
น้อมนำคำสอนพ่อของแผ่นดิน
หลังจากที่สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์ เรื่องพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จสวรรคตในช่วงค่ำของวันที่ 13 ต.ค.
หลังจากที่สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์ เรื่องพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จสวรรคตในช่วงค่ำของวันที่ 13 ต.ค. บรรยากาศที่โรงพยาบาลศิริราช พสกนิกรที่มาติดตามเฝ้ารอฟังพระอาการ ต่างร้องไห้แสดงความไว้อาลัยกันทั่วพื้นที่บริเวณโดยรอบศิริราช ประชาชนบางส่วนได้หันหน้าไปบริเวณอาคารเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งเป็นอาคารที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมเปล่งเสียงตะโกน ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ อย่างต่อเนื่อง
วริษนันท์ ศิริกรปัญญานันท์ พสกนิกรรายหนึ่ง เล่าความรู้สึกทันทีที่ทราบข่าวการสวรรคตว่า ตอนนี้ไม่อยากรู้สึกอะไร อยากให้ไม่เป็นเรื่องจริง แต่ความจำที่ตนเองมีต่อในหลวงตั้งแต่จำความได้ ก็เห็นพระองค์ทรงทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อยมาตลอดชีวิตเพื่อต้องการทำให้ประเทศ ประชาชนชาวไทยมีชีวิตที่ดีขึ้น และพระองค์ก็ไม่อยากให้คนไทยต้องมาทะเลาะกัน
วริษนันท์ กล่าวว่า ทุกครั้งที่พระองค์เสด็จฯ ออกจากพระบรมมหาราชวังเพื่อไปประกอบพิธีสำคัญต่างๆ ตนเองจะไปนั่งคอยริมถนนเพื่อรอชมพระพักตร์ หรือแม้แต่รถพระที่นั่งแค่นั้นก็รู้สึกปลื้มปีติแล้ว ท้ายนี้อยากให้ทุกคนดำเนินชีวิตแบบอย่างตามคำที่พระองค์สอนไว้
อย่างไรก็ดี บรรยากาศก่อนหน้านี้ที่โรงพยาบาลศิริราชตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 13 ต.ค. มีประชาชนจำนวนมากต่างทยอยเดินมาเฝ้าติดตามพระอาการประชวรจนแน่นขนัด ที่บริเวณสวนสนามหญ้ากลางหน้าอาคารศิริราช 100 ปี
อภิชาติ แสงอุทัย อายุ 43 ปี อาชีพธุรกิจส่วนตัว เล่าถึงความรู้สึกว่า รักและเทิดทูนพระองค์ เพราะเห็นพระองค์ทรงงานหนักตั้งแต่ตนเองยังเด็กๆ ทำทุกอย่างเพื่อประเทศชาติไว้อย่างมากมาย ไม่ว่าจะเหน็ดเหนื่อยแค่ไหน ก็ทรงพยายามสร้างสิ่งต่างๆ เพื่อประชาชน อาทิ โครงการพระราชดำริฯ มากมาย หรือปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ก็เพื่อให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี มีพออยู่ พอกิน และส่วนตัวก็นำมาปรับใช้ในชีวิต ฉะนั้นพระราชกรณียกิจเหล่านี้จึงทำให้รักพระราชาองค์นี้มาก
อุษา เทียบดา อายุ 61 ปี อาชีพรับจ้าง กล่าวว่า รักในหลวงเหมือนกับที่คนไทยทุกคนรักท่าน เพราะพระองค์ทรงดีกับลูกหลานทุกคนในแผ่นดินไทย อีกทั้งทรงพระราชทานแนวหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และมีโครงการพระราชดำริฯ มากมายเพื่อให้ประชาชนอยู่ได้
ศุภิดา อำภา อายุ 55 ปี อาชีพแม่บ้าน กล่าวว่า อยู่กรุงเทพฯ เมื่อทราบข่าวอาการพระประชวรของพระองค์ เมื่อว่างจากภารกิจก็ตั้งใจเดินมาที่ศิริราชในช่วงเช้า เพราะแม้จะนั่งสวดมนต์อยู่ที่บ้าน แต่ก็รู้ว่าอยากมานั่งสวดมนต์อยู่ใกล้ๆ พระองค์
“คุณความดี สิ่งที่ตนได้ปฏิบัติมาตลอดชีวิตนี้ทั้งหมด ขอถวายให้แด่ในหลวง อยากให้ในหลวงกลับมาดูแลทุกข์สุขประชาชนเช่นเดิม เพราะพระองค์เป็นมากกว่าเหนือสิ่งอื่นใด เปรียบเสมือนพ่อของแผ่นดิน” ศุภิดา ระบุ
มยุรี อยู่ถมสังข์ อายุ 73 ปี ข้าราชการบำนาญ ชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ เล่าว่า หลังจากทราบข่าวอาการพระประชวร จึงรีบเดินทางมาจากบ้านโดยนั่งรถทัวร์จากเพชรบูรณ์คนเดียวตั้งแต่เมื่อคืน 5 ทุ่ม และมาถึงศิริราชเมื่อเช้าตอนตี 5 เพื่อตั้งใจมานั่งสวดมนต์ถวายพระพรแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้หายจากอาการพระประชวร
เธอ บอกว่า รู้สึกรักพระองค์มากเพราะทรงช่วยเหลือประชาชนมาตลอดชีวิตการทำงาน เพื่อต้องการทำให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี เห็นได้จากทรงมีพระราชดำริฯ ตั้งโครงการต่างๆ มากมาย เพื่อทำให้ประชาชนมีกิน มีใช้มาจนถึงทุกวันนี้ เพราะถ้าไม่ได้พระองค์ท่าน ประชาชนคงอยู่ลำบากกว่านี้
“ดิฉันรักพระองค์มาก อยากให้ท่านหายป่วย และกลับมาเป็นมิ่งขวัญของชาวไทยของประเทศ” มยุรี กล่าว







