
ปิดฉากเอซีดี สามัคคีสร้างเศรษฐกิจ
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้แถลงผลการประชุมความร่วมมือสุดยอดผู้นำเอเชีย (เอซีดี) ในช่วงเย็นวานนี้ว่า ผลการประชุมสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ความร่วมมือเอเชีย โดยประเทศสมาชิกเห็นร่วมดังนี้ 1.เห็นร่วมวิสัยทัศน์ความร่วมมือ 2030 เดินหน้าตามเสาหลัก 6 ขา โดยมีประเทศต่างๆ อาสาเป็นผู้นำขับเคลื่อน
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้แถลงผลการประชุมความร่วมมือสุดยอดผู้นำเอเชีย (เอซีดี) ในช่วงเย็นวานนี้ว่า ผลการประชุมสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ความร่วมมือเอเชีย โดยประเทศสมาชิกเห็นร่วมดังนี้ 1.เห็นร่วมวิสัยทัศน์ความร่วมมือ 2030 เดินหน้าตามเสาหลัก 6 ขา โดยมีประเทศต่างๆ อาสาเป็นผู้นำขับเคลื่อน
2.รับรองปฏิญญากรุงเทพ เป็นพิมพ์เขียวการพัฒนาในอีก 5 ปีข้างหน้า 3.การจัดประชุมเอซีดีขึ้นมานี้ ทำให้เห็นบทบาทเอเชียในการส่งเสริมเศรษฐกิจ รับมือความผันผวนเศรษฐกิจโลก
4.ที่ประชุมเห็นพ้องจัดตั้งสำนักเลขาธิการถาวรที่คูเวต นอกจากนี้ยังถือเป็นครั้งแรกที่ผู้นำเอซีดี ฟังข้อเสนอจากภาคเอกชนจากหลากหลายประเทศสมาชิก ซึ่งย้ำความจำเป็นสนับสนุนฟินเทค และการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน อีกทั้งที่ประชุมยังให้ความสำคัญกับการผลักดัน Public Private Partnership
ทั้งนี้ เอซีดีจะเป็นกลไกสำคัญในการรวมศักยภาพความต้องการของกลุ่ม จี77 กลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี และอาเซียน
ด้าน สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยระหว่างปาฐกถาเพื่อเปิดงาน Sino-Thai Business Investment Forum 2016 จัดโดยธนาคารไอซีบีซี (ไทย) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เพื่อให้ข้อมูลการลงทุนในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) ของไทยแก่นักลงทุนจีนว่า ประเทศในเอเชียต่างมีจุดแข็งของตนเองจะต้องร่วมมือเพื่อสร้างโอกาสแห่งอนาคต
“ในการเชื่อมโยงของเอเชีย อาเซียนเป็นซัพพลายเชนที่สำคัญทั้งแง่ของการเป็นแหล่งวัตถุดิบและแรงงาน และเป็นตลาดที่สำคัญด้วยการเติบโตของจีดีพีและขณะนี้มีมูลค่ารวม 2.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ มีประชากรกว่า 600 ล้านคน และอัตราการเพิ่มของคนชั้นกลางในอัตราเร่งขึ้น ขณะที่ความร่วมมืออย่างจริงจังในการขจัดอุปสรรคทางการค้าและลงทุนในภูมิภาคจะส่งผลบวกต่อการเติบโตในระยะต่อไป
อย่างไรก็ดี รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ ให้ความสำคัญกับการปฏิรูปประเทศโดยเฉพาะการลดความเหลื่อมล้ำทั้งด้านสังคมและเศรษฐกิจ เร่งสร้างความเข้มแข็งกับเศรษฐกิจฐานรากในชนบท สองปีที่ผ่านมารัฐบาลทุ่มงบประมาณนับแสนล้านเพื่อการนี้
อย่างไรก็ตาม ควบคู่กับการลดความเหลื่อมล้ำ รัฐบาลให้ความสำคัญกับการปฏิรูปประเทศเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันใน 3 ส่วน ซึ่งต้องการให้นักลงทุนจีนเข้ามาร่วมลงทุน แต่ก็เป็นการเข้ามาในรูปแบบการแข่งขันอย่างเท่าเทียมกับประเทศอื่นๆ ซึ่งล่าสุดที่ได้เดินทางไปเชิญชวนนักลงทุนในฝรั่งเศสและเยอรมนี ก็ได้เห็นว่านักลงทุนยุโรปมีความตื่นตัวที่จะเข้ามาลงทุนในไทยและอาเซียน
สมคิด กล่าวว่า ในส่วนแรกคือการปฏิรูปโครงสร้างภาคการผลิตของประเทศโดยเน้นการสร้างมูลค่าและนวัตกรรม ให้เกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมที่มีอยู่เดิมและอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่ประเทศไทยมีศักยภาพ เช่น กลุ่มอุตสาหกรรมที่ใช้ผลผลิตภาคเกษตรเป็นพื้นฐาน กลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับสุขภาพการแพทย์ กลุ่มอุตสาหกรรมใหญ่ที่เน้นเทคโนโลยี กลุ่มดิจิทัล โทรคมนาคม และกลุ่มบริการ ครีเอทีฟอีโคโนมี ตลอดจนการสร้างผู้ประกอบการสตาร์ทอัพ
ส่วนที่ 2 การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาเส้นทางคมนาคมทั้งถนน มอเตอร์เวย์ รถไฟฟ้า รถไฟทางคู่ รถไฟความเร็วสูงที่เชื่อมโยงเหนือสู่ใต้ และตะวันออกสู่ตะวันตก สนามบิน ท่าเรือ มูลค่ารวมการลงทุนใน 5 ปีข้างหน้ากว่า 4.3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ โครงการต่างๆ เหล่านี้ทยอยผ่าน ครม. ทยอยเรียกประกวดราคาตั้งแต่ไตรมาสนี้และปีหน้า โดยปีหน้าจะเป็นปีแห่งการขับเคลื่อนโครงการต่างๆ ซึ่งหลายโครงการจะ
ใช้ระบบพีพีพี เปิดโอกาสให้ทั้งภาคเอกชนไทยและต่างประเทศได้เข้ามามีส่วนร่วม
นอกจากนี้ ยังมีโครงการสำคัญ การลงทุนในพื้นฐานดิจิทัล รัฐบาลได้อนุมัติงบไปแล้วเกือบ 600 ล้านเหรียญสหรัฐ สำหรับการลงทุนในอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ทุกหมู่บ้าน การลงทุนในเคเบิลใต้น้ำเพื่อเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเกตเวย์ และอีกหลายโครงการตามนโยบายดิจิทัลอีโคโนมี และในอนาคตภายใน 5 ปี ข้างหน้าจะมีโครงการลงทุนทั้งภาครัฐและเอกชนมูลค่ารวม 1.2-1.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐโดยประมาณ
สมคิด กล่าวว่า ในส่วนที่ 3 ที่เป็นการลงทุนสำคัญที่สุดของประเทศคือโครงการอีอีซี ซึ่งจะเป็นโครงการต่อยอดจากโครงการอีสเทิร์นซีบอร์ดที่เคยผลักดันให้ไทยเติบโตมาได้หลายปี โดยอีอีซีจะมีพื้นที่ครอบคลุม จ.ชลบุรี ฉะเชิงเทรา และระยอง ซึ่งขณะนี้ ครม.ได้ผ่านร่างกฎหมายออกมารองรับและจะมีคณะกรรมการกำกับการขับเคลื่อนซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน







