
หุ้นป่วนทุบสถิติ41ปี
หุ้น-ค่าเงิน-ตราสารหนี้ ป่วนนักลงทุนกระหน่ำขายหุ้น 3 วันสูญ 9.55 แสนล้าน
หุ้น-ค่าเงิน-ตราสารหนี้ ป่วนนักลงทุนกระหน่ำขายหุ้น 3 วันสูญ 9.55 แสนล้าน
ตลาดหุ้น-ตลาดเงิน และตลาดตราสารหนี้ป่วน หลังนักลงทุนทิ้งหุ้นกดดัชนีหุ้นไทยดิ่งแบบไร้แรงรับ ลงไปต่ำสุดที่ 1,343.13 จุด ลดลง 99.08 จุด และเด้งมาปิดที่ 1,406.18 จุด ลดลง 36.03 จุด มูลค่าซื้อขาย 1.3 แสนล้านบาท ทำลายสถิติสูงสุดรอบ 41 ปี ตั้งแต่ก่อตั้งตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อปี 2518
ทั้งนี้ สัปดาห์นี้หุ้นไทยดิ่งติดต่อกัน 3 วัน ดัชนีหายไป 98.16 จุด มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม (มาร์เก็ตแคป) หายไป 9.55 แสนล้านบาท
น.ส.อริยา ติรณะประกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย เปิดเผยว่า ช่วงที่หุ้นดิ่งแรงเส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 5 ปี พุ่งขึ้นจาก 1.94% ขึ้นไป 2.02% จากราคาพันธบัตรที่ลดลง ต่างชาติขายทั้งวัน 8,798.58 ล้านบาท
นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ ซี แอล เอส เอ (ประเทศไทย) และกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า ดัชนีปรับตัวลดลงแรงจากปัจจัยกดดันหลักจากความกังวลปัจจัยภายในประเทศ รวมถึงมีปัจจัยลบเพิ่มเติมจากต่างประเทศจากประเด็นการแข็งค่าของเงินเหรียญสหรัฐ ส่งผลให้มีแรงเทขายหุ้นไทยออกมาด้วย
ภาพรวมตลาดหุ้นที่ลดลงแรงทำให้หุ้นพื้นฐานที่ดีมีมูลค่าหุ้นต่ำลงจากราคาเป้าหมาย ถือเป็นโอกาสที่ดีของนักลงทุนต่างชาติที่มีความสนใจเข้าซื้อ จึงขอเตือนนักลงทุนอย่ากังวลเรื่องข่าวมากเกินไป
นอกจากนี้ ซี แอล เอส เอ คงเป้าหมายดัชนีใน 12 เดือนข้างหน้า หรือสิ้นปี 2561 ไว้ที่ 1,710 จุด จากปัจจัยพื้นฐานที่ยังมีรองรับ แต่หากเกิดมีปัจจัยที่มีผลกระทบเป็นนัยสำคัญต่อปัจจัยพื้นฐาน ก็จะเป็นข้อมูลส่วนหนึ่งที่จะนำมาทบทวนเป้าหมายดัชนีอีกครั้ง
นักลงทุนสถาบันรายใหญ่ เปิดเผยว่า หุ้นดิ่งแรงก็จะเข้าซื้อ จากก่อนหน้าที่ลดน้ำหนักลงทุนหุ้นไทยลงและหันไปลงทุนต่างประเทศ เพราะการที่หุ้นลงแรงแบบไร้เหตุผลจะทำให้หุ้นพื้นฐานดีๆ ราคาลดลงกว่าพื้นฐาน
ด้านนักค้าเงินธนาคารพาณิชย์ ระบุความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทในวันที่ 12 ต.ค. ว่า ค่าเงินบาทปิดตลาดที่ 35.74-35.76 บาท/เหรียญสหรัฐ อ่อนค่าจากเปิดตลาดที่ 35.35-35.36 บาท/เหรียญสหรัฐ โดยระหว่างวันค่าเงินบาทแข็งค่าสุดที่ 35.32 บาท/เหรียญสหรัฐ และอ่อนค่าสุดที่ 35.90 บาท/เหรียญสหรัฐ เป็นการอ่อนค่าสุดในรอบ 8 เดือนครึ่ง
อย่างไรก็ตาม เกิดจากปัจจัยภายในประเทศเป็นหลัก ทำให้เงินบาทอ่อนค่ามากกว่าภูมิภาค โดยมีเงินทุนไหลออกและแรงซื้อเงินเหรียญสหรัฐ จากการที่นักลงทุนต่างประเทศขายสุทธิในตลาดหุ้นไทย 411 ล้านบาท และขายสุทธิในตลาดพันธบัตร 8,881 ล้านบาท
สำหรับค่าเงินบาทในปีนี้ค่อนข้างผันผวน โดยเคลื่อนไหวอยู่ระหว่าง 34.49-36.42 บาท/เหรียญสหรัฐ แตกต่างกันประมาณ 1.93 บาท/เหรียญสหรัฐ







