posttoday
ไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ ผลตอบแทนไม่งามนักลงทุนเมิน

ไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ ผลตอบแทนไม่งามนักลงทุนเมิน

14 ตุลาคม 2559

โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (ไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์) วงเงิน 1 แสนล้านบาท ยังล่าช้าไม่ได้ตามแผนที่กระทรวงการคลังต้องการให้เป็น เพื่อเปิดให้ขายกับนักลงทุนให้ได้ภายในสิ้นปีนี้ เพื่อนำเงินมาลงทุนก่อสร้างโครงการต่างๆ ด้านคมนาคมขนส่ง

สมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ระบุว่า ไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ อยู่ระหว่างการหารือเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การจัดตั้งกองทุน รวมถึงแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์ และแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง) กับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายใน 1-2 เดือนนี้ และคาดว่าจะเปิดขายหน่วยลงทุนให้แก่นักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์เฟสแรก วงเงิน 5 หมื่นล้านบาทได้อย่างเร็วที่สุดในเดือน ธ.ค. 2559 หรืออย่างช้าไม่เกิน ม.ค.ปีหน้า

ขณะที่ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กล่าวว่า การจัดตั้งกองทุนในส่วนแรก 1 หมื่นล้านบาท ไม่มีปัญหาเพราะทางที่ปรึกษาการเงินจะยื่นเรื่องให้ ก.ล.ต.เห็นชอบในไม่ช้านี้ แต่ในส่วนของการระดมทุนของกองทุนในส่วนที่ 9 หมื่นล้านบาท จะยื่นเรื่องให้ ก.ล.ต.เห็นชอบภายในปีนี้

แต่ทว่าในส่วนของการระดมทุนจากนักลงทุน ยังต้องดูสภาพตลาดว่าช่วงไหนจะเอื้อในการระดมทุนมากที่สุด ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่าการระดมทุนก้อนใหญ่คงไม่ทันภายในปีนี้แน่นอน

ปัญหาการตั้ง ไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ มีปัญหามากเนื่องจากเป็นเรื่องใหม่ มีข้อกฎหมายต่างๆ จำนวนมาก จากเดิมในการตั้งกองทุนในส่วนแรก 1 หมื่นล้านบาท จะทำภายในเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา
ก็ยังต้องล่าช้ามาจนถึงปัจจุบันก็ยังไม่สามารถจดทะเบียนกับ ก.ล.ต.ได้

ปัญหาที่สำคัญของการตั้งกองทุนอีกประเด็นหนึ่ง คือ เรื่องผลของตอบแทนให้กับนักลงทุน เพราะกองทุนนี้เป็นการระดมทุนเพื่อไปลงทุนที่เริ่มก่อสร้างใหม่เป็นสำคัญ ทำให้ยังไม่มีรายได้เข้ามาจ่ายผลตอบแทนมากพอให้นักลงทุนสนใจจะลงทุน

ถึงแม้ว่าจะมีการนำเงินของกองทุนบางส่วนไปลงทุนในโครงการที่ดำเนินการเสร็จแล้ว มีรายได้เข้ามาเป็นรายได้จ่ายผลตอบแทนให้กับนักลงทุน แต่ก็ต้องยอมรับว่าเงินรายได้ที่ได้มายังไม่สามารถนำมาจ่ายผลตอบแทนได้สูงมากพอที่จะจูงใจนักลงทุน

ดังนั้น การตั้งไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์จึงมีการตั้งกองทุนหมุนเวียนเพื่อเป็นหลักในการประกันผลตอบแทนขั้นต่ำให้กับผู้ถือหน่วยในกองทุน โดยจะใช้เงินประเดิมจากเงินปันผลของกองทุนวายุภักษ์ประมาณ 3,000-5,000 ล้านบาท และอาจใช้เงินจากงบประมาณหากไม่เพียงพอ

อย่างไรก็ตาม เมื่อกองทุนมีการประกันผลตอบแทนขั้นต่ำ ก็จะมีการกำหนดจ่ายผลตอบแทนขั้นสูงด้วย หากกองทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ได้ผลตอบแทนมากกว่าที่กำหนดจ่ายผลตอบแทนขั้นสูง ก็จะนำเงินส่วนที่เกินไปใส่ไว้ในกองทุนหมุนเวียน

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่สำคัญที่สุดตอนนี้ นักลงทุนอยากรู้ว่ากองทุนจะประกันผลตอบแทนเท่าไร และจ่ายจริงได้มากน้อยขนาดไหน

ตัวอย่างของการตั้งกองทุนวายุภักษ์ เมื่อกว่า 10 ปีที่ผ่านมา มีการประกันผลตอบแทนขั้นต่ำไว้ที่ปีละ 3% ซึ่งไม่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนมาก แต่ปรากฏว่ากองทุนวายุภักษ์จ่ายผลตอบแทนจริงเฉลี่ยปีละ 6%

ดังนั้น ไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์จึงมีโจทย์ใหญ่ว่า การประกันผลตอบแทนไว้ไม่สูงมากเพื่อไม่ให้ผูกมัดตัวเอง และค่อยมาจ่ายสูงๆ ในภายหลัง หากผลการดำเนินการดีจะสามารถดึงดูดนักลงทุนได้หรือไม่ ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ของการตั้งกองทุนในขณะนี้ และเป็นปัญหาให้การระดมทุนในส่วนที่ 2 จำนวน 9 หมื่นล้านบาท ล่าช้าไปถึงปีหน้า

อีกหนึ่งปัญหาของการตั้งไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ คือ การหาโครงการมาใส่ไว้ในกองทุน ทั้งโครงการที่มีผลตอบแทนแล้ว และโครงการที่เริ่มลงทุนใหม่ โดยที่ผ่านมาคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบให้กระทรวงคมนาคม โอนรายได้ของมอเตอร์เวย์สาย 7 และ 9 ของกรมทางหลวง ให้กองทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ในสัดส่วน 50% เป็นเวลา 30 ปี คิดเป็นเงินประมาณ 4 หมื่นล้านบาท รวมถึงโครงการทางด่วนพิเศษ สายพระราม 3 ดาวคะนอง ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ที่ยังไม่ได้ก่อสร้างมาไว้ในกองทุน เพื่อนำเงินของกองทุนไปก่อสร้าง รวมถึงให้พิจารณาโครงการอื่นๆ เพิ่มเติม ซึ่งจะเป็นการประหยัดเงินงบประมาณ และเงินกู้

อย่างไรก็ตาม การดำเนินการในขั้นตอนการปฏิบัติไม่ใช่เรื่องง่าย มีทั้งปัญหาหน่วยงานเจ้าของโครงการอยากเก็บโครงการไว้ทำเอง และปัญหาทางข้อกฎหมาย เพราะการนำโครงการที่มีรายได้อยู่แล้วต้องมีการแก้กฎหมาย หรือออกกฎหมายมาเพื่อให้การดำเนินการโอนรายได้ของบางโครงการมาให้กองทุนได้

ส่งผลทำให้ถึงปัจจุบัน กระทรวงการคลังและกระทรวงคมนาคมยังสรุปไม่ได้ว่าจะนำโครงการไหนมาใส่ไว้ในกองทุนได้บ้าง เมื่อยังสรุปโครงการไม่ได้การกำหนดผลตอบแทนก็ยังทำไม่ได้ตามไปด้วย
ส่งผลให้การตั้งกองทุนมีความล่าช้า

ที่ผ่านมา สมคิด จาตุศรีพิทักษ์รองนายกรัฐมนตรี ได้ให้นโยบายกระทรวงการคลังเร่งการตั้งไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์เพราะจะเป็นส่วนสำคัญในการลงทุนภาครัฐ ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญ โดยเฉพาะในช่วงที่ภาคเอกชนยังไม่มีความมั่นใจบริโภคและลงทุน

สมชัย ระบุว่า การเร่งตั้งกองทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ จะเป็นผลดีกับเศรษฐกิจของประเทศ ทำให้การลงทุนภาครัฐขยายตัวซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลได้เร่งดำเนินการมาตลอด เป็นการลดภาระงบประมาณ
ลดภาระเงินกู้ เป็นเครื่องมือใหม่ในการส่งเสริมการลงทุนด้านการเงิน

ทั้งนี้ แม้ว่ากองทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์จะมีประโยชน์กับเศรษฐกิจของไทยอย่างมาก แต่กระทรวงการคลังต้องผ่านอุปสรรคใหญ่ เรื่องการสร้างผลตอบแทนให้มากพอที่จะจูงใจให้นักลงทุนสนใจซึ่งหนีไม่พ้นต้องมีโครงการลงทุนที่ดี ที่นักลงทุนเห็นว่าจะให้ผลตอบแทนสูงในอนาคต เพราะไม่เช่นนั้นนักลงทุนคงเมิน ถึงแม้ว่าจะมีการประกันผลตอบแทนขั้นต่ำ โดยใช้เงินสนับสนุนจากงบประมาณ แต่ก็คงไม่มากพอที่จ่ายผลตอบแทนได้งามๆ ให้กับนักลงทุน เพราะเงินงบประมาณของรัฐบาลก็มีจำกัด

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท