
สภาฯถกงบยธ.เดือด!!
‘จตุพร’ จวก ‘กรมคุก-ดีเอสไอ’ ไม่อำนวยยุติธรรม เลือกปฎิบัติคดีเสื้อแดง นำความลับยุบปชป.มาบอกรัฐบาล แฉ ‘ศิริโชค’ ตัวการพบ ‘วิคเตอร์บูท’ ส.ส.ปชป. กระหน่ำประท้วงเปรียบ “เหมือนตัวอะไรในเขาดิน” ก่อนมีมติเสียงข้างมาก 241 ผ่านงบ 1.6 หมื่นล้านบาท
‘จตุพร’ จวก ‘กรมคุก-ดีเอสไอ’ ไม่อำนวยยุติธรรม เลือกปฎิบัติคดีเสื้อแดง นำความลับยุบปชป.มาบอกรัฐบาล แฉ ‘ศิริโชค’ ตัวการพบ ‘วิคเตอร์บูท’ ส.ส.ปชป. กระหน่ำประท้วงเปรียบ “เหมือนตัวอะไรในเขาดิน” ก่อนมีมติเสียงข้างมาก 241 ผ่านงบ 1.6 หมื่นล้านบาท
ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ได้มีการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ.2554 ในมาตรา 18 งบประมาณของกระทรวงยุติธรรม จำนวน 16,823,38,200 บาท โดยฝ่ายค้านได้อภิปรายการทำงานของกระทรวงยุติธรรมในฐานะที่เป็นหน่วยงานต้นสังกัดของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ระหว่างการชุมนุมทางการเมืองระหว่างเดือนเม.ย.-พ.ค.ที่ผ่านมาไม่มีประสิทธิภาพและไม่มีการอำนวยความยุติธรรมอย่างเท่าเทียมกัน
นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า มีหลายหน่วยงานของกระทรวงยุติธรรมที่ควรปรับลดจำนวนมาก คือ กรมราชทัณฑ์ เนื่องจากปล่อยให้มีบุคคลใกล้ชิดนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เข้าไปพบนายวิคเตอร์ บูท ผู้ต้องหาคดีค้าอาวุธสงครามเพื่อต่อรองให้นายบูทกล่าวหาว่าเครื่องบินจากคาซัคสถานที่ขนอาวุธสงครามเข้ามาในไทยนั้น เป็นการเข้ามาตามคำสั่งของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยมีเป้าหมายที่จะเข้ามาก่อการร้ายในไทย แต่ทั้งนี้การเจรจาระหว่างคนใกล้ชิดนายกฯ กับนายบูท ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะนายบูท ไม่ยินยอมตามนั้น รวมไปถึงมีการเจรจากับรมว.ต่างประเทศรัสเซียเพื่อขอความร่วมมือในการส่งตัวพ.ต.ท.ทักษิณ ในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน
ทั้งนี้ ระหว่างการอภิปรายของนายจตุพร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ได้ใช้สิทธิ์ประท้วงนายจตุพรจำนวนมาก นำโดย นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ส.ส.ยะลา นายธนิตพล ไชยนันทน์ เลขานุการวิปรัฐบาล เรียกร้องให้พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาฯในฐานะประธานที่ประชุม วินิจฉัยว่าการอภิปรายของนายจตุพรเข้าประเด็นของการพิจารณางบประมาณหรือไม่เพราะการอภิปรายลักษณะนี้จะทำให้การพิจารณาของสภาฯล่าช้าออกไปโดยไม่จำเป็น
พ.อ.อภิวันท์ วินิจฉัยว่า นายจตุพรสามารถอภิปรายในลักษณะนี้ได้เพราะเป็นการอภิปรายเกี่ยวกับประสิทธิภาพของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรม แต่ขอความร่วมมือให้นายจตุพรอภิปรายให้เข้าประเด็นมากกว่านี้
จากนั้น นายจตุพร ได้ใช้สิทธิ์อภิปรายต่อ โดยระบุว่า ดีเอสไอไม่มีการดำเนินตามพ.ร.บ.คุ้มครองพยานพ.ศ.2546 เพราะมีการนำความลับของพยานไปมอบให้พรรคประชาธิปัตย์จนกระทั่งมีการไต่สวนในชั้นการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ทำให้พยานที่อยู่ในโครงการคุ้มครองพยานเริ่มมีความไม่มั่นใจว่าตัวเองจะปลอดภัยหรือไม่ นอกจากนี้ ผลการชันสูตรศพของผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองทั้ง 91 ดีเอสไอก็ดำเนินการของดีเอสไอที่ผ่านมาผิดขั้นตอนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความ อาญา มาตรา 148-156 กล่าวคือ ไม่ดำเนินการส่งเรื่องให้อัยการนำสู่ศาลเพื่อดำเนินการไต่สวน
ระหว่างการอภิปรายของนายจตุพร นพ.อสิ มะหะมัดยังกี ส.ส.สตูล พรรคประชาธิปัตย์ ลุกขึ้นประท้วงนายจตุพรเพื่อให้ขออภิปรายเข้าประเด็น ซึ่งนพ.อสิ เปรียบเปรยว่า “บรรยากาศอย่างนี้ทำให้ผมนึกถึงว่ากำลังดูตัวอะไรในเขาดิน” ส่งผลให้ส.ส.พรรคเพื่อไทยจำนวนมาก เช่น นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย ร.ต.ท.เชาวรินทร์ ลัทธิ์ศักดิ์ศิริ ส.ส.สัดส่วน ขอให้นพ.อสิ ถอนคำพูดดังกล่าว ซึ่งที่สุดแล้วนพ.อสิ ยอมถอนคำพูด ทำให้การอภิปรายของนายจตุพรดำเนินต่อไปได้
นายจตุพร อภิปรายอีกว่า ดีเอสไอไม่ควรใช้งบประมาณเพื่อเป็นเครื่องมือของรัฐบาลเพื่อให้อำนวยความยุติธรรม ทำไมถึงปล่อยให้คนที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนในกรณีผู้เสียชีวิต 90 ชีวิตมาทำสำนวนคดีนี้ เวลาตนเอาเรื่องนี้มาพูดก็ถูกแดกดันต่อว่าหลายครั้ง กระทรวงยุติธรรมควรใช้งบประมาณให้สมฐานะกับคำว่ายุติธรรม
ต่อมา นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รมว.วัฒนธรรม ในฐานะคณะกรรมการด้านกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ ใช้สิทธิ์ชี้แจงว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ข้อมูลคดียุบพรรคจากดีเอสไอ พยานคนนี้เคยขึ้นเวทีปราศรัยคนเสื้อแดงและเคยนำคนเสื้อแดงไปชุมนุมที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลไม่มีใครไปแทรกแซงต่อรอง ไม่มีความจำเป็นต้องเข้าไปแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม แต่รัฐบาลมีหน้าที่สร้างความยุติธรรมให้เกิดขึ้น ทั้งนี้อยากขอร้องให้นายจตุพรเลิกกล่าวหาใส่ร้ายกระบวนการยุติธรรม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจตุพร ได้เปิดชื่อคนใกล้ชิดรัฐบาลที่เข้าไปพบกับนายบูท คือ นายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ จากนั้น นายศิริโชค ได้พยายามใช้สิทธิ์พาดพิงแต่ฝ่ายค้านได้ทำการประท้วงนายศิริโชค เนื่องจากการอภิปรายของนายศิริโชค ไม่ได้เป็นการตอบคำถามว่าได้เดินทางไปพบนายบูทหรือไม่ ส่งผลให้เกิดการประท้วงหลายครั้งและพ.อ.อภิวันท์ ได้ขอให้นายศิริโชคอภิปรายเข้าประเด็นที่ตัวเองถูกพาดพิง
บรรยากาศการประชุมสภาฯ เริ่มตึงเครียดมากขึ้น เพราะทุกครั้งที่นายศิริโชคอภิปรายโดยไม่ได้มีการเข้าประเด็นดังกล่าวฝ่ายค้านจะลุกขึ้นประท้วงทุกครั้ง ทำให้ในท้ายที่สุดพ.อ.อภิวันท์ ได้ใช้อำนาจในฐานะประธานการประชุมยุติให้นายศิริโชคอภิปรายชี้แจงเรื่องนี้ โดยพ.อ.อภิวันท์ อ้างว่าเพื่อเป็นการรักษาบรรยากาศการประชุมสภาฯ
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รมว.ยุติธรรม ชี้แจงว่า ทุกหน่วยงานของกระทรวงได้พยายามเข้ามาดูแลและอำนวยความยุติธรรมให้กับประชาชน ทุกเรื่องที่ฝ่ายค้านกล่าวหามานั้นหากมีข้อมูลและเป็นความจริงทั้งหมดก็ให้ดำเนินการตามกฎหมายเพื่อฟ้องร้องในฐานะใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบอย่าเอาเรื่องนี้มาอภิปรายกันเพื่อต้องการเป็นประเด็นทางการเมือง ขอร้องให้หยุดอย่าทำร้ายประเทศ เพราะตนเองไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับคณะทำงานกฎหมายในคดียุบพรรคประชาธิปัตย์เพื่อป้องกันข้อครหา
ทั้งนี้ ที่ประชุมสภาฯมีมติเสียงข้างมาก 241 ต่อ 164 เสียงเห็นชอบกับงบประมาณของกระทรวงยุติธรรม จากนั้นเข้าสู่การพิจารณาในมาตรา 19 งบประมาณของกระทรวงแรงงาน จำนวน 28,488,568,600 บาท







