posttoday
ขับรถลุย ‘น้ำรอระบาย’ ขับอย่างไรให้ปลอดภัย

ขับรถลุย ‘น้ำรอระบาย’ ขับอย่างไรให้ปลอดภัย

15 ตุลาคม 2559

อยู่ในช่วงที่สภาพอากาศเอาแน่เอานอนไม่ได้ บางวันแดดเปรี้ยง แต่บางวันฝนตกหนักปานฟ้าจะถล่ม

โดย....ไซเรน

อยู่ในช่วงที่สภาพอากาศเอาแน่เอานอนไม่ได้ บางวันแดดเปรี้ยง แต่บางวันฝนตกหนักปานฟ้าจะถล่ม

และเมื่อเกิดฝนแน่นอนว่าในกรุงเทพมหานคร สิ่งที่จะตามมาคือปัญหาน้ำท่วมขัง หรือที่เรียกกันจนคุ้นชินว่า “น้ำรอระบาย” ด้วยระบบระบายน้ำของเมืองกรุงที่รู้ๆ กันอยู่ ทำให้มวลน้ำตามมาเอ่อล้น ขัง ท่วม อยู่บนพื้นผิวจราจร

ภาพที่ปรากฏบนโลกออนไลน์สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่าคนกรุงจะต้องเจอกับปัญหาอย่างไร ทั้งรถติด ขยับไม่ได้ น้ำก็ท่วม รถยนต์อันแสนรักก็ต้องสุ่มเสี่ยงจะพังเพราะน้ำ

การขับรถขณะที่เกิดน้ำท่วมขัง หรือต้องลุยน้ำ จึงเป็นเรื่องจำเป็นที่เจ้าของรถยนต์ควรจะต้องใส่ใจ กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) ฝากคำแนะนำและข้อควรปฏิบัติเมื่อต้องขับรถเผชิญน้ำ ดังนี้

1.ปิดแอร์รถยนต์ เมื่อต้องเผชิญกับถนนที่มีน้ำท่วมขัง พึงระลึกไว้เสมอว่าห้ามเปิดแอร์เด็ดขาด เพราะถ้าพัดลมแอร์ทำงานอยู่ มันจะพัดน้ำที่อยู่บนถนนกระจายไปทั่วห้องเครื่องทำให้เครื่องยนต์ดับได้ นอกจากนี้ควรระวังพวกขยะที่ลอยมากับน้ำจะเข้าไปติดมอเตอร์พัดลมหรือเกี่ยวใบพัดเสียหาย ทำให้ระบบระบายความร้อนในเครื่องยนต์พังได้เช่นกัน

2.ประเมินระดับน้ำคร่าวๆ กับความสูงของช่วงล่างว่าสามารถขับลุยได้หรือไม่ ถ้าเป็นรถเก๋งทั่วไปสามารถลุยน้ำได้สูงประมาณ 5-10 เซนติเมตร แต่ถ้าน้ำสูงกว่านั้นควรหลบไปใช้เส้นทางอื่นดีกว่าเสี่ยงให้น้ำเข้าท่อไอเสีย และรถดับกลางทาง

3.ใช้เกียร์ต่ำ สำหรับเกียร์ธรรมดา ควรใช้ประมาณเกียร์ 2 ส่วนเกียร์ออโต้ก็ใช้เกียร์ L และขับขี่ด้วยความเร็วต่ำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยใช้ความเร็วสม่ำเสมอ เลี้ยงรอบให้นิ่งที่สุดประมาณ 1,500 รอบ/นาที

4.อย่าเร่งเครื่อง เพราะกลัวน้ำเข้าเครื่องแล้วเครื่องจะดับ เนื่องจากเป็นความเชื่อที่ผิด จริงๆ แล้วการเร่งเครื่องยิ่งทำให้รถมีความร้อนสูงขึ้น เมื่อเครื่องมีความร้อนสูงขึ้น ใบพัดระบายความร้อนก็จะทำงาน คลื่นน้ำที่ถูกดันไปข้างหน้าก็อาจทะลักกลับมายังห้องเครื่องได้

5.ลดความเร็วลง เมื่อกำลังจะสวนกับรถอีกคัน เพราะไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นคลื่นชนคลื่น ซึ่งน้ำที่ปะทะระหว่างรถของเราและรถที่วิ่งสวนมา อาจทำให้น้ำกระเด็นไปทำอันตรายต่ออุปกรณ์ภายในได้

6.ไม่ควรดับเครื่องยนต์ทันทีเมื่อถึงที่หมาย ให้จอดทิ้งไว้สักครู่เพื่อให้น้ำที่อาจค้างอยู่ในหม้อพักไอเสียระเหยออกให้หมด

7.ย้ำเบรกไล่น้ำ สำหรับรถเกียร์ออโต้ ให้ย้ำเบรกเพื่อไล่น้ำออกจากระบบเบรก ส่วนรถเกียร์ธรรมดา ให้ย้ำคลัตช์ เพื่อป้องกันคลัตช์ลื่น ทั้งนี้ หากข้ามวันแล้วยังพบอาการเบรกติด ให้ลองสตาร์ทเครื่อง แล้วเข้าเกียร์หนึ่งเดินหน้าไปเล็กน้อย จากนั้นเหยียบเบรกให้แรงที่สุด แล้วทำซ้ำอีกครั้ง แต่เปลี่ยนเป็นเข้าเกียร์ถอยหลัง ทำสลับกันไปเรื่อยๆ จนกว่าอาการดังกล่าวจะหายไป แต่ถ้าไม่หายหรือมีอาการผิดสังเกต ก็รีบนำเข้าศูนย์บริการ

ข้อปฏิบัติที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับคนที่ต้องขับรถเผชิญน้ำ เพราะไม่เช่นนั้น น้ำท่วมแต่ละครั้งอาจจะทำให้เสียเงินค่าซ่อมรถอีกบานตะไทก็เป็นได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท