
โลกร่วมถวายความอาลัย
ภายหลังจากสำนักพระราชวังได้ออกแถลงการณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสวรรคต นานาประเทศต่างออกแถลงการณ์ไว้อาลัย
ภายหลังจากสำนักพระราชวังได้ออกแถลงการณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสวรรคต นานาประเทศต่างออกแถลงการณ์ไว้อาลัย
สมเด็จพระราชาธิบดี จิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก แห่งภูฏาน ระบุว่า ได้รับทราบข่าวการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้วยความเสียใจ โดยภูฏานจะร่วมจุดเทียนไว้อาลัยและสวดมนต์ตลอด 7 วันหลังจากนี้ พร้อมทั้งทรงกล่าวยกย่องพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่าเป็นผู้นำที่ยอดเยี่ยม และเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวไทย
ทำเนียบขาวของสหรัฐเปิดเผยแถลงการณ์ของประธานาธิบดี บารัก โอบามา แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมทั้งยกย่องว่าทรงเป็นนักต่อสู้อย่างไม่เหน็ดเหนื่อยเพื่อพัฒนาประเทศ โดยทรงมีความคิดสร้างสรรค์และความมุ่งมั่นที่จะพัฒนานวัตกรรม รวมถึงทรงบุกเบิกเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก
“พระองค์ท่านส่งมอบมรดกแห่งความห่วงใยต่อปวงชนชาวไทย ซึ่ง คนรุ่นถัดไปจะยังคงยึดมั่นในมรดกนี้” โอบามา กล่าว
ด้านนายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง เช่นเดียวกับรัฐบาลสิงคโปร์ที่แสดงความเสียใจอย่างที่สุดต่อการเสด็จสวรรคตของกษัตริย์ที่ทรงเป็นที่เคารพนับถือ โดยพระองค์ท่านทรงงานหนักอย่างไม่เคยเหน็ดเหนื่อยตลอดรัชสมัยเพื่อประชาชนชาวไทย
สำนักประธานาธิบดีเมียนมา แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อราชวงศ์และประชาชนชาวไทย ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี ของอินเดีย เปิดเผยว่า ประชาชนอินเดียขอร่วมแสดงความเสียใจร่วมกับประชาชนชาวไทยต่อการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ไบรอัน เดวิดซัน เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย เปิดเผยว่า รู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงเป็นที่จดจำทั้งจากในประเทศและนอกประเทศ
บันคีมุน เลขาธิการสหประชาชาติ กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นแบบอย่างในด้านค่านิยมสากลและความเคารพในด้านสิทธิมนุษยชน และหวังว่าชาวไทยจะให้ความเคารพต่อค่านิยมสากลและสิทธิมนุษยชนเช่นเดียวกับพระองค์ โดยทรงได้รับความเคารพอย่างสูงจากนานาประเทศ ด้วยตระหนักถึงพระราชกรณียกิจดังกล่าว ทางสหประชาชาติจึงถวายรางวัลผู้ประสบความสำเร็จในชีวิตจากโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติในปี 2006







