
เขื่อนเจ้าพระยาปล่อยน้ำ6ตำบลอ.สรรพยาบ้านเรือนจม300หลัง
ชัยนาท-เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำ2,300ลบ.ม.บ้านเรือน6ตำบลอ.สรรพยาจม300หลังเทศบาลตำบลตะหลุกสั่งผู้รับเหมาเร่งแก้ไขแนวกันตลิ่งพังทรุดป้องกันถนนพัง
ชัยนาท-เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำ2,300ลบ.ม.บ้านเรือน6ตำบลอ.สรรพยาจม300หลังเทศบาลตำบลตะหลุกสั่งผู้รับเหมาเร่งแก้ไขแนวกันตลิ่งพังทรุดป้องกันถนนพัง
เขื่อนเจ้าพระยา ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ยังคงเร่งระบายน้ำลงท้ายเขื่อนอย่างต่อเนื่องเป็นวันที่8โดยระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาล่าสุดวัดได้ 16.51 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ลดลง9ซ.ม.ส่วนระดับน้ำท้ายเขื่อนวัดได้15.36 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ทรงตัวต่อเนื่องจากเมื่อวาน ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยายังคงการระบายน้ำไว้ที่ 2,297 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ตามนโยบายของรัฐบาล ส่งผลให้พื้นที่ท้ายเขื่อนใน อ.สรรพยา ได้รับผลกระทบมีน้ำเอ่อล้นตลิ่งแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าท่วมพื้นที่ของ 6ตำบลประกอบด้วย ต.ตะหลุก ต.หาดอาษา ต.โพนงดำออก ต.โพนางดำตก ต.บางหลวง และ ต.โพธิ์พิทักษ์ มีบ้านเรือนประชาชนต้องจมอยู่ใต้น้ำมากกว่า300หลังคาเรือนโดยระดับน้ำที่ท่วมขัง50-100ซ.ม.เริ่มทรงตัวแล้ว
ด้านเทศบาลตำบลตลุกได้สั่งให้ผู้รับเหมา เข้าแก้ไขงานแนวป้องกันตลิ่งในพื้นที่ หมู่ที่5 ที่พังลงแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นแนวยาวกว่า100เมตร หลังจากที่ชาวบ้านในพื้นที่ร้องทุกข์ผ่านสื่อมวลชนโดยนายมณฑล ตั้งทวี นายกเทศมนตรีตำบลตะหลุก เปิดเผยว่าการแก้ไขงานจะทำโดยนำกระสอบทรายลงถมแนวตลิ่งที่ทรุดและตอกเสาเข็มไม้ยูคาลิปตัสและทำการยึดรั้งด้วยเหล็กเส้น ซึ่งคาดว่าการดำเนินการจะแล้วเสร็จภายในวันนี้
ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ ต.โพนางดำออก อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ระดับน้ำยังคงท่วมบ้านเรือนประชาชนสูง50-100ซ.ม. ทำให้ต้องมีการก่อแนวกระสอบทรายเป็นแนวป้องกันน้ำทะลักเข้าพื้นที่ชั้นในของชุมชน ซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจ โดยนายนพดล พรหมแก้ว กำนันตำบลโพนางดำออก ต้องจัดอาสสมัคร อป.พร.ออกตรวจแนวกระสอบทรายตลอด24ชั่วโมงเพื่อป้องกันการพังทลาย ซึ่งจะจะส่งผลกระทบสร้างความเดือดร้อนในประชาชนเพิ่มเติม พร้อมทั้งคอยเฝ้าระวังความปลอดภัยและป้องกันมิจฉาชีพที่จะเข้ามาลักขโมยสิ่งของที่ประชาชนขนหนีน้ำไปไว้บนถนนด้วย
กำนันตำบลโพนางดำออกเปิดเผยว่า พื้นที่โพนางดำออกถูกน้ำท่วมขังมาแล้วกว่า1สัปดาห์ ใน4หมู่บ้านบ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบกว่า50หลังคาเรือน ซึ่งอยู่นอกแนวกันน้ำ โดยทางราชการกำลังเร่งให้ความช่วยเหลือในเรื่องของอาหารและน้ำดื่ม และหากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นมากกว่านี้ ก็ได้เตรียมพื้นที่อพยพไว้ที่โรงเรียนชยานุกิจ ซึ่งสามารถรองรับประชาชนได้มากกว่า3,000คน







