
ชงเพิ่มงบบัตรทองปีละ 4.2%
วงถกหลักประกันระดับชาติเสนอรัฐบาลเพิ่มงบ “บัตรทอง” ในอัตราปีละ 4.2% เพื่อความยั่งยืนทางการคลัง
วงถกหลักประกันระดับชาติเสนอรัฐบาลเพิ่มงบ “บัตรทอง” ในอัตราปีละ 4.2% เพื่อความยั่งยืนทางการคลัง
ที่ประชุมระดับชาติด้านหลักประกันสุขภาพของประเทศไทย เมื่อวันที่ 11 ต.ค.ที่ผ่านมา ภายใต้การดำเนินการของคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูประบบสาธารณสุขด้านการคลังและระบบหลักประกันสุขภาพ ซึ่งมี นพ.ภิรมย์ กมลรัตนกุล เป็นประธาน มีข้อสรุปในประเด็นความยั่งยืนทางการคลังว่า รัฐบาลจำเป็นต้องปรับเพิ่มงบประมาณของระบบหลักประกันสุขภาพอย่างน้อย 4.2% ต่อปี
นอกจากนี้ ควรจัดงบประมาณด้านการลงทุนโครงสร้างขั้นพื้นฐานระบบบริการสาธารณสุข เพื่อไม่ให้ระบบบริการภาครัฐลดถอยลงจากที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน โดยควรจัดสรรงบประมาณด้านการลงทุนแยกไว้เป็นการเฉพาะ
สำหรับแหล่งการคลังที่สำคัญของระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง) ยังคงเป็นงบประมาณภาครัฐโดยอาศัยระบบภาษีเป็นหลัก ซึ่งจะไม่เป็นการสร้างภาระหรืออุปสรรคในการเข้าถึงบริการของประชาชน
นพ.ภิรมย์ กล่าวว่า คณะอนุกรรมการฯ ยังมีข้อสรุปเรื่องการยกระดับความเป็นธรรม โดยเสนอให้มีการจัดชุดสิทธิประโยชน์ทางสุขภาพเพื่อใช้กับระบบหลักประกันสุขภาพทุกระบบของประเทศในกรอบเดียวกัน ซึ่งแบ่งออกเป็นชุดสิทธิประโยชน์หลักและชุดสิทธิประโยชน์เสริม
“หลักเกณฑ์ที่ต้องนำมาพิจารณาชุดสิทธิประโยชน์หลัก คือต้องเป็นบริการที่ผ่านการพิสูจน์แล้วว่ามีคุณภาพ คุ้มทุน ประเทศสามารถจ่ายได้” นพ.ภิรมย์ กล่าว
นพ.ภิรมย์ กล่าวอีกว่า สำหรับประเด็นการแยกงบประมาณเงินเดือนและค่าตอบแทนบุคลากรออกจากงบประมาณของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) คณะอนุกรรมการฯ พิจารณาแล้วเห็นว่ามีทางเลือกที่ดำเนินการได้ทั้งสองทาง คือทั้งตัดและไม่ตัด ซึ่งไม่ว่าจะทางเลือกไหนต้องศึกษาและทบทวนการ
กระจายทรัพยากรอย่างเป็นระบบ
อนึ่ง ข้อเสนอดังกล่าวจะนำเข้าสู่การพิจารณาของ รมว.สาธารณสุข และคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน คณะที่ 4 ซึ่งมี พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน







