เตรียมน้ำดื่มมา 100 แพ็ก และขนมปังให้กินรองท้อง เพราะเมื่อวานเราสังเกตเห็นว่าหลายคนหิว ช่วงนี้เพื่อนนักแสดงหลายคนหยุดถ่ายละคร จึงมาช่วยกันทำความดีถวายพระองค์ท่าน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งที่สร้างความสุขเล็กๆ ท่ามกลางความโศกเศร้า และตั้งใจจะมาเรื่อยๆ ตามที่โอกาสอำนวย เพื่อดำเนินตามสิ่งที่พระองค์ท่านทรงสั่งสอน คือความพอเพียง การแบ่งปัน และการให้ และในวันนี้ผมและเพื่อนๆ ดีใจที่ได้ทำในสิ่งนั้นแล้ว”
นอกจากนี้ ยังมี สมชาย วีระรังทรัพย์ อายุ 66 ปี ถือกล่องบรรจุข้าวเหนียวปลา มาแจกให้ประชาชนที่มาร่วมถวายอาลัย บริเวณประตูสวัสดิโสภา โดย สมชายกล่าวสั้นๆ ระหว่างที่แจกข้าวเหนียวปลาไปด้วยว่า เตรียมข้าวเหนียวมาแจกกว่า 1,000 ห่อ เพราะอยากทำเพื่อพ่อ
ด้านนางเอกชื่อดัง อารยา เอ ฮาร์เก็ต มาร่วมถวายความอาลัย ณ ศาลาสหทัยสมาคม กล่าวว่า ตั้งใจขับรถมา แม้รู้ว่าจะเข้าไปร่วมลงนามไม่ทัน แต่ก็มาเพราะอยากเห็นบรรยากาศในวันนี้
“ได้ยินมาว่า มีประชาชนและจิตอาสาเยอะมาก มีพี่มอเตอร์ไซค์มารับส่ง มีคนมาแจกข้าวแจกน้ำ จึงอยากมาเห็นบรรยากาศความรักสามัคคีนี้ด้วยตัวเอง ถ้าไม่มาก็ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสเห็นภาพที่ยิ่งใหญ่แบบนี้อีกเมื่อไร
เราคุ้นเคยกับคำว่าเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ แนวคิดของพระองค์ท่านอยู่ในชีวิตประจำวันของเราทุกอย่าง พระองค์ท่านเป็นปราชญ์ที่เข้าใจในชีวิตอย่างแท้จริง เห็นบรรยากาศที่คนทุกชนชั้นมารวมตัวกัน โดยไม่ห่วงความยากลำบาก ทุกคนมาด้วยใจจริงๆ เห็นแบบนี้แล้วขนลุก เพราะไม่มีบุคคลใดในโลกจะมีบารมี และเป็นศูนย์รวมจิตใจคนได้เท่ากับในหลวงรัชกาลที่ 9 อีกแล้ว” อารยา กล่าว







