
ต้องสร้างเชื่อมั่น
กรณีฝนถล่มทั่วประเทศ หลายพื้นที่ถูกน้ำท่วมหนักในขณะนี้ ทำให้ประชาชนเกิดความหวั่นวิตกว่าจะเกิดเหตุการณ์บานปลายเหมือนกับน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 เพราะปริมาณน้ำฝนในหลายพื้นที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น และได้เริ่มไหลเอ่อท่วมบ้านเรือนประชาชน ทั้งที่อยู่ริมแม่น้ำและบริเวณที่ลุ่มอย่างต่อเนื่อง
กรณีฝนถล่มทั่วประเทศ หลายพื้นที่ถูกน้ำท่วมหนักในขณะนี้ ทำให้ประชาชนเกิดความหวั่นวิตกว่าจะเกิดเหตุการณ์บานปลายเหมือนกับน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 เพราะปริมาณน้ำฝนในหลายพื้นที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น และได้เริ่มไหลเอ่อท่วมบ้านเรือนประชาชน ทั้งที่อยู่ริมแม่น้ำและบริเวณที่ลุ่มอย่างต่อเนื่อง
แม้หลายฝ่ายจะออกมายืนยันว่า น้ำในปีนี้จะไม่ท่วมรุนแรงเหมือนปี 2554 เพราะปริมาณน้ำในเขื่อนยังสามารถรับน้ำได้อีกมาก แต่การที่ฝนเทลงมาอย่างต่อเนื่อง และโดยเฉพาะพื้นที่ในกรุงเทพมหานครต้องตกอยู่ในภาวะถูกน้ำรอระบายท่วมในหลายพื้นที่ ถนนหลายสายกลายเป็นคลอง การจราจรที่ติดขัดกลายเป็นอัมพาตนับชั่วโมง
ในขณะที่หลายภาคส่วนเริ่มหากระสอบทรายมาวางกั้นป้องกันน้ำท่วม รวมถึงนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ที่เคยประสบปัญหาในปี 2554 ต่างเริ่มทำคันกั้นน้ำกันแล้ว ซึ่งแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ประชาชน ผู้ประกอบการ เริ่มไม่เชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะสามารถคุมการบริหารจัดการน้ำได้
ทั้งนี้ หากย้อนกลับไปดูการเกิดอุทกภัยปี 2554 รัฐบาลขณะนั้นก็ประกาศว่าน้ำจะไม่ท่วมและสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ แต่สุดท้ายก็เอาไม่อยู่ เกิดน้ำท่วมหนัก ส่งผลให้เกิดความเสียหายทั้งทางภาคการเกษตร อุตสาหกรรม เศรษฐกิจ สังคม และส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปยังภาคส่วนอื่นอีกเป็นจำนวนมาก
สำหรับปัจจัยที่ส่งผลทำให้เกิดอุทกภัยครั้งนั้นมาจากหลายสาเหตุด้วยกันทั้ง ปัจจัยธรรมชาติ คือปริมาณฝนมาก น้ำทะเลหนุนบริเวณอ่าวไทย ทำให้การระบายน้ำเป็นไปอย่างล่าช้า และยังมีปัจจัยทางกายภาพ คือพื้นที่ต้นน้ำ มีป่าไม้ รวมทั้งคุณภาพป่าไม้ลดลง รวมถึงโครงสร้างน้ำไม่มีความยืดหยุ่นในการรับมือกับสถานการณ์ฝนในปัจจุบัน ระบบโครงสร้างป้องกันน้ำท่วมมีประสิทธิภาพลดลง จากการทรุดตัวของพื้นที่ ขาดการบำรุงรักษา และการใช้ประโยชน์ที่ดินที่เปลี่ยนไป
ในส่วนของพื้นที่กรุงเทพมหานครมีศักยภาพการป้อนน้ำเข้าสู่ระบบสูบและอุโมงค์ระบายน้ำไม่สมดุลกับศักยภาพของระบบสูบและอุโมงค์ สะพานหลายแห่งเป็นปัญหาต่อการระบาย จากขนาดตอม่อใหญ่ ช่องสะพานขวางทางน้ำ
ที่สำคัญปัจจัยทางด้านการบริหารจัดการน้ำไม่มีประสิทธิภาพ เพราะพื้นที่หน่วงน้ำในภาคเหนือตอนล่างขาดการดูแลและถูกรุกล้ำ ทำให้ความจุหน่วงน้ำลดลง รวมถึงการผันน้ำออกทางฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นไปอย่างไม่เต็มศักยภาพสูงสุด
อย่างไรก็ตาม เมื่อดูจากปัจจัยที่เกิดเหตุในปี 2554 แล้วนำมาสะท้อนกับสถานการณ์ในขณะนี้ ยิ่งทำให้เห็นว่าสถานการณ์น้ำท่วมยังไม่น่าไว้วางใจได้ เพราะปมปัญหาที่เกิดขึ้นในปี 2554 ส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับการแก้ไขให้ลุล่วง
ดังนั้น เพื่อให้ประชาชนได้เกิดความมั่นใจ รัฐบาลต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้ได้ว่าน้ำท่วมจะไม่ท่วมใหญ่เหมือนปี 2554 โดยต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันแถลงชี้แจงถึงสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำอย่างบูรณาการ รวมถึงหามาตรการป้องกันน้ำท่วมให้เป็นรูปธรรมโดยเร็ว เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต







