posttoday
ผู้เสียหายร้อง "ดีเอสไอ" ถูกชาวต่างชาติแชทลวงเงินสูญกว่า50ล้าน

ผู้เสียหายร้อง "ดีเอสไอ" ถูกชาวต่างชาติแชทลวงเงินสูญกว่า50ล้าน

13 ตุลาคม 2559

ผู้เสียหายเข้าร้อง "ดีเอสไอ" หลังถูกชาวต่างชาติแชทลวงให้โอนเงิน ส่งผลให้สูญเงินกว่า 50 ล้านบาท

ผู้เสียหายเข้าร้อง "ดีเอสไอ" หลังถูกชาวต่างชาติแชทลวงให้โอนเงิน ส่งผลให้สูญเงินกว่า 50 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 13 ต.ค. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นางพรนภัส ชาติเผือก แอดมินเฟสบุ๊คแฟนเพจ "เครือข่ายThai Anti Scam (สาวไทยรู้ทันกลลวง)" นำผู้เสียหาย 4 รายเดินทางเข้าให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวนดีเอสไอ หลังถูกชาวต่างชาติแชทหลอกลวงในลักษณะจีบ ก่อนหลอกลวงเงินไปเกือบ 50 ล้านบาท หรือที่เรียกว่า Romance Scamเพื่อให้ดีเอสไอรับเรื่องดังกล่าวเป็นคดีพิเศษ พร้อมทั้งติดตามทรัพย์สินที่เสียไปด้วย โดยมีพ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการศูนย์บริหารคดีพิเศษ ในฐานะรองโฆษก ดีเอสไอ เป็นผู้รับเรื่อง

ตัวแทนผู้เสียหายรายหนึ่ง กล่าวว่า ได้ถูกชาวต่างชาติรายหนึ่งที่รู้จักมาประมาณ 1 เดือนผ่านเฟซบุ๊ก ชื่อ "สตีเว่น เจมส์" เมื่อเดือนก.ค.ที่ผ่านมา โดยชาวต่างชาติรายนี้เป็นผู้ที่ส่งคำร้องขอเป็นเพื่อนมาหาตนในเฟซบุ๊กส่วนตัว ก่อนจะเริ่มมีการพูดคุย ซึ่งชาวต่างชาติรายนี้ใช้ภาพประจำตัวเป็นชายชาวต่างชาติหน้าตาดี ผิวขาว ลักษณะเหมือนชาวยุโรป และระบุว่าทำงานเป็นวิศวกรที่เมืองลอนดอน และได้ชักชวนตนพูดคุย โดยพยายามสอบถามรายละเอียดของตนเกี่ยวกับการทำงาน ฐานะทางบ้าน ซึ่งการพูดคุยนั้น เป็นการพูดคุยแบบเพื่อนมากกว่าชู้สาว แต่ก็มีการใช้คำพูดหวานๆ หลังพูดคุยกันได้ประมาณ 1 เดือน ได้อ้างว่าได้รับมรดกจากทางบ้านเป็นเช็ค 1 ฉบับ มูลค่าคิดเป็นเงินไทยประมาณ 130 ล้านบาท โดยต้องการนำเงินดังกล่าวไปลงทุนในประเทศมาเลเซีย แต่ไม่สามารถเอาเช็คออกมาได้ เนื่องจากต้องเปิดบัญชีธนาคารในประเทศมาเลเซียก่อน

ตัวแทนผู้เสียหาย กล่าวอีกว่า ชาวต่างชาติรายนี้ได้ขอให้ตนโอนเงิน 80,000 บาท เพื่อเป็นค่าเปิดบัญชีธนาคารไปให้ ต่อมาเมื่อได้อ้างอีกว่า เปิดบัญชีธนาคารเสร็จแล้ว แต่เงินไม่พอเพราะต้องมีการเสียภาษีอีก เนื่องจากเป็นเงินจำนวนมาก จึงขอยืมเงินอีก 175,000 บาท หลังจากนั้น ก็ขอเพิ่มอีกเพื่อเป็นค่าประกัน ไม่เช่นนั้นธนาคารจะไม่สามารถออกเงินให้ได้ จึงขอยืมเงินอีก 600,000 กว่าบาท ทำให้ต้องสูญเสียเงินให้กับชาวต่างชาติรายนี้ 900,000 บาท และยังคงขอให้โอนเงินให้เรื่อยๆ จึงเห็นว่าอาจจะถูกหลอกและไม่ได้โอนให้ต่อ พร้อมบอกว่าหากอยากได้เงินอีกให้มาเจอที่ประเทศไทย แต่กลับถูกบ่ายเบี่ยง จนกระทั่งชาวต่างชาติคนดังกล่าวบล๊อคเฟซบุ๊กตนไป ซึ่งเหตุที่หลงเชื่อยอมรับว่าเห็นเป็นเงินจำนวนมาก และชาวต่างชาติรายนี้อ้างว่าจะนำมาทำธุรกิจที่ประเทศไทย และจะให้ตนเป็นหุ้นส่วนครึ่งหนึ่งพร้อมดอกเบี้ย ดังนั้น จึงอยากให้ดีเอสไอรับเรื่องนี้เป็นคดีพิเศษ และติดตามทรัพย์มาคืนให้ตนและผู้เสียหายรายอื่นๆด้วย ซึ่งทราบว่ามีคนไทยอีกจำนวนมากที่ถูกหลอกในลักษณะนี้

ด้าน นางพรนภัส กล่าวว่า จากกรณีนี้ มีผู้เสียหายมาขอความช่วยเหลือผ่านทางเครือข่ายของตน 4 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 50 ล้านบาท ซึ่งทุกรายได้ถูกชาวต่างชาติรายนี้หลอกลวงให้โอนเงินในลักษณะเดียวกันและมีหลักฐานที่ทำอย่างเป็นขบวนการ จึงได้มาร้องเรียนกับดีเอสไอ เพื่อให้ช่วยสืบสวน และนำเงินมาคืนผู้เสียหาย พร้อมฝากเตือนผู้หญิงทุกคน อย่าหลงเชื่อกับการพูดคุยกับคนไม่รู้จัก และควรมีสติในการพูดคุย

ทั้งนี้ กลวิธีการหลอกลวงผู้เสียหายก็เป็นวิธีการรูปแบบเดิม คืออ้างว่าเป็นนักธุรกิจ มีการสร้างความน่าเชื่อถือ ทั้งเรื่องเอกสารและอื่นๆ เพื่อให้เหยื่อหลงเชื่อและไว้วางใจ จึงอยากเตือนประชาชนให้ระวังและตั้งค่าเฟซบุ๊ก หรือแอพพลิเคชั่นอื่นๆเป็นส่วนตัว

พ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า ดีเอสไอได้รับเรื่องร้องเรียนกรณีดังกล่าวจำนวนมาก ตั้งแต่ปี 2556 และเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะ จึงได้มีการจัดตั้งศูนย์รวบรวมข้อมูลเพื่อสืบสวนดำเนินคดี เนื่องจากเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ 2550 นำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าระบบ และความผิดฐานฉ้อโกง รวมทั้ง บางส่วนได้ถูกดำเนินคดีบ้างแล้ว ซึ่งมูลค่าความเสียหายมีมากกว่า 100 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ได้รับเรื่องคำร้องเรียนพร้อมสอบปากคำผู้เสียหายก่อนรวบรวมพยานหลักฐานและเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาต่อไป

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์