
ทุกศาสนาร่วมใจ บำเพ็ญกุศลทุกพื้นที่
พสกนิกรทั่วประเทศแต่ละศาสนาพร้อมใจกันร่วมถวายความอาลัยต่อการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศร รามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร
พสกนิกรทั่วประเทศแต่ละศาสนาพร้อมใจกันร่วมถวายความอาลัยต่อการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศร รามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร เริ่มจากศาสนาพุทธบุญเชิด กิตติธรางกูร ผู้อำนวยการ สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม (มส.) เปิดเผยว่า มส.มีมติให้คณะสงฆ์และวัดทุกวัดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ดำเนินการต่อไป
ดังนี้
1.จัดโต๊ะหมู่บูชา ประดิษฐานพระบรมรูป พระบรมฉายาลักษณ์ พระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมตั้งเครื่องบูชาทองน้อยภายในพระอุโบสถหรืออุโบสถ หรือสถานที่ที่สมพระเกียรติภายในวัด 2.ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ในเวลา 15.52 น. หรือตามเวลาที่เหมาะสมทุกวันเป็นเวลา 1 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 14 ต.ค.เป็นต้นไป โดยวัดทุกวัดเป็นเจ้าภาพและเชิญชวนประชาชนร่วมถวายเป็นพระราชกุศล
3.ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เมื่อครบกำหนดสัตมวาร (7 วัน) ปัญญาสมวาร (50 วัน) และศตมวาร (100 วัน) 4.สำหรับสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัด เมื่อครบสัตมวาร ปัญญาสมวาร และศตมวาร ให้จัดปฏิบัติธรรมคราวละ 7 วัน 5.การเจริญจิตตภาวนาเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลหลังทำวัตรสวดมนต์เย็นทุกวัน และ 6.เชิญชวนประชาชนร่วมกิจกรรมบำเพ็ญบุญด้วยการสวดมนต์ เจริญจิตตภาวนา รักษาศีล ฟังธรรม และปฏิบัติธรรม เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลตลอดระยะเวลา 1 ปี
นอกจากนี้ ที่ประชุม มส.ยังได้ตั้งคณะกรรมการเตรียมพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมี สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เป็นประธาน มีกรรมการ มส.ทุกรูปเป็นกรรมการ มีผู้อำนวยการ พศ.เป็นเลขานุการ
ส่วนการเจริญพระพุทธมนต์ทุกวันจันทร์และวันศุกร์นั้นยังคงดำเนินการต่อไป แต่ปรับรูปแบบใหม่ โดยวันจันทร์ เป็นการสวดพระพุทธมนต์ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ส่วนวันศุกร์ เป็นการเจริญพระพุทธมนต์ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
ด้านสำนักจุฬาราชมนตรี ขอเชิญชวนพี่น้องชาวไทยมุสลิมทุกคนร่วมน้อมอาลัยในพระมหากรุณาธิคุณและน้อมถวายความอาลัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เอกองค์อัครศาสนูปถัมภกที่ทรงมีต่อศาสนาอิสลามและพสกนิกรชาวไทยมุสลิมอย่างหาที่สุดมิได้ตลอด 70 ปี แห่งการครองสิริราชสมบัติ ด้วยการเจริญรอยตามพระยุคลบาท สืบสานพระราชปณิธานที่นำมาซึ่งความสมบูรณ์พูนสุขและความเจริญรุ่งเรืองของราชอาณาจักรไทยสืบไป
ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นำคณะรัฐมนตรี (ครม.) พร้อมคู่สมรส และ มีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เดินทางมาร่วมสรงน้ำถวายราชสักการะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง
ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวให้กำลังใจกับประชาชนที่มาเฝ้าสรงน้ำถวายราชสักการะสั้นๆ ว่า “เราต้องเข้มแข็ง เราต้องผ่านไปให้ได้”







