
เตือน10จ.ภาคกลางรับมือน้ำล้นตลิ่ง
ปภ.เตือนภัย 10 จังหวัดภาคกลางรับมือน้ำล้นตลิ่งเอ่อท่วม หลังเขื่อนเจ้าพระยาเร่งระบายน้ำเหนือและรับฝนตกหนัก
ปภ.เตือนภัย 10 จังหวัดภาคกลางรับมือน้ำล้นตลิ่งเอ่อท่วม หลังเขื่อนเจ้าพระยาเร่งระบายน้ำเหนือและรับฝนตกหนัก
นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า กรมชลประทานแจ้งว่าระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยามีแนวโน้มสูงขึ้นเกินกว่าระดับปกติ เพราะไม่สามารถเพิ่มการรับน้ำเข้าสู่ระบบชลประทานได้เต็มศักยภาพ เนื่องจากมีปริมาณน้ำหลากจากลำน้ำสาขาไหลลงสู่แม่น้ำและคลองส่งน้ำที่ใช้เป็นทางลำเลียงออกสู่ทะเล ปัจจุบันพื้นที่การเกษตรที่จะใช้เป็นพื้นที่รับน้ำ เกษตรกรยังเก็บเกี่ยวผลผลิตไม่แล้วเสร็จ ไม่สามารถนำน้ำไปสำรองไว้ในพื้นที่ได้ ทำให้ต้องเพิ่มปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา จากเดิมในอัตรา 2,000 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวินาที เป็น 2,300 ลบ.ม./วินาที เพื่อรับน้ำเหนือและฝนตกหนักในช่วงนี้
ทั้งนี้ จะส่งผลให้พื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาตั้งแต่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท มีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น 25-75 ซม. อีกทั้งกรมชลประทานจะเพิ่มการระบายน้ำของเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี จากวันละ 50 ล้าน ลบ.ม./วินาที เป็น 60 ล้าน ลบ.ม./วินาที เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำของเขื่อนป่าสักฯ สามารถรองรับน้ำที่ไหลลงเขื่อนได้
สำหรับปริมาณน้ำที่ไหลผ่านเขื่อนพระรามหก จ.พระนครศรีอยุธยา ได้วางแผนการบริหารจัดการน้ำ โดยส่งน้ำผ่านคลองระพีพัฒน์ และควบคุมปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนพระรามหก จึงแจ้งเตือน 10 จังหวัดภาคกลาง ได้แก่ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม และสมุทรสาคร รับมือน้ำล้นตลิ่งเอ่อท่วมบ้านเรือน
นายอมร กิจเชวงกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ยังคงยืนยันว่าสามารถรับมือกับน้ำเหนือได้ เพราะความสูงของเขื่อนเจ้าพระยาสามารถรับน้ำได้ถึง 3,500 ลบ.ม. และเมื่อเทียบกับปริมาณน้ำที่ไหลมาจากภาคเหนือเมื่อปี 2554 พบว่ายังไม่น่าห่วง เพราะมีปริมาณน้อยกว่า แต่ขณะนี้ยังมีจุดอ่อนอยู่ที่ถนนทรงวาด เขตสัมพันธวงศ์ ซึ่งเป็นจุดฟันหลอ ซึ่ง กทม.ได้เตรียมกระสอบทรายสูงประมาณ 2 เมตรป้องกันแล้ว







