posttoday
เทพรัตนแห่งแผ่นดิน (68)

เทพรัตนแห่งแผ่นดิน (68)

16 ตุลาคม 2559

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงมีพระราชดำริเกี่ยวกับมูลนิธิชัยพัฒนาว่า

โดย...วิมลพรรณ ปีตธวัชชัย

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงมีพระราชดำริเกี่ยวกับมูลนิธิชัยพัฒนาว่า

“...พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงทรงคิดแนวทางการทำงาน เพื่อช่วยเหลือราษฎร บำบัดทุกข์บำรุงสุข เพื่อให้อยู่ได้ มีชีวิตที่ดีขึ้น ชีวิตที่ก้าวหน้า คือเป็นมูลนิธิ ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ เป็นองค์กรเอกชนไม่ขึ้นกับระบบราชการ มีวิธีการที่ยืดหยุ่นได้หลายอย่างทั้งในระบบการบัญชีและกระบวนการตัดสินใจ ในระยะแรกการทำงานจึงมีทั้งชัยพัฒนา และ กปร. ซึ่งแยกกันไม่ออก มาในระยะหลังจึงดึงชัยพัฒนาออกมาเป็นองค์กรเอกชนแท้ๆ...”

“...พระองค์ทรงเห็นว่าบางอย่างเป็นงานที่เร่งด่วน หากรองบประมาณอาจจะไม่ทันการณ์ จะทำให้การพัฒนาไม่ครบวงจร และไม่ครอบคลุมการช่วยเหลือ พระองค์จึงทรงให้ทำในรูปแบบของเอกชน โดยตั้งเป็น “มูลนิธิชัยพัฒนา” ขึ้นมา เดิมยังแยกงานออกจากสำนักงาน กปร.ไม่ค่อยออก ตอนนี้ก็แยกออกมาได้แล้ว โดยทำในลักษณะขององค์กรเอกชน หรือ NGOs โดยระดมทุนจากการบริจาค

เทพรัตนแห่งแผ่นดิน (68)

 

“นอกจากนี้ ยังมีการลงทุน แต่การลงทุนของเราทำอย่างประหยัดและรอบคอบ เพราะฉันดูแลเองอย่างใกล้ชิดทุกบาททุกสตางค์ โดยมีที่ปรึกษาการลงทุน ก็พยายามดูว่าเรื่องไหนที่สมควรลงทุน เพราะจะรอจากการบริจาคอย่างเดียวไม่พอ ระยะหลังจึงมีกิจกรรมและการลงทุนหลายอย่าง เช่น ออกงานขายของ มีร้านกาแฟ ร้านขายเสื้อและขายของอื่นๆ อีกหลายอย่าง...”

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชดำริให้จัดตั้ง “มูลนิธิชัยพัฒนา” เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. 2531 โดยพระองค์ทรงดำรงตำแหน่งเป็นนายกกิตติมศักดิ์และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงดำรงตำแหน่งเป็นองค์ประธานมูลนิธิ

การเข้ามาดำเนินการแก้ปัญหาและช่วยเหลือบำบัดทุกข์มาบำรุงสุขให้ราษฎรของมูลนิธิชัยพัฒนา ส่งผลให้ทันต่อการแก้ไขปัญหา รวมทั้งประชาชนได้รับประโยชน์อย่างรวดเร็วทันต่อความต้องการ อาจกล่าวได้ว่า การดำเนินงานของมูลนิธิชัยพัฒนาเป็นการช่วยให้กระบวนการพัฒนาของประเทศสมบูรณ์ เป็นไปอย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพสูงสุดมากขึ้น โดยเป้าหมายที่สำคัญ คือ เพื่อสงเคราะห์ช่วยเหลือประชาชนให้มีความร่มเย็นเป็นสุข และอยู่ดีกินดี ดังพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงก่อตั้ง “มูลนิธิชัยพัฒนา” ขึ้นในรูปแบบเอกชน และวัตถุประสงค์ของการตั้งชื่อตามแนวพระราชดำริที่ทรงเห็นว่า การพัฒนาก็คือการทำสงครามกับความยากจน เพื่อความอยู่ดีกินดีของประชาชน เมื่อใดที่ประชาชนมีความกินดีอยู่ดีประเทศชาติมีความสงบความเจริญ เมื่อนั้นการพัฒนาจึงจะถือว่าประสบความสำเร็จเป็นชัยชนะของการพัฒนาอย่างแท้จริง

เทพรัตนแห่งแผ่นดิน (68)

 

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงติดตามความก้าวหน้างานมูลนิธิชัยพัฒนาอย่างใกล้ชิด นับตั้งแต่ปี 2531 ถึงปัจจุบันมูลนิธิชัยพัฒนามีโครงการในความรับผิดชอบทั้งสิ้น 279 โครงการทั่วประเทศ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมามูลนิธิได้ปรับปรุงและพัฒนาการบริหารงานด้านต่างๆ อย่างสม่ำเสมอเพื่อทันต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง โดยในปี 2556 ได้มีการปรับปรุงระบบการบริหารงานโครงการพัฒนาของมูลนิธิชัยพัฒนาออกเป็น 3 กลุ่มงาน คือ กลุ่มงานบริการการพัฒนา กลุ่มงานธุรกิจเพื่อสังคมและกลุ่มงานศึกษาและพัฒนา รวมถึงการนำระบบสารสนเทศด้านบัญชีและการเงิน(Financial Information System หรือ FIS) เข้ามาใช้ในการปฏิบัติงาน ส่งผลให้โครงการต่างๆ มีเป้าหมาย และแนวทางการดำเนินงานที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ทั้ง 249 โครงการ ประกอบด้วยโครงการพัฒนาด้านต่างๆ ได้แก่ โครงการพัฒนาด้านการเกษตร ด้านการพัฒนาแหล่งน้ำ ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านสังคมและการศึกษา และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติต่างๆ รวมทั้งการให้ความร่วมมือกับต่างประเทศ พระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินติดตามความก้าวหน้าโครงการมูลนิธิชัยพัฒนาในทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ พระราชทานความช่วยเหลือและพัฒนาความเป็นอยู่ในด้านต่างๆ แก่ประชาชน อาทิเสด็จพระราชดำเนินไปยังโครงการสาธิตการพัฒนาพื้นที่ในจังหวัดต่างๆ และศูนย์ช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประสบภัยน้ำท่วมของมูลนิธิชัยพัฒนา และโครงการอื่นๆ ที่มีพระราชดำรัสและพระราชดำริ เช่น

ในเดือน ต.ค. 2546 รองศาสตราจารย์ ดร.นลิน นิลอุบล สถาบันเทคโนโลยีชีวภาพและวิศวกรรมพันธุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำความกราบบังคมทูล สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เรื่อง “ประโยชน์จากเมล็ดชา” และเสนอให้มีการส่งเสริมการปลูกชาชนิด “Camellia Oleifera” จากนั้นสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงค้นหาข้อมูลเรื่องชาน้ำมันเพิ่มเติมด้วยพระองค์เอง และได้ทรงมีรับสั่งกับ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ว่า ทรงสนพระราชหฤทัยในการนำชาน้ำมันมาปลูกในประเทศไทย ต่อมาในเดือน มิ.ย. 2547 ดร.สุเมธ เดินทางไปเมืองคุนหมิง มณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน ได้ขอเข้าชมโรงงานชาน้ำมัน และซื้อน้ำมันชากลับมาทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ หลังจากนั้นทรงรับสั่งกับ ดร.สุเมธ ว่าได้ทรงนำน้ำมันชาไปประกอบอาหารแล้ว “น้ำมันดีมาก”

เทพรัตนแห่งแผ่นดิน (68)

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท