
บินไทยแจงคนชกพิธีกรดังเนชั่นฯไม่ใช่พนักงาน
ฝ่ายสื่อสารองค์กรฯการบินไทย ชี้แจง คนทำร้าย กฤษณพงษ์ พิธีกรช่องเนชั่นชาแนล ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ไม่ใช่พนักงานการบินไทยยืนยันเจ้าหน้าที่พูดกับผู้โดยสารด้วยความสุภาพ
ฝ่ายสื่อสารองค์กรฯการบินไทย ชี้แจง คนทำร้าย กฤษณพงษ์ พิธีกรช่องเนชั่นชาแนล ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ไม่ใช่พนักงานการบินไทยยืนยันเจ้าหน้าที่พูดกับผู้โดยสารด้วยความสุภาพ
ฝ่ายสื่อสารองค์กรและประชาสัมพันธ์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้ชี้แจงเกี่ยวกับกรณี นายกฤษณพงษ์ เกียรติศักดิ์ พิธีกรรายการอยู่สบาย ทางเนชั่นชาแนล ผู้โดยสารของสายการบินไชน่า อิสเทิร์น ถูกทำร้ายร่างกายที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 20 ส.ค.2553 เวลาประมาณ 23.00น. โดยระบุว่า ผู้โดยสารได้ทำการเช็คอินที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อเดินทางไปกับสายการบินไชน่า อิสเทิร์น ในเที่ยวบินที่ MU548 เส้นทางกรุงเทพฯ - เซี่ยงไฮ้ โดยบริษัทการบินไทยฯ เป็นผู้รับจ้างสายการบินไชน่า อิสเทิร์น ดำเนินการเช็คอินผู้โดยสาร ปรากฏว่าเที่ยวบินดังกล่าวเกิดเหตุขัดข้องทางเทคนิค เป็นเหตุให้เที่ยวบินจำเป็นต้องล่าช้ากว่ากำหนด ประมาณ 5 ชั่วโมง จากกำหนดออกเดินทางจากเดิม เวลา 01.55 น. ของวันที่ 21 ส.ค. 2553 เลื่อนเป็นเวลาประมาณ 06.50 น. ของวันเดียวกัน
หลังจาก เจ้าหน้าที่ได้แจ้งให้ผู้โดยสารทั้งหมดรับทราบ ปรากฏว่ามีผู้โดยสาร 2 ท่าน ซึ่งใช้นามว่าคุณกานดา ชลวิลัยขจร และคุณกฤษณพงษ์ เกียรติศักดิ์ ไม่พอใจอย่างมากที่เที่ยวบินดีเลย์ พยายามสอบถามเกี่ยวกับการดีเลย์และต้องการกำหนดเวลาที่แน่นอน ซึ่งเจ้าหน้าที่ พยายามชี้แจงและอธิบายเท่าที่มีข้อมูลจากสายการบิน ไชน่า อีสเทิร์น แต่ผู้โดยสารทั้งสองยังแสดงความไม่พอใจอยู่เช่นเดิม และถ่ายภาพเจ้าหน้าที่ โดยอ้างว่าเป็นผู้สื่อข่าว และจะนำไปลงเผยแพร่ในเว็บไซต์ เฟซบุ๊ก
"พนักงานที่ถูกถ่ายภาพได้ขอร้องให้ทำการลบภาพดังกล่าว และไม่ให้ลงเผยแพร่ในเว็บไซต์ เฟซบุ๊ก เนื่องจากเห็นว่าเป็นสิทธิส่วนบุคคล และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่เกี่ยวข้องกับบริษัทฯ แต่ผู้โดยสารทั้งสองไม่รับฟังคำอธิบายและคำชี้แจงจากพนักงาน"ฝ่ายสื่อสารองค์การฯการบินไทยระบุ
ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ กำลังอธิบายและชี้แจงให้ผู้โดยสารอยู่นั้น ได้มีชายสวมเสื้อแจ็คเก็ตสีดำเข้ามาทำร้ายร่างกาย นายกฤษณพงษ์และวิ่งหนีออกไป ซึ่งสร้างความตกใจให้กับผู้เห็นเหตุการณ์ รวมถึงเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ จากนั้น ผู้โดยสารที่ถูกทำร้ายได้ไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ราชาเทวะ
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายบริหารของบริษัทฯ ได้รับรายงานจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว และมิได้นิ่งนอนใจ จึงได้ตั้ง ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ ขอยืนยันว่าผู้ที่ทำร้ายร่างกายผู้โดยสารดังกล่าว ไม่ได้เป็นพนักงานของการบินไทย
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่อาวุโสของสายการบินไชน่า อีสเทิร์น ยังยืนยันว่าเจ้าหน้าที่เช็คอินของการบินไทย พูดจากับผู้โดยสารอย่างสุภาพ และดำเนินการตามแนวทางการปฏิบัติของสายการบินไชน่า อีสเทิร์น
ด้านนายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทการบินไทย กล่าวว่า ได้รับทราบเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว และเห็นว่าเรื่องนี้จะต้องมีการตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียด ซึ่งได้มอบหมายให้กับผู้รับผิดชอบดำเนิน การในเรื่องนี้ ตามที่ฝ่ายเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ของการบินไทยได้ออกข่าวชี้แจงแล้ว รวมทั้งปฏฺเสธข่าวลือว่ามีการสั่งลงโทษพนักงานการบินไทยคนดังกล่าวแล้ว
อนึ่งเมื่อวันที่ 21 ส.ค. นายกฤษณพงศ์ เข้าแจ้งความ กับพนักงานสอบสวน (สบ 3) สภ.ราชาเทวะ จ.สมุทรปราการโดยระบุว่าถูกชายชุดดำเข้ามาทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ ภายในสนามบินสุวรรณภูมิเมื่อกลางดึกคืนวันที่ 21 สิงหาคม ที่ผ่านมา สาเหตุเพียงแค่เข้าไปสอบถามข้อมูลการดีเลย์ของสายการบินอีสเทิรน์ ไชน่า กับเจ้าหน้าที่สายการบิน ก่อนออกเดินทางไปเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน
นายกฤษณ์พงศ์ ให้การว่า ได้เข้ามาติดต่อเพื่อเช็คอินในเวลาประมาณ 23.00 น. ของวันที่ 20 ส.ค.ปรากฎว่าได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ประจำสายการบินว่า ได้เลื่อนเที่ยวบินจากเวลา 00.55 น. ไปเป็นเวลา 06.00 น. ของวันที่ 21 ส.ค.จึงได้สอบถามเจ้าหน้าที่ประจำสายการบินว่า เวลาที่เลื่อนออกไปแน่นอนหรือไม่ แต่เจ้าหน้าที่ประจำสายการบินไม่สามารถตอบได้
กระทั่งเวลา 00.30 น.เหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อมีชายใส่ชุดดำ 2 คน เดินเข้ามาทำร้ายร่างกายจากด้านหลัง โดยชายชุดดำคนดังกล่าวได้เข้ามาชกเข้าที่ขมับด้านขวาและท้ายทอยของผมจำนวนหลายครั้งจนทำให้ได้รับบาดเจ็บท่ามกลางผู้โดยสารจำนวนมากที่รอขึ้นเครื่อง จากนั้นก็ได้มีคนเข้ามาห้าม ก่อนชายที่ทำร้ายร่างกายจะรีบเดินหลบหนีไป
"เจ้าหน้าที่ที่เคาท์เตอร์ไม่สามารถให้ความชัดเจนถึงสาเหตุที่เครื่องดีเลย์ได้ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ก็ใช้วาจาไม่สุภาพ อีกทั้งยังได้นำเจ้าหน้าที่อีก 2 คน ซึ่งเป็นผู้ชายใส่ชุดดำ เข้ามาทำร้ายร่างกายอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย จึงจะดำเนินการให้ถึงที่สุด"นายกฤษณ์พงศ์กล่าว







