
ฟื้นค้าไทย-อิหร่าน 5 ปีแสนล.
ไทย-อิหร่าน เล็งลดภาษีสินค้า นำร่อง 100 รายการ ดันมูลค่าการค้าพุ่งแสนล้านใน 5 ปี
ไทย-อิหร่าน เล็งลดภาษีสินค้า นำร่อง 100 รายการ ดันมูลค่าการค้าพุ่งแสนล้านใน 5 ปี
นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้า (เจทีซี) ไทย-อิหร่าน ครั้งที่ 1 ว่า จากการหารือร่วมกับนายโมฮัมหมัด เรซา เนมัทซาเด รมว.อุตสาหกรรม เหมืองแร่ และการค้าของอิหร่าน ทั้งสองฝ่ายตกลงร่วมกันที่จะจัดทำความตกลงสิทธิพิเศษทางการค้า (Preferential Trade Agreement-PTA) เพื่อเร่งเปิดตลาดสินค้าระหว่างกัน โดยนำร่องศึกษาสินค้าที่จะนำมาลดภาษีระหว่างกัน 100 รายการแรก ซึ่งเป็นสินค้าที่ทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2560
ทั้งนี้ รายการสินค้าที่ไทยสนใจส่งออกไปอิหร่าน และต้องการให้อิหร่านลดภาษีสินค้านำเข้าให้ เช่น มันสำปะหลัง น้ำมันปาล์ม ผลไม้เมืองร้อน เช่น กล้วย อาหารทะเล ยางพารา เป็นต้น ส่วนสินค้านำเข้าที่ไทยต้องการจากอิหร่าน เช่น อาหารทะเลแปรรูป อัญมณีในกลุ่มพลอย น้ำมัน และสิ่งทอ เป็นต้น รวมทั้งไทยยังสนใจที่จะเข้าไปลงทุนในอุตสาหกรรมด้านต่างๆ ซึ่งต้องการให้อิหร่านอำนวยความสะดวกในการเข้าไปลงทุนให้กับไทยด้วย
“การศึกษาความเป็นไปได้ของการจัดทำข้อตกลง PTA ในสินค้า 100 รายการแรกที่สำคัญ เพื่อนำมาเสนอในการขอลดภาษีการค้าระหว่างกัน ต้องรับว่าข้อตกลงดังกล่าวไทยไม่ได้ทำมานาน และการลดภาษีสินค้าจะไม่ได้ลด 0% ทันที แต่จะศึกษาลดภาษีให้ได้น้อยที่สุด ซึ่งหลังจากหารือเจทีซี ทั้งสองฝ่ายจะต้องไปศึกษาว่าจะขอลดภาษีสินค้าเพื่อแลกเปลี่ยนเป็นอันดับต่อไป” นางอภิรดี กล่าว
อย่างไรก็ตาม อิหร่านมีการจัดทำ PTA แล้วกับประเทศปากีสถานและประเทศตุรกี และอยู่ระหว่างการหารือจัดทำ PTA กับประเทศจีน อินเดีย และยูเรเซีย(เบลารุส คาซัคสถาน คีร์กีซสถาน อาร์มีเนีย และรัสเซีย) โดยคาดว่าหากมีการจัดทำ PTA กับไทย จะช่วยเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างไทยและอิหร่าน ซึ่งมีเป้าหมายร่วมกันที่จะผลักดันมูลค่าการค้าทั้งสองฝ่ายเป็น 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1 แสนล้านบาท ภายในปี 2564 หรืออีก 5 ปีข้างหน้า เพราะปัจจุบันการค้าระหว่างไทยและอิหร่านมีมูลค่าอยู่ที่ 310 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ1 หมื่นล้านบาทเท่านั้น ยังขยายตัวได้อีกมาก
นอกจากนี้ อิหร่านยังเชิญชวนให้ไทยเข้ามาสนับสนุนด้านอัญมณีเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมอัญมณีของอิหร่าน รวมทั้งยังสนใจให้ไทยเข้าไปลงทุนเรื่องยานยนต์ ซึ่งอิหร่านได้วางเป้าที่จะผลิตรถยนต์เพิ่มขึ้นในปี 2560 ที่ 3 ล้านคันจาก 2 ล้านคันในปีนี้
นางอภิรดี กล่าวว่า ในการประชุมเจทีซีครั้งนี้ ไทยยังได้เร่งรัดให้อิหร่านส่งเจ้าหน้าที่จากกระทรวงสาธารณสุขของอิหร่านเข้ามาตรวจสอบมาตรฐานข้าวไทยตามโรงงานต่างๆ เพื่อบรรจุให้ไทยอยู่ในบัญชีรายชื่อเป็นประเทศที่อิหร่านสามารถนำเข้าข้าวได้ภายในปี 2559 นี้ ซึ่งทางอิหร่านก็พร้อมจะผลักดันให้กระทรวงสาธารณสุขของอิหร่านเดินทางมาไทยเพื่อตรวจสอบมาตรฐานข้าวจากไทย โดยไทยตั้งเป้าที่จะส่งออกข้าวไปอิหร่านให้ได้ปริมาณที่ไทยเคยส่งออกไปให้กับอิหร่านในช่วงก่อนถูกคว่ำบาตร 7 แสนตัน/ปี
“อิหร่านเคยเป็นตลาดส่งออกข้าวที่สำคัญของไทย โดยก่อนที่อิหร่านจะถูกคว่ำบาตรในช่วง 10 ปีก่อนหน้านี้ ไทยเคยส่งออกข้าวให้อิหร่านได้ถึง 7 แสนตัน/ปี แต่หลังจากถูกคว่ำบาตร การส่งออกข้าวไทยไปอิหร่านก็แทบจะไม่มี ก่อนหน้านี้ในช่วงเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ไทยได้เคยลงนามเอ็มโอยูขายข้าวให้อิหร่าน 3 แสนตัน แต่ยังส่งออกไปไม่ได้ เพราะอิหร่านยังไม่มาตรวจโรงงานไทย” นางอภิรดี กล่าว







