
จับคู่หูพ้นทุกหวนค้ายาบ้า
กองปราบรวบ 2 ผู้ต้องหาค้ายานรก หลังพ้นคุกมาแล้วไม่เข็ดกลับมาค้ายาอีก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม พ.ต.อ.ปิยะ เจริญสุข ผกก.4 บก.ป. พ.ต.ท.ตุลยวัต เมืองทอง สว.กก.4 บก.ป.พร้อมกำลังเข้าจับกุม นายขุนทอง วรนิษฐากุล อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 102 หมู่ 2 ต.ลาดสาลี่ อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี และนายสุดเขตร์ สัมพันธ์ศักดิ์ อยุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 605/24 หมู่ 7 ต.เชียงรากน้อย อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมของกลางยาบ้า 1,560 เม็ด โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง รถยนต์ยี่ห้อมาสด้า สีแดง ทะเบียน ขษ 5785 กรุงเทพมหานคร จับกุมนายขุนทอง ได้ที่ถนนทางเข้า อบต.บ้านโพธิ์ อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ส่วนนายสุดเขตร์ จับกุมที่ปั๊มน้ำมันบางจาก ถนนพหลโยธิน ต.เชียงราก อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา
กองปราบรวบ 2 ผู้ต้องหาค้ายานรก หลังพ้นคุกมาแล้วไม่เข็ดกลับมาค้ายาอีก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม พ.ต.อ.ปิยะ เจริญสุข ผกก.4 บก.ป. พ.ต.ท.ตุลยวัต เมืองทอง สว.กก.4 บก.ป.พร้อมกำลังเข้าจับกุม นายขุนทอง วรนิษฐากุล อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 102 หมู่ 2 ต.ลาดสาลี่ อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี และนายสุดเขตร์ สัมพันธ์ศักดิ์ อยุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 605/24 หมู่ 7 ต.เชียงรากน้อย อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมของกลางยาบ้า 1,560 เม็ด โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง รถยนต์ยี่ห้อมาสด้า สีแดง ทะเบียน ขษ 5785 กรุงเทพมหานคร จับกุมนายขุนทอง ได้ที่ถนนทางเข้า อบต.บ้านโพธิ์ อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ส่วนนายสุดเขตร์ จับกุมที่ปั๊มน้ำมันบางจาก ถนนพหลโยธิน ต.เชียงราก อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา
การจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากชุดสืบสวน กก.4 บก.ป.สืบทราบว่า นายขุนทอง มีพฤติการณ์ลักลอบค้ายาเสพติดโดยรับยาบ้าของกลางมาจาก จ.อ่างทอง จึงเฝ้าสืบสวนติดตามกระทั่งสามารถจับกุมตัวไว้ได้ จากนั้นจึงขยายผลโดยทราบว่า นายขุนทอง รับยาบ้ามาจากนายสุดเขตร์ ซึ่งถูกควบคุมตัวที่เรือนจำกลางพระนครศรีอยุธยา ในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดก่อนหน้านี้และได้รู้จักกับนายตุ้ม ไม่ทราบชื่อ-สกุล พ่อค้ายาบ้าภายในเรือนจำดังกล่าว หลังจากพ้นโทษนายสุดเขตร์ ได้เปิดร้านขายข้าวต้มที่บริเวณข้าง สภ.พระอินทร์ราชา แต่ก็ยังติดต่อกับนายตุ้ม เพื่อขายยาบ้าให้ลูกค้าเบื้องต้นได้แจ้งข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย
สอบสวนทั้งสองให้การรับสารภาพว่า ร่วมกันค้ายาบ้าจริง โดยนายขุนทอง มีหน้าที่วิ่งส่งยาบ้าตามที่นายสุดเขตร์ ติดต่อซื้อขายกับลูกค้าเอาไว้ โดยจะได้รับเงินส่วนแบ่งตามจำนวนยาบ้าที่ขายได้ สำหรับยาบ้าของกลางมีราคาซื้อขายที่ 1.3 แสนบาท และหากขายยาบ้าได้ 1 ถุง ซึ่งมีจำนวน 150 เม็ด ก็จะได้ยาบ้าอีก 1 ถุง เพื่อนำไปขายเอากำไรเป็นส่วนแบ่ง ทั้งนี้ ชุดจับกุมได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองส่ง บช.ปส.ดำเนินคดีและขยายผลการจับกุมต่อไป







