ในหลวงทรงห่วงใยประชาชน แม้ในขณะทรงพระประชวร
แม้ในยามที่ทรงพระประชวร แต่เมื่อประชาชนทั้งแผ่นดินต้องเผชิญวิกฤตมหาอุทกภัย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยพสกนิกรเป็นอย่างยิ่ง
โดย...กองบรรณาธิการโพสต์ทูเดย์
“ถ้าประชาชนไม่ทิ้งข้าพเจ้าแล้ว ข้าพเจ้าจะทิ้งประชาชนได้อย่างไร”
คำตอบในพระราชหฤทัยต่อเสียงตะโกนของชายคนหนึ่ง ซึ่งเฝ้าฯ ส่งเสด็จอยู่ริมถนน ระหว่างที่รถพระที่นั่งแล่นไปยังสนามบินดอนเมือง ขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกำลังจะเสด็จฯ ไปทรงศึกษาต่อที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จากครั้งนั้นถึงวันนี้ แม้เวลาผ่านมาร่วม 60 ปี เป็นประจักษ์อย่างชัดเจนถึงความแน่วแน่ ซึ่งได้ทรงตระหนักในหน้าที่พระมหากษัตริย์ของพระองค์
ไม่ว่าจะอย่างไร ในหลวงก็ไม่ทรงทิ้งประชาชน
แม้ในยามที่ทรงพระประชวร แต่เมื่อประชาชนทั้งแผ่นดินต้องเผชิญวิกฤตมหาอุทกภัย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยพสกนิกรเป็นอย่างยิ่ง
ช่วงต้นเดือนตุลาคมปี2554 เมื่อมวลน้ำมหึมาจากภาคเหนือลงสู่ภาคกลาง เอ่อล้นตลอดสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา มวลน้ำแผ่ถึงที่ใด ทุกข์ก็ท้นถึงที่นั่น ในขณะนั้นแม้จะทรงพระประชวร แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ยังทรงงาน และให้เจ้าหน้าที่กราบบังคมทูลรายงานสถานการณ์น้ำอยู่เสมอ
“พระองค์ทรงห่วงใยสถานการณ์น้ำท่วมในทุกพื้นที่ แต่ละวันทรงงานและให้เจ้าหน้าที่กราบทูลรายงานสถานการณ์น้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งมีข้อมูลทั้งในส่วนของโรงพยาบาลศิริราชและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบกับการทอดพระเนตรริมแม่น้ำเจ้าพระยาบ่อยครั้ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยพสกนิกรชาวไทยเสมอ ทรงทราบถึงความเดือดร้อนและยังทรงงานตลอดเวลา” นพ.ธีรวัฒน์ กุลทนันทน์ อดีตคณบดีคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล เล่าถึงพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
มวลน้ำแผ่ขยายสร้างความเดือดร้อนมากเท่าใด น้ำพระราชหฤทัยซึ่งทรงห่วงใยปวงพสกนิกรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี มีพระดำรัสถึงน้ำพระราชหฤทัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ว่า
“ในหลวงทรงห่วงใยประชาชนมาก เมื่อหนึ่งอาทิตย์มาแล้ว ในหลวงทอดพระเนตรข่าวน้ำท่วมเป็นเวลา 5 ชั่วโมงเต็มๆ ทำให้เห็นว่าทรงห่วงประชาชนจนเครียด และทรงถ่ายออกมาเป็นเลือดจำนวนมาก ความดันพระโลหิตตก ต้องพาเข้าห้องฉุกเฉิน แต่ตอนนี้กลับสู่พระอาการปกติแล้ว ข้าพเจ้าเห็นแล้วใจไม่ดี ไม่อยากพูดในฐานะลูก แต่อยากพูดในฐานะของคนที่ดูแลท่านมาตลอด ทรงรักประชาชน ทรงห่วงทุกข์สุขของประชาชน จึงทำให้ออกมาในพระอาการป่วยดังกล่าว
หมอยังหาแผลไม่ได้ว่าตรงไหนเลือดออก ตอนนี้ยังเฝ้าดูพระอาการอยู่ แต่อยากให้รู้ว่าใจท่านอยู่กับประชาชนเสมอ การที่ข้าพเจ้ามีพ่อแม่แบบนี้ สอนให้ข้าพเจ้ารู้จักรับใช้ประชาชน ทุกอย่างมันอยู่ในสายเลือดข้าพเจ้า ที่ต้องรู้จักรับใช้ประชาชน ถ้าถามว่าเหนื่อยไหม ไม่เลย คนเราถ้าเล่นละครเป็นฉากๆ จะเหนื่อยมาก แต่ถ้าทำด้วยใจ ไม่เหนื่อยเลย”
พระราชกรณียกิจที่กอปรขึ้นด้วยความเหนื่อยยากลำบาก ก็ล้วนเพื่อความสุขของปวงพสกนิกร
วันที่ 7 พฤศจิกายน 2526 ขณะที่น้ำท่วมขังหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพยายามหาหนทางบรรเทาทุกข์ให้ประชาชนของพระองค์
ช่วงบ่ายของวันนั้น รถพระที่นั่งแล่นออกจากพระตำหนักจิตรลดารโหฐานโดยไม่มีกำหนดการล่วงหน้า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ มุ่งหน้าไปยังถนนบางนา-ตราด
เมื่อถึงสะพานข้ามคลองลาดกระบัง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จลงจากรถยนต์พระที่นั่ง ทรงกางแผนที่หารือกับเจ้าหน้าที่ซึ่งตามเสด็จฯ เวลาผ่านไปนานจึงเสด็จฯ กลับ เมื่อถึงสะพานคลองหนองบอน รถพระที่นั่งหยุดเพื่อให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงฉายภาพบริเวณน้ำท่วม
ชาวบ้านทราบข่าวว่า “ในหลวงมาดูน้ำท่วม” ต่างก็พากันมาชมพระบารมีนับร้อยๆ คน ทำให้การจราจรบนสะพานติดขัด
ในชั่วชีวิตหนึ่ง การทุ่มเทอย่างเต็มกำลังความสามารถ ไยมิใช่ภาระอันเหนื่อยล้ายิ่ง นอกจากความตระหนักต่อหน้าที่ ซึ่งผลักให้แขน ขา บ่า ไหล่ หาบหามภาระอันหนักอึ้งแล้ว ผู้ที่กระทำเช่นนี้ได้ ยังต้องเปี่ยมด้วยความรักและห่วงใย ปีติยินดีต่อการให้ ซึ่งมิได้หวังสิ่งใดตอบแทนมากไปกว่าการได้เห็นความสุขของผู้รับ
ในหลวงไม่เคยทิ้งประชาชน


